Biznews

หมอธีระ ซัด โควิดในไทย”รอเวลาอิ่มตัว” หวั่นหลุดรอดเข้าประเทศ!

 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat  ระบุถึง สถานการณ์ทั่วโลก 12 ตุลาคม 2563…ใจความว่า 

สถานการณ์ทั่วโลก 12 ตุลาคม 2563…
เมื่อวานติดเพิ่มอีก 271,398 คน รวมแล้วตอนนี้ 37,705,487 คน ยอดตายรวม 1,080,607 คน

อเมริกา ติดเพิ่ม 45,311 คน รวม 7,987,265 คน กำลังจะทะลุ 8 ล้านคน คาดว่าน่าจะช่วงเย็นนี้

อินเดีย ติดเพิ่ม 67,757 คน รวม 7,119,300 คน

บราซิล ติดเพิ่ม 12,949 คน รวม 5,095,586 คน

รัสเซีย ติดเพิ่ม 13,634 คน รวม 1,298,718 คน จำนวนติดเชื้อต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 5-10 ตอนนี้ยังคงเป็น โคลอมเบีย สเปน อาร์เจนตินา เปรู เม็กซิโก และฝรั่งเศส ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่นต่อวัน

สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหมื่นกว่า

หลายต่อหลายประเทศในยุโรปก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน
ญี่ปุ่น และมาเลเซียติดเพิ่มกันหลายร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และออสเตรเลียติดเพิ่มกันหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง เวียดนาม และนิวซีแลนด์ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

…สถานการณ์ในเมียนมาร์รุนแรงขึ้นมาก ติดเพิ่มไปอีกถึง 1,910 คน ตายเพิ่มอีกถึง 48 คน ตอนนี้ยอดรวมถึง 27,974 คน ตายไปมากถึง 646 คน อัตราตายตอนนี้ 2.3% ยอดติดเชื้อสะสมแซงออสเตรเลียไปเรียบร้อยแล้ว

…ภาพที่เราเห็นตอนนี้คือ
หนึ่ง การลักลอบเข้าเมือง และการตรวจพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สอง จำนวนผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบจากกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาสู่ประเทศ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติ

สาม ข้อมูลที่ผ่านมาบ่งชี้ให้เห็นว่ามีการติดเชื้อในประเทศ โดยระบุต้นตอไม่ได้ และไม่ทราบจำนวน ไม่ทราบการกระจาย ไม่ทราบสถานการณ์ที่แท้จริง

สี่ การเปิดประเทศ มุ่งรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อหวังรายได้จากการท่องเที่ยว โดยการ์ดภายในประเทศไม่แข็งแรง แม้ปัจจุบันจะยังเลื่อนไปรับตอนปลายตุลาคม แต่จริงๆ แล้วก็มีเข้ามาในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือทำงาน

…ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ หากให้คำจำกัดความ ผมจะใช้คำว่า “รอเวลาอิ่มตัว” (Time to saturated concentration) ถ้าระบบรับโหลดในการดำเนินการคัดกรองกักตัวจำนวนคนมากถึงระดับหนึ่งไม่ได้ จะเกิดปัญหาด้านมาตรฐานถ้าจำนวนคนมากถึงระดับหนึ่ง จะเห็นปัญหาการหลุดรอดมากขึ้นหรือชัดเจนขึ้น

หากดูข้อมูลที่คาดไว้เดิม 100,000 คน น่าจะมีคนติดเชื้อราว 500 คน และมีโอกาสหลุดรอดได้ 9-65 คน ในขณะที่สถานการณ์จริงมีคนเข้ามาราว 100,000 คน ตรวจพบว่าติดเชื้อหกร้อยกว่าคน ส่วนจะหลุดรอดมากน้อยเพียงใด ไม่มีใครรู้ รู้เพียงแต่ว่าถัดจากการเปิดเฟส 5 และเฟส 6 ราว 6 สัปดาห์ เรามีรายงานพบเคสติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้หากดูเงื่อนเวลาเพื่อมาอธิบายความสัมพันธ์เชิง temporal relationship

ดังนั้นเงื่อนไขที่เราทุกคนพอจะทำได้ตอนนี้มีเพียงเรื่อง การรักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ
หัวใจสำคัญคือ “การใส่หน้ากาก” และ “คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ”

หากเกิดระบาดซ้ำ มักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดไม่ทันตั้งตัว กระจายเร็ว คุมยาก ใช้เวลานานกว่าระลอกแรกราว 1.5-3 เท่า และจำนวนการติดเชื้อรายวันที่สูงสุดจะมากกว่าเดิมราว 1.3-2.6 เท่า…จะดีที่สุดหากเราช่วยป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นมา
COVID-19 ติดง่ายกว่าหวัดใหญ่ เป็นแล้วตายได้ ตายไปเกินล้านแล้ว
ไม่มียารักษามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกัน

ถึงรักษาแล้ว ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่จะมีอาการคงค้างต่อไปนาน เรียกว่า “Chronic COVID” หรือ “Long COVID” หรือ “COVID Long Hauler” ตอนนี้คาดว่าจะมีถึงหนึ่งในสามของผู้ติดเชื้อทั้งหมด บางทวีปอย่างยุโรปเคยมีคนประมาณไว้ว่าอาจถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: