Biznews

หุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติ ‘Delivery Robot’ จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 หุ่นยนต์ส่งของ หรือ Delivery Robot  ดูเหมือนจะห่างไกลจากชีวิตของคนทั่วไป การเห็นหุ่นยนต์อัตโนมัติมาส่งของหน้าบ้านก็ยังคงเป็นเรื่องไกลตัวเรา แต่ตอนนี้สิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปได้ยากกำลังจะสัมผัสได้และเป็นเรื่องใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆ เนื่องจากหุ่นยนต์สามารถส่งของได้โดยไร้การสัมผัสของคนต่อคน ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษยชาติต้องการอย่างมากภายใต้การควบคุมระยะห่างทางสังคม

 

Delivery Robot เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้ผลิตนวัตกรรม จึงทำให้ได้รับการพัฒนาและทดลองใช้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมหาวิทยาลัย สนามบิน โรงแรม องค์กรใหญ่ๆ ที่มีพื้นที่กว้าง เช่น Starship Technologies ที่ร่วมมือกับ Sodexo ติดตั้ง Delivery Robot ที่ George Mason University, Robby Technologies ร่วมมือกับ PepsiCo สร้างหุ่นต์ยนต์ส่งขนมชื่อ “Hello Goodness Snackbots” ให้ University of the Pasific เพื่อเติมพลังให้นักศึกษาระหว่างวัน, Amazon บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ก็มาลงสนามนี้ด้วยการเปิดตัว Amazon Scout หุ่นยนต์ 6 ล้อ อัตโนมัติ สำหรับส่งพัสดุให้กับลูกค้า Amazon.com ในพื้นที่สหรัฐอเมริกา

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 หุ่นยนต์ประเภทนี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในโรงพยาบาลเพื่อจัดส่งเวชภัณฑ์และสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล และเพื่อใช้ป้องกันการติดต่อของ โควิด-19 เช่น หุ่นยนต์ส่งอาหารให้ผู้ที่ต้องกักกันตัว ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหางโจว ประเทศจีน โดยหุ่นยนต์จะส่งเสียงแจ้งเตือนให้คนออกมารับอาหารเมื่อถึงหน้าประตูห้อง นอกจากนี้ยังมีการใช้หุ่นยนต์เพื่อนำของใช้และอาหารที่เตรียมไว้ไปแจกผู้คนและเพื่อจ่ายน้ำยาฆ่าเชื้อในที่สาธารณะอีกด้วย

จากข้อมูลของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (International Federation of Robotics: IFR) พบว่า ยอดขาย Delivery Robot ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 มียอดขาย Delivery Robot เพิ่มขึ้นราว 60%YOY หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 176,000 หน่วย ซึ่งกว่า 40% ของยอดขายถูกนำมาใช้งานในระบบโลจิสติกส์ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โรงแรม และโรงพยาบาล แต่ในไทย Delivery Robot ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในไทย เนื่องจากยังมีประเด็นที่น่ากังวลหลายเรื่อง ทั้งการนำเข้าหุ่นยนต์นั้นมีต้นทุนค่อนข้างสูง ความไม่มั่นใจในระบบ และยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในการบำรุงรักษา ขณะที่นวัตกรรมในประเทศเองก็ยังอยู่ในขั้นตอนวิจัยและพัฒนาเท่านั้น Delivery Robot จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัวเรามาก

จนกระทั่งในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่โรงพยาบาลต้องรับศึกหนักและต้องป้องกันการแพร่เชื้ออย่างรัดกุม ภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม จึงเห็นพ้องกันว่าควรนำเอา Delivery Robot  มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ช่วยลดการสัมผัสระหว่างบุคคล และอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรในสถานพยาบาล เช่น หุ่นยนต์ขนส่งอาหารและเวชภัณฑ์ในหอผู้ป่วย และหุ่นยนต์ส่งของเฉพาะจุดที่รับส่งยาและอาหารสำหรับผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งจากการประเมินของคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่า Delivery Robot สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโรงพยาบาลได้มากขึ้นและช่วยแบ่งเบาการทำงานของบุคลากรในโรงพยาบาลได้กว่า 30% ในช่วงวิกฤตโควิด-19

ซึ่งในตอนนี้บริษัทนำเข้านวัตกรรมและกลุ่มผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมของไทยก็ได้เริ่มนำเข้า Delivery Robot ศักยภาพสูงเพื่อใช้ในโรงพยาบาล โรงแรม คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และโรงงานผลิตแล้ว อีกทั้งยังมีการนำเข้า Delivery Robot รูปแบบต่าง ๆ เพื่อมาทดสอบระบบและพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของธุรกิจในไทย นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าหุ่นยนต์รายเดือน เพื่อช่วยลดต้นทุนและดึงภาคธุรกิจให้หันมาใช้ Delivery Robot มากขึ้น

จากสถาณการณ์นี้ ทำให้ EIC คาดว่าหลังวิกฤติโควิด-19 Delivery Robot จะเข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจของไทยมากขึ้นและมาเร็วกว่าที่คาด จากเมื่อก่อนที่ยังคงชั่งใจว่าจะใช้ดีหรือไม่ เนื่องจากธุกิจต่างๆ ต้องรีบตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Normal ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย ไร้สัมผัส ซึ่งในตอนแรกอาจใช้ในพื้นที่ปิดก่อนเพื่อการควบคุมที่ง่ายกว่า เช่น หุ่นยนต์ขนส่งชิ้นส่วนในโรงงาน หุ่นยนต์ส่งของในโรงแรมและร้าน อาหาร และหุ่นยนต์ขนส่งพัสดุในธุรกิจโลจิสติกส์

แต่ถึงอย่างนั้น Delivery Robot ก็ยังเป็นเรื่องใหม่ในภาคธุรกิจบ้านเรา การนำมาใช้จึงต้องพิจารณาถึงหลายๆ ปัจจัยเพื่อความคุ้มค่าในการใช้งานให้มากที่สุด ซึ่ง EIC มีความเห็นว่า การนำ Delivery Robot มาใช้งานนั้น ควรคำนึงถึงประเด็นสำคัญเพื่อให้เกิดการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. ด้านทักษะและความรู้ของบุคลากรด้านหุ่นยนต์ การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในประเทศอย่างจริงจัง โดยการยกระดับทักษะของบุคลากรและผลิตบุคลากรที่มีองค์ความรู้ ให้สามารถนำทักษะไปต่อยอดผลิตหุ่นยนต์เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อรองรับความต้องการใช้งาน Delivery Robot ที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
  2. ความพร้อมของระบบอัตโนมัติเพื่อรองรับการใช้งาน Delivery Robot ต้องการการออกแบบและอัปเกรดระบบอัตโนมัติให้มีความทันสมัยอยู่เสมอเพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยต้องอาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งการเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อระบบการใช้งาน Delivery Robot
  3. การกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การใช้งาน Delivery Robot บนท้องถนนหรือพื้นที่สาธารณะ อาจทำให้เกิดปัญหาในด้านผิดกฎหมายจราจร พื้นที่ทางเดินเท้าที่จำกัด และความปลอดภัยในระหว่างขนส่ง ซึ่งภาครัฐอาจต้องมีการพิจารณาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดกฎระเบียบการจราจรมารองรับการใช้งาน Delivery Robot เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้

หลายคนอาจกลัวว่าหุ่นยนต์จะมาแทนที่คน แต่ความจริงแล้วหุ่นยนต์มาช่วยทำงานที่คนไม่สามารถทำได้และช่วยแบ่งเบาภาระงานมากกว่า เห็นได้จากช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ลดความเสี่ยงในการแพร่การจายของเชื้อโรคอย่างได้ผล สำหรับไทยนับว่าเป็นเรื่องดีที่ Delivery Robot ได้เข้ามาปฎิวัติภาคธุรกิจไทยในด้านเทคโนโลยีไปอีกขั้น ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าทั้งธุรกิจและอุตสาหกรรมหุ่นต์ยนต์ของเราจะก้าวหน้าไปได้อีกมาก

ที่มา  Priceza Insight

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: