Biznews

สู้ยิบตา ‘ยงสงวน’ ค้าปลีกอุบล ผุดแคมเปญ’สินเชื่อคู่ค้าพารวย’อุ้มลูกค้าฝ่าโควิด

‘ยงสงวน  ค้าปลีกท้องถิ่นอุบล  เริ่มต้นธุรกิจจากรุ่นคุณปู่ คุณย่า เป็นธุรกิจโชห่วยใช้ชื่อว่า โค้วย่งง้วน หมายความว่า แหล่งน้ำที่ยั่งยืน พัฒนามาเรื่อย ๆ จนมีโกดังหลายจุด  พอมาเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็เปลี่ยนจากโชห่วยมาเป็นห้างสรรพสินค้า  จนมีห้างต่างชาติเข้ามา เราเลยคิดว่าห้างสรรพสินค้าคงไม่เหมาะกับเรา เราควรจะเติบโตในธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก เลยย้ายจากห้างสรรพสินค้ามาเปิดศูนย์กระจายสินค้ายงสงวน กระจายสินค้าให้กับคนในอุบล

ผมได้ยินคำว่า กรุงไทยมาตั้งแต่เกิดแล้ว คือสมัยคุณปู่ คุณพ่อ คุณแม่ ผมก็เห็นธนาคารกรุงไทย แล้วผมจะถูกใช้ให้เอาเช็คไปเข้าธนาคาร จนมาถึงทุกวันนี้ก็คือ กรุงไทยเริ่มเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับเราแล้ว จริงใจ ใกล้ชิด ติดดิน จริงจังคือคามจริงใจในการทำงาน  จริงจังในเรื่องการให้บริการลูกค้า มีความจริงใจไม่ว่าจะเป็นราคา ไม่ว่าจะเป็นของแถม หรือไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เรามี ถ้าลูกค้าจะได้ประโยชน์กับสิ่งนี้

สินเชื่อคู่ค้าพารวยคือดีมาก ๆครับ คืออยู่ดีๆ  ก็มีคนเอาเงินมาให้ มีไว้อุ่นใจไม่ใช้ก้ไม่เสียอะไร มีประโยชน์กับลูกค้าผม ตรงที่วามาเพิ่มศักยภาพในตัวของเค้าเองแล้วมาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการเงินให้กับลุกค้าของเรา ซึ่งมันเท่ากับว่า เราอยู่ในร่างกายเดียวกันเลย กรุงมาเพื่อรักษาหัวใจให้กับผม เพราะลูกค้าคือหัวใจของผม’

 

นั่นคือคำพูดที่กลั่นออกมาหัวใจของผู้ชายที่ชื่อ ‘ประกอบ ไชยสงคราม’ หนึ่งในคีย์แมนคำสำคัญยงสงวนกรุ๊ป ค้าปลีกท้องถิ่นที่เปิดดำเนินการมายาวนานร่วม 70 ปี ที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานโดยเจน 3 ของ ตระกูลไชยสงวน ที่มีด้วยกันสองคนพี่น้องคือ ประกิจและประกอบ ไชยสงคราม ที่ช่วยกันสานต่อธุรกิจครอบครัวให้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ประกอบ ไชยสงคราม หนึ่งในคีย์แมนคำสำคัญยงสงวน เปิดเผยกับทีมงาน BIZpromptINFO ว่า เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวมา 20 ปีแล้ว ได้เรียนรู้การทำธุรกิจครอบครัวและเห็นรุ่นคุณพ่อ คุณแม่บริหารงานมาตั้งแต่เด็กๆ ซึมซับมาโดยตลอด ปัจจุบันกลุ่มยงสงวนมีธุรกิจ 2 รุปแบบคือค้าส่งในชื่อ ยงสงวน และธุรกิจคอนวีเนี่ยนสโตร์ ใช้ชื่อ เซฟแลนด์ ซึ่งค้าส่งมี 1 สาขา ส่วนเซฟแลนด์ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 22 สาขา

 

 

ในฐานะเจน 3  เขาตั้งใจจะสานต่อธุรกิจครอบครัวให้เจริญก้าวหน้าโดยสเต็ปต่อไปนับจากนี้เพื่อสร้างธุรกิจครอบครัวให้มั่นคง เขาจะควบรวมกิจการทั้ง 2 ส่วนคือค้าส่งและค้าปลีกเข้าด้วยกันเพื่อทำราคาสินค้าให้เท่าหรือถูกกว่าคู่แข่งอย่างค้าปลีกรายใหญ่เพื่อดึงลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการหลังจากต้องสูญเสียลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอย่างกลุ่มคุณแม่ไปเนื่องมาจากการเข้ามาเปิดสาขาของค้าปลีกรายใหญ่ก่อนหน้า ซึ่งการผนวกทั้ง 2 แบรนด์เข้าด้วยกันจะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงและสามารถแข่งขันได้ต่อไป นั่นคือต่อไปลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ทั้งยงสงวนและเซฟแลนด์ได้ในราคาเดียวกัน

นอกจากการผนวก 2 แบรนด์ด้วยราคาเดียวกันแล้ว กลยุทธ์ต่อไปของยงสงวนในการฝ่าดงค้าปลีกรายใหญ่คือ การติดปีกยงสงวนให้ก้าวกระโดดแบบสปริงบอร์ดด้วยการเตรียมแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามรอยค้าปลีกท้องถิ่นรุ่นพี่อย่าง ‘ธนพิริยะ เชียงราย’ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งประกอบหมายมั่นว่ายงสงวนในเวลานั้นต้องมียอดขายทะลุ 4,000 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว จากปัจจุบันทั้งกลุ่มมียอดขายปี 2564 ที่ 3,200 ล้านบาท

เจน 3 ยงสงวน บอกกับถึงสาเหตุในการเข้าตลาดฯ ว่า เขาไม่ได้ต้องการเงินทองมากมายอย่างที่หลายคนมอง แต่เขาอยากให้พ่อกับแม่ภูมิใจและสบายใจได้ว่า ธุรกิจที่พวกเขาสร้างมากับมือจะสามารถไปต่อได้อย่างมั่นคง ไร้ปัญหา ลูกหลานจะได้เหมือนกันทั้งหมด นั่นคือ ทุกคนในตระกูลเป็นเจ้าของร่วมกัน และเป็นธุรกิจของคนอุบลอย่างแท้จริงเพื่อให้คนอุบลภูมิใจไปกับเราด้วย

ดังสโลแกนที่ว่า ‘ยงสงวน ธุรกิจคนไทยคืนกำไรสู่ท้องถิ่น’ ส่วนเซฟแลนด์ มีสโลแกนว่า ‘สะดวกซื้อ คุ้มค่า คุ้มราคา คนบ้านเดียวกัน’

ประกอบ บอกว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ค้าปลีกท้องถิ่นอยู่รอดได้ในดงค้าปลีกยักษ์ใหญ่คือ ต้องมีความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเองและลูกค้า ใช้ความเป็นคนบ้านนอก ไร้เดียงสา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ทำธุรกิจด้วยความจริงใจ นึกถึงใจเขา ใจเรา เห็นอกเห็นใจคนอื่น ก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตได้ไม่ยาก

ทั้งนี้  การแข่งขันของค้าปลีกในอุบลร้อนแรงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งช่วงนี้ที่มีการระบาดของโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีก

ขณะเดียวกัน เมื่อภาครัฐมีนโยบายต่างๆ ออกมาทั้งโครงการคนละครึ่ง , ช้อปดีมีคืน ช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเหมือนถูกกระชากให้ฟื้นตัว นับเป็นประชานิยมที่เห็นผลดีกว่ารัฐแจกเงิน 3,000 บาทด้วยซ้ำ

ในทุกสมรภูมิย่อมมีความได้เปรียบ เสียเปรียบแตกต่างกัน การอยู่ในดงคู่แข่งที่ไ้ดเปรียบทุกประตูก้ไม่ได้หมายความว่าจะหมดทางสู้ เพราะทุกการแข่งขันต่อให้คู่แข่งตัวโตมากแค่ไหน ก็ย่อมเหลือช่องว่างเล็กๆ ที่คู่แข่งทำไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมองเห็น แล้วฉกฉวยโอกาสนั้นมาต่อยอดให้กับธุรกิจตัวเองได้ดีกว่ากันโดยเฉพาะค้าปลีกภูธร แม้จะเม็ดเงินไม่หนาพอ แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจในฐานะคนบ้านเดียวกันย่อมได้เปรียบกว่า

 

ที่สำคัญ จุดแข็งข้อหนึ่งที่ทำให้ค้าปลีกภูธรสามารถปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา คือ การมีทายาทรุ่น 2 รุ่น 3 เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจมากขึ้น ซึ่งทายาทเจนใหม่ๆ เหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดา หลายคนจบการศึกษาจากเมืองนอก เมืองนา การกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงธุรกิจสามารถทำได้รวดเร็วกว่า

เห็นได้จากการผุดแคมเปญล่าสุด ในชื่อ โครงการคู่ค้าพารวย ซึ่งเป็นสินเชื่อที่กรุงไทยปล่อยให้ลูกค้ายงสงวนตามยอดที่เคยซื้อขายกันต่อเดือน โดยอนุมัติให้ 3 เท่าโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ จ่ายดอกเบี้ย 0.8% ต่อเดือนจะเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเขาได้มีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิดที่ยังคงพุ่งต่อเนื่อง

โครงการคู่ค้าพารวย ประกอบบอกว่า จุดเด่นคือ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย มีไว้ให้อุ่นใจ ไม่ใช้ก็ไม่เสียอะไร ยืนยันจากปากเขาเอง ด้วยความหวังดี …ไม่มีโกหก

 

คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ขอเข้าร่วมโครงการ
1. ผู้ขอวงเงินต้องเป็นลูกค้ายงสงวนไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือหากท่านใดไม่เคยเป็นลูกค้ายงสงวนมาก่อน ก็สามารถติดต่อทางกรุงไทยโดยตรงได้ตามลิ๊งค์ด้านล่าง
2.วงเงินนี้ใช้ได้เฉพาะที่ยงสงวนค้าส่งเท่านั้น
3. ดอกเบี้ย 0.8 ต่อเดือน สามารถชำระเป็นวันได้ รายละเอียดดูในลิ้งค์ด้านล่างครับ
4. วงเงินอนุมัติ 3 เท่า จากยอดที่เคยซื้อกับยงสงวนต่อเดือน
5. หากลูกค้าสนใจให้คลิกที่ลิ้งค์ด้านล่าง แล้วกรอกรายละเอียด เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูล แล้วส่งให้ทางกรุงไทยติดต่อกลับครับ
ประกอบบอกว่า ทำแล้วรวยรึเปล่า …ไม่รู้  แต่ที่รู้ คือ มาช่วยแน่นอน ..ผมการันตี
กราบขอบพระคุณครับ

(ไทม์ไลน์  ยงสงวนกรุ๊ป  จากก้าวแรก….สู่ก้าวที่กล้า)

ในปีพ.ศ.2498 คุณพ่องี่เต็ก แซ๋โค้ว และคุณแม่เง็กเนย ไชยสงคราม ได้เปิดกิจการร้านโชห่วยขนาด 1 คูหา 2 ชั้น ต้ังอยู่บนถนนยุทธภัณฑ์ ตรงกันข้ามกับโรงหนังกลางใช้ชื่อร้านว่า โค้วย่งง้วน ทั้งสองท่านได้ช่วยกันบริหารร้านเรื่อยมา จนกระทั่งในปีพ.ศ.2500 ได้ย้ายร้านมาตั้งอยู่ที่มุมถนนพรหมเทพ เป็นร้านขนาด 2 คูหาทำการค้าขายมาจนถึงปีพ.ศ.2503 ได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ร้านโค้วย่งง้วน เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นได้มาเปิดร้านโชห่วยใหม่ที่ 68-70 ถนนพรหมเทพ เป็นร้านขนาด 2 คูหา 3 ชั้นในปีพ.ศ.2519 จึงได้ย้ายร้านมาตั้งที่ 77-81 ถนนพรหมเทพ เป็นร้านขนาด 3 คูหาใช้ชื่อร้านว่า โค้วย่งง้วน จนกระทั่งในปีพ.ศ.2525 จึงได้เปลี่ยนมาเป็น ยงสงวน

ในปีพ.ศ.2533 ได้ทำการประมูลสิทธิการก่อสร้างได้จึงรื้อสิ่งปลูกสร้างเก่าออกแล้วสร้างใหม่ ปีพ.ศ.2535 ได้ตั้งเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อว่า ยงสงวนช้อปปิ้งมอลล์ โดยมีคุณกำพลและคุณมลิวัลย์ ไชยสงคราม เป็นผู้บริหาร

ที่ผ่านมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยงสงวนช้อปปิ้งมอลล์ มีบริษัทในเครือเพิ่มมาอีก 2 บริษัทคือ บริษัทยงสงวนกรุ๊ป จำกัดและ บริษัท สหรุ่งธนเกียรติอุบล จำกัด พร้อมกับเปิดสาขารวมกันทั้งสิ้น 9 สาขาดังนี้

1.ยงสงวนช้อปปิ้งมอลล์ ต้ังอยู่บนถนนพรหมเทพ (พ.ศ.2535)

2.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขาถนนเทพโยธี (พ.ศ.2537)

3.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขากม.0 ตรงข้ามโรงเรียนอุบลวิทยาคม(พ.ศ.2538)

4.ยงสงวนเซฟแลนด์ สาขาชยางกูร (4 พ.ย.2539)

5.am pm สาขาตลาดบ้านคู่ (พ.ศ.2540)

6.ยงสงวนเซฟแลนด์ สาขาแจ้งสนิท (9 ส.ค.2541

7.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขาวารินทร์ (2542)

8.ยงสงวนมินิมาร์ท สาขาศรีษะเกษ (2543)

และ ยงสงวนกรุ๊ป จำกัด ได้เปิดศูนย์รวมสินค้าอุปโภค บริโภคแห่งใหม่ ซึ่งเป็นสาขาที่ 9 ตั้งอยู่บนถนนอุบล-วาริน บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2543 เป็นต้นมา

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: