BiznewsMoney

ส่องมาตรการแบงก์ซับน้ำตาลูกค้าน้ำท่วม !!!

จากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมในขณะนี้ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศที่กำลังทุกข์ระทมอย่างหนักจากปัญหาอุททกภัยจากพายุโพดุล วงการธนาคารทั้งรัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันสูงสุดต่างเร่งระดมมาตราการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  แต่ละแบงก์เยียวยาอย่างไรบ้าง ไปดูกัน

ธอส. ออก 7 มาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้า

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้ประกาศมาตรการเร่งด่วน “โครงการเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติปี 2562” ภายใต้กรอบวงเงินรวม 1,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตนเองหรือ คู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัยสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ เดือนที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย 4.125% ต่อปี เดือนที่ 17-24 อัตราดอกเบี้ย 4.625% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 5.625% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้เพื่อชำระหนี้หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.625% ต่อปี)

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่หลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย สามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคาร ที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี

สำหรับลูกค้าผู้ที่ต้องการยื่นกู้ตามมาตรการที่ 2 ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน และยังยกเว้นค่าธรรมเนียมในรายการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ค่าตรวจสอบหลักประกัน ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการกู้

มาตรการที่ 3 ลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ให้ลูกหนี้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรกโดยไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 4 ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 5 ลูกหนี้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระโดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือตามสัญญากู้

มาตรการที่ 6 กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น

มาตรการที่ 7 พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fastrack) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันภัยอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ รวมถึงกรณีน้ำท่วม หรือ ลมพายุ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่เป็นผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ 15,000 บาท และหากประเมินความเสียหายของที่อยู่อาศัยแล้วพบว่าสูงกว่า 15,000 บาท หรือมีน้ำท่วมตัวที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 100 เซนติเมตรขึ้นไป ลูกค้ามีสิทธิ์ได้รับค่าสินไหมตามจริงแต่ไม่เกิน 20,000 บาท

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการของ “โครงการเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติปี 2562” สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธ.ก.ส.ยืดระะยะเวลาชำระหนี้ 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้กำหนดแนวทางพร้อมกำชับให้ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้

กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ได้มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้า โดยนำเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติของ ธ.ก.ส. ไปจัดหาถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน โดยเบื้องต้นได้ส่งถุงยังชีพช่วยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร นครพนม ไปแล้วกว่า 20,000 ถุง และเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่าง ๆ เช่น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เช่น ค่าเช่าเรือ ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าแรงงาน เป็นต้น และหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง จะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูหลังประสบภัย เช่น การมอบเงินเพื่อสมทบทุนสร้างบ้านหลังใหม่ การซ่อมแซมทรัพย์สินของใช้จำเป็น การซ่อมแซมเครื่องจักรการเกษตร และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ที่เกี่ยวเนื่องในการให้ความช่วยเหลือกรณีฟื้นฟูหลังประสบภัย

สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. กรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายด้านการผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้ ธ.ก.ส.จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน บรรเทาความเดือดร้อน จำเป็นในครัวเรือนและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ระยะ 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินรายละ 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี

SME D Bank พักชำระหนี้ 6 เดือน

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้ออก 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ได้แก่

1.มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน

และ 2. มาตรการ วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้ 1.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท 2.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และ3.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินเดิมแล้วไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อนและสามารถใช้หลักประกัน บสย. ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่มไม่เกิน 2 ล้านบาท

นอกจากนั้น สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) ครอบคลุมสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการใหม่ มีนวัตกรรม กลุ่มค้าส่งค้าปลีก ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน ร้านธงฟ้า ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตร เป็นต้น คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษบุคคลธรรมดา ใน 3 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 0.417% ต่อเดือน หรือประมาณ 5% ต่อปี และ “นิติบุคคล” คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษใน 3 ปีแรก เหลือเพียง 0.25% ต่อเดือน หรือ 3%ต่อปี

กรุงไทยพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย

ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า เพื่อแบ่งเบาภาระและเพิ่มสภาพคล่องแก่ลูกค้าในพื้นที่ประสบภัย โดยผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้า สินเชื่อบุคคล โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน และ พักชำระดอกเบี้ยอีก 3 เดือน ในเดือนที่ 4-6  ลูกค้า สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อ Home For Cash ธนาคารไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน และปรับลดลงอีก 0.25% ในเดือนที่ 4 – 12  ส่วน สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่สถานประกอบการได้รับผลกระทบ หรือคู่ค้า แหล่งวัตถุดิบ แรงงาน อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ลดดอกเบี้ยลงสูงสุด 1% ต่อปี เป็นเวลา 12 เดือน  รวมทั้งพักชำระเงินต้น หรือขยายระยะเวลาสัญญาออกไปสูงสุด 12 เดือน  ตลอดจนสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ เพิ่มเพื่อฟื้นฟูปรับปรุงซ่อมแซม ซื้อสินทรัพย์ถาวร และวัตถุดิบ โดยให้วงเงินกู้เพิ่มสูงสุด 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้นปีแรก 4% ต่อปี

สำหรับ ลูกค้า SME ธนาคารสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพิ่มในการฟื้นฟูกิจการ หรือลงทุนทดแทนสินทรัพย์ที่เสียหาย เพื่อให้สามารถฟื้นตัวและก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ในวงเงินสูงสุดรายละ 10 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4%   ต่อปี และสำหรับลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อเดิม ยังลดดอกเบี้ยลงสูงสุด 1% ต่อปี เป็นเวลา 12 เดือน พักชำระหนี้หรือขยายระยะเวลาสัญญาออกไปสูงสุด 12 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้า ภายใต้เงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด

ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยและลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ทุกสาขา ลูกค้า SME  ยื่นได้ที่สำนักงานธุรกิจทั่วประเทศ 74 แห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Call Center 02-111-1111

กสิกรไทยพักชำระเงินต้นนาน 6 เดือน

ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาตรการการช่วยเหลือลูกค้าประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ คือ การพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ หรือฟื้นฟูกิจการ โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด คือ พักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6เดือน นอกจากนี้ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารช่วยลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับล่าช้า นอกจากนี้ยังส่งทีมงานลงพื้นที่ดูแลช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด

ลูกค้าของธนาคารที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคาร หรือ K-Contact Center 02-888-8888 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2562

กรุงศรีออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า SME ที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคอีสาน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อช่วยลดภาระให้ลูกค้า โดยมีมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ย เพิ่มวงเงินเสริมสภาพคล่อง และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้รวมสูงสุดถึง 18 เดือน พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมสถานประกอบการและสต๊อกสินค้า โดยธนาคารจะพิจารณามาตรการที่เหมาะสมกับลูกค้าเป็นรายกรณีไป พร้อมส่งทีมงานลงพื้นที่เพื่อดูแลช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด

ลูกค้า SME ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร 0 2626 2626

“ไทยพาณิชย์” พักชำระหนี้ 3 เดือน ลดดอกเบี้ยสูงสุด 100% และขยายเวลาผ่อน 5 ปี

ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือนลดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุด 100% ของอัตราดอกเบี้ยเดิมภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนและขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 5 ปีสำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือนสำหรับลูกค้าสินเชื่อหมุนเวียน(Speedy Cash)พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 50% ไม่เกิน 4 รอบบัญชีและสินเชื่อส่วนบุคคล(Speedy Loan)พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือนลดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุด 100% ของอัตราดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 2 เดือน

สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย(SSME)พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือนลดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุด 100% ของอัตราดอกเบี้ยเดิมภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนและขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี

ลูกค้าของธนาคารที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ทุกแห่ง หรือ ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์SCB Call Center โทร.027777777 ลูกค้าสามารถลงทะเบียนขอรับมาตรการช่วยเหลือได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: