Biznews

หมดยุคลุยเดี่ยว “จากเอ็มเคซื้อแหลมเจริญถึงไมเนอร์ซื้อบอนชอน” ปีแห่งการช้อปปิ้งธุรกิจร้านอาหาร!

เห็นได้ชัดว่า ปรากฏการณ์การ “ควบรวมกิจการ” นับว่ามาแรงมากในช่วงนี้และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุผลหลากหลายทั้งเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตลาดเดิม เพิ่มขีดความสามารถไปยังตลาดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การเจริญเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

ผลการสำรวจจากกลุ่มผู้บริหารในบริษัทชั้นนำในประเทศไทย พบว่า กลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่ได้รับความสนใจในการ ควบรวมกิจการ มากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรม และ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ตามลำดับ

 

MK สุกี้ ซื้อแหลมเจริญ
ดีลแรกที่ถือได้ว่าสะท้านวงการธุรกิจอาหารไม่เบาคือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป ซื้อหุ้น 65% ของบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด คิดเป็นมูลค่า 2,060 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ปี 2562 ซึ่งหมายความว่า มูลค่าบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด ทั้งหมดมีมูลค่า 3,169 ล้านบาท  โดยการซื้อครั้งนี้ MK ใช้เงินสดทั้งหมดเพราะปัจจุบัน MK มีเงินสดอยู่ในมือทั้งหมดมากถึง 9,700 ล้านบาท

MK ได้อะไรจากดีลนี้? น่าจะเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้

ปัจจุบัน ธุรกิจของเอ็มเคประกอบด้วย “เอ็มเค สุกี้” ร้านอาหารญี่ปุ่น “ยาโยอิ” ซึ่งได้รับสิทธิแฟรนไชส์จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น แบรนด์อื่นๆ อีก 2 แบรนด์ ได้แก่ “ฮากาตะ” และ “เท็นจิน” ร้านอาหารไทย “ณ สยาม” และ “เลอ สยาม” ร้านกาแฟ/เบเกอรี่ “เลอ เพอทิท”

การที่ได้ “แหลมเจริญ ซีฟู้ด” เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ จะทำให้เอ็มเคครบเครื่องมากขึ้นตามเทรนด์ที่บริษัทใหญ่ๆ  มุ่งเน้นไปในทางเดียวกัน เพื่อกระจายความเสี่ยง, ขยายฐานลูกค้า และดาต้าของลูกค้าที่เอื้ออำนวยให้เกิดการทำโปรโมชั่นร่วมกันอีกทั้ง “แหลมเจริญ ซีฟู้ด” เป็นแบรนด์ที่รู้จักอยู่แล้ว

นอกจากนี้ จากความเชี่ยวชาญของ MK ในเรื่องโลจิสติคขนส่งอาหารสดจากครัวกลางไปสู่ครัวในร้าน รวมทั้งการขยายสาขา จะช่วยทำให้แหลมเจริญ สามารถเดินทางไปเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆใหม่ๆไปสู่ผู้บริโภคในจังหวัดอื่นๆ ได้มากขึ้น

มาดูฝั่ง “แหลมเจริญ” กันบ้างทำไมถึงอยากขาย?

ต้องยอมรับว่า หัวใจหลักของการทำธุรกิจ “ร้านอาหารทะเล” อยู่ที่ “อาหารสด” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งความยากลำบากในการขยายสาขา การได้พันธมิตรอย่าง MK จะทำให้แหลมเจริญลบจุดอ่อนลงได้อย่างราบคาบ เนื่องจาก “เอ็มเค” มีศักยภาพในการขนส่ง และขยายสาขามากกว่าจึงน่าจะเข้ามาเติมเต็มในเรื่องนี้ได้

ขณะเดียวกัน การขายหุ้นให้กับMK ทางผู้ถือหุ้นเดิมทั้ง 4 ท่านก็ยังมีหุ้นเหลืออยู่ 35%

 

“สิงห์” ซื้อ “ซานตาเฟ่” 

ต่อกันที่ดีลข้ามสายพันธฺอย่างค่ายสิงห์ที่ประกาศลดความเสี่ยงเลี่ยงธุรกิจเบียร์ที่นับวันอิ่มตัวด้วยการควักกระเป๋า 1,500 ล้านบาท เข้าไปถือหุ้น 88% ในกลุ่มธุรกิจ เคที เรสทัวรองท์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหาร “ซานตาเฟ่”  ถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ในการนำพาธุรกิจอาหารในเครือบุญรอดฯที่มีพอร์ตกว่า 5 พันล้านบาทเติบโตก้าวกระโดด โดยมีเป้าหมายผลักดันรายได้สู่ 15,000 ล้านบาทในอีก  5 ปีข้างหน้า

“การทำธุรกิจเก่าเบียร์ น้ำ โซดา (สิงห์) มากกว่า 85-86 ปี จนมีเพราะมีเครือข่ายที่มั่นคงแข็งแรง แต่ไม่ได้หมายถึงจะเติบโตเช่นนี้ตลอดไป การที่เข้าไปดูแลบริหารจัดการกลุ่มซัพพลายให้ครบวงจร จึงต้องเพิ่มธุรกิจอาหาร” นี่คือคำพูดของ ปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด (Food Factors) ผู้ดูแลธุรกิจอาหารเสาหลักที่ 6 ในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ นอกจาก 5 เสาหลัก อันประกอบด้วย ธุรกิจเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม ,ธุรกิจบรรจุภัณฑ์บางกอกกล๊าส ,ธุรกิจระดับภูมิภาค (รีจินัล) ,ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจซัพพลายเชน

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารในพอร์ตโฟลิโอของฟู้ด แฟคเตอร์ ประกอบด้วย ร้านฟาร์มดีไซน์,ร้านอาหารญี่ปุ่นKitaohji และ เอส33โดยบริษัท เอสคอมพานี จำกัด ดูแลกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและล่าสุดร้านสเต็กซานตา เฟ่ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตโดยวางแผนเพิ่มจุดขายในการจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่ม เช่น น้ำดื่ม เบียร์ ข้าวบรรจุถุงพันดี ฯลฯ

ขณะที่  สุรชัย ชาญอนุเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ผู้บริหารร้านซานตาเฟ่ แสดงความคิดเห็นถึงการร่วมมือกันในครั้งนี้ว่า จะทำให้กลุ่มธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีความพร้อมในการวิจัยพัฒนาสินค้า และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่แข็งแรง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาซานตาเฟ่เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี แต่หลังจากร่วมมือกันตั้งเป้าเติบโตขึ้นเป็น 20 % ต่อปี โดยมีการขยายสาขาซานตาเฟ่ปีละ 10 สาขา และเปิดแฟรนไชส์ปีละ 10 สาขา ขณะที่ meng นัวนัว ร้านอาหารจีนที่มีการรีแบรนด์เป็นร้านอาหารอีสาน 1 ปีที่ผ่านมาตั้งเป้าขยายสาขา 10 สาขาภายใน 6-7 ปี

ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจเคที เรสทัวรองท์ มีรายได้มูลค่า 1,800 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาทภายในปี 2563

MINT เข้าซื้อกิจการร้านไก่บอนชอน ในประเทศไทย
และมาถึงดีลล่าสุดในธุรกิจอาหารต้องยกให้กับดีลสะท้านฟ้าอย่างบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“MINT”) ประกาศเข้าลงทุนในบริษัท ชิคเก้น ไทม์ จำกัด ประเทศไทย (“ชิคเก้น ไทม์”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารชื่อดังภายใต้แบรนด์ไก่บอนชอนกว่า 40 สาขาในประเทศไทย ด้วยการลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 100 ในชิคเก้น ไทม์ ด้วยเงินลงทุนจำนวน 2 พันล้านบาท ไมเนอร์ ฟู้ดเป็นจะผู้ดำเนินการร้านบอนชอนที่มีอยู่เดิมทั้งหมดในประเทศไทย ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะไม่รวมสิทธิแฟรนไชส์ในการเปิดสาขาใหม่ แต่ MINT อยู่ในระหว่างการเจรจากับเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์หลัก ในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้ MINT มีสิทธิในการขยายสาขาบอนชอนทั่วประเทศต่อไป

แบรนด์บอนชอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ในประเทศเกาหลี และในปัจจุบันเป็นแบรนด์ร้านอาหารเกาหลีและไก่ทอดสไตล์เกาหลีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก โดยแบรนด์บอนชอนได้สร้างความแตกต่างด้วยไก่ทอดสไตล์เกาหลี ที่มีซอสอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้ ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และความภักดีของลูกค้าต่อไก่ทอดสุดกรอบที่ไม่เหมือนใครและอาหารเอเชียสไตล์ฟิวชั่นอื่นๆ ส่งผลให้บอนชอนขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมเก้าประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา บาห์เรน คูเวต ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม พม่า และไทย

คำถาม คือ MINT ได้อะไรจากการลงทุนในครั้งนี้

สำคัญที่สุดที่ MINT จะได้รับจากดีลนี้ คือ สิทธิ์ในการบริหารแบรนด์ Bonchon ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี เนื่องจาก Bonchon ถือเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมในประเทศไทยค่อนข้างมาก อัตราการทำกำไรค่อนข้างโดดเด่น แบรนด์มีความภักดีจากลูกค้าอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากที่ผู้บริโภคจำนวนมากเรียกทับศัพท์ “ไก่ทอดเกาหลี” ว่า “ไก่บอนชอน” ซึ่งจะทำให้ Bonchon จะเป็นเรือธงใหม่ในการขยายกิจการของ MINT ก็เป็นได้

ปัจจุบัน กลุ่มไมเนอร์ มีเชนร้านอาหารในเครือ ได้แก่ ซิซซ์เล่อร์, เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เบอร์เกอร์คิง, สเวนเซ่นส์, แดรี่ควีน, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส, ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช, เบซิล การได้ Bonchon เข้ามาในบริษัท จะทำให้ไมเนอร์นำไปขยายสาขาตามช่องทางที่มีอยู่
สรุปได้ว่า ปีนี้ถือเป็นปีทองแห่งการช้อปปิ้งธุรกิจอาหารขนานแท้  ….
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: