IT & Digital

ส่องเทรนด์ E-Commerce ปี 2020 นี้ อะไร มา!

เข้าเดือนที่ 5 ในปี 2020 แล้ว มีอะไรตรงกับที่กูรูแห่ง UK ได้เคยคาดการณ์กับเทรนด์ e-Commerce พวกนี้บ้าง
.
1. “หมดยุคตีหัวเข้าบ้าน”
.
การล่อให้คลิกหรือ Clickbait กำลังตาย ประเภทแบบ “เหลืออีก 3 ห้องเท่านั้น” และ “คุณมีเวลา 30..29..28…วินาทีในการสั่งซื้อ!” การขายแบบนี้คือการขายระยะสั้นที่ใช้ประโยชน์จากอารมณ์และความไม่มั่นคงของคน ซึ่งทำลายคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว ดังนั้น ทศวรรษใหม่ควรมุ่งไปที่การใช้เวลาสร้างแบรนด์และการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เพื่อสร้าง engage กับผู้ชมดีกว่า
.
2. “การบล็อกคุกกี้และการติดตามต่าง ๆ ส่งผล”
.
ในยุคแห่งการปกป้องความเป็นส่วนตัว เราจะเห็นเบราว์เซอร์ชั้นนำที่ทำให้การปกป้องความเป็นส่วนตัวดียิ่งขึ้นด้วยการบล็อกคุกกี้และการแทรคกิ้งทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า คนทำ e-Commerce ต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาคุกกี้เพื่อการติดตามวัดผลทางการตลาด เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ
.
3. “ความเบลอร์ของออนไลน์และออฟไลน์”
.
ที่สหราชอาณาจักรปีนี้ การเดินซื้อของในเทศกาลเซลปลายปี Black Friday เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 มันไม่ได้บอกถึงการฟื้นตัวของร้านค้าปลีกหรอก แต่มันสะท้อนว่า ผู้บริโภคต้องการช่องทางบริการที่เป็น omni-channel (โดยเฉพาะจากออนไลน์ไปออฟไลน์) ปีที่ผ่านมา ผู้ค้าปลีกได้รวมเทคโนโลยีดิจิทัลลงร้านค้ามากขึ้น และเสนอบริการอย่างเช่น คลิกซื้อแล้วไปรับที่ร้าน หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระสินค้า หรือแบรนด์ที่โตมาจากออนไลน์ได้ขยายไปขายบนร้านจริง เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า
.
4. “การใช้ AI ในเชิงรุก”
.
จากแค่ตอบรับ e-Commerce จะเดินหน้ารุก ด้วยการใช้แมชีนเลิร์นนิงเรียนรู้กระบวนการหลายอย่าง เช่น การระบุลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อ การทิ้งตะกร้าซื้อ หรือแม้แต่การคืนสินค้า อัลกอรีธึม AI ของ e-Commerce จะทำงานร่วมกับอัลกอรึทึมอื่น อย่าง CRM และ ERP
.
5. “หมดเวลาแฟชั่นติดไซเรน?”
.
ในยุคที่คนตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ สินค้า Fast Fashion ที่เน้นการผลิตและขายในราคาถูก และมาเร็วไปเร็ว กลายเป็นอีกจำเลยที่สร้างขยะให้ล้นโลก กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ Fast Fashion คือวัยรุ่น แต่เมื่อ Gen Z ยุคนี้มีสำนึกรักษ์โลกมากขึ้น ๆ เราจึงได้เห็นแอปสินค้าแฟชั่นมือสองอย่าง Depop ซึ่งหากสิ่งนี้ยังดำเนินต่อไป เราก็คงจะเห็นผู้เคยยิ่งใหญ่มาก่อนในตลาดแฟชั่นดิ้นรนเพื่อรักษายอดขายมากขึ้น
.
6. “GDPR ยังน่าปวดหัว”
.
เพราะการที่บางองค์กรได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังในการคัดข้อมูลลูกค้าเพื่อปิดทุกความเสี่ยงจากผลกระทบของกฎหมาย ได้ส่งผลต่อนักการตลาดในการทำการตลาด แทนที่จะหาวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ข้อมูลที่ยังอยู่ในกรอบของกฎหมาย เพื่อให้เกิดการสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลาดโอกาสทางการตลาดอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือการทำความเข้าใจในตัวบทกฎหมายอย่างถ่องแท้ และการสามารถนำมาใช้เพื่อทำการตลาดให้มากที่สุด
.
สำหรับประเทศไทยเอง หลายคนลุ้นให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะใช้บังคับเต็มรูปแบบในปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เลื่อนออกไป แต่คนที่เตรียมพร้อมรองรับไว้แล้ว ยังไงก็ได้เปรียบกว่า

 

 


.
ที่มา https://econsultancy.com/ecommerce-trends-2020-predictions/

 

Cr.ETDATHAILAND

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: