BiznewsColumnist

สูตรคำนวณชวนตะลึง กับ ส.ส. “พึงมี”

สูตรคำนวณชวนตะลึง กับ ส.ส. “พึงมี”

ธนก บังผล

              ผ่านพ้นมา เดือนแล้วครับกับการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปี ต้องย้อนไปนานถึง ก.ค. 2554 กันเลยทีเดียว เนื่องจากว่าการเลือกตั้งในปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

              แต่ไม่ว่าจะนานมาแล้วสักแค่ไหน ผมเชื่อว่าคงไม่มีการเลือกตั้งครั้งใดทำให้ประชาชนตาดำๆ งงได้มากเท่าครั้งนี้อย่างแน่นอน

              ถ้าคอการเมืองที่ติดตามกฎหมายการเลือกตั้งมาก็อาจจะอธิบายได้ไม่ยาก แต่สำหรับตาสีตาสาบอกได้คำเดียวครับว่า “งง”

              ผมชวนคุยเรื่องการเมืองแบบเบาๆ นะครับ เพราะว่าตัวผมเองก็ยังมีส่วนงงเล็กน้อยถึงปานกลางกับระบบการคำนวณ ส.ส.พึงมี

              ปกติแล้ว “กติกา” การเลือกตั้งไม่ควรจะยุ่งยากนะครับ เพราะมันจะทำให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นที่ผ่านมาการเลือกตั้งทั่วไปก็คือการเลือก ส.ส. ทั่วประเทศนั่นเอง

              พรรคไหนที่ได้ ส.ส.มากที่สุดเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนในสภา เราก็ถือว่าพรรคนั้น “ชนะ” การเลือกตั้ง และตามมารยาทแล้วก็ควรจะได้เป็นพรรคแรกที่ฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล นี่คือหลักการเลือกตั้งทั่วไปที่เราเคยมีมา

              แต่ปรากฏว่าอยู่ดีๆก็มี “Popular Vote” โผล่มาให้ชวนงงตั้งแต่วันแรกที่ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการ

              ผลของ Popular Vote โหวตนี้ทำให้พรรคที่ผลการเลือกตั้งออกมาไม่ได้ ส.ส. มากที่สุด แต่เอาคะแนนรวมจากผลโหวตของคนทั้งประเทศมาใช้ แล้วประกาศว่าตนเองชนะการเลือกตั้งซึ่งวิธีนี้เรามักจะเห็นจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเท่านั้น จึงนำมาสู่การ “งง” ในอันดับแรก

              ไม่เป็นไรครับ เมื่อกติกาการเลือกตั้งเขาคงเขียนมาอย่างนี้ เราประชาชนก็พอรับได้ แต่เมื่อมองลงไปในรายละเอียดก็ยังเห็นอีกว่าพรรคที่ได้ ส.ส.เขตเยอะที่สุด กลับไม่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเลยแม้แต่คนเดียว

              อ่ะ…เอาเป็นว่าตรงนี้อธิบายได้ ที่มาที่ไปก็อย่างที่ทราบกันละครับว่าพรรคการเมืองนั้น “แยกกันตี” แต่ยังไม่ทันได้ลงสนามพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรก็ถูกโค่นล้มลงไปเสียก่อน เรียกว่าผิดแผน ดังนั้นเมื่อไม่ได้ส่ง ส.ส.ลงสมัครครบทุกเขตทั้งประเทศ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ไม่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

              เข้าใจตรงกันแล้วนะครับ

              แต่ทำไมพรรคการเมืองที่ได้คะแนนไม่ถึง 7 หมื่นคะแนน (ตามสูตร) ถึงได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพ่วงมาเป็นกระบวน นี่ต่างหากครับ ที่ประชาชน “งง” เป็นคำรบสอง

              แล้วเราก็ได้ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ อดีตนักเลงระดับตำนานเรียกพี่ นักรักรูปหล่อที่สาวๆสวยๆหมายปอง เข้ามาทำงานในสภาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

              ล่าสุด การเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.เชียงใหม่ ครับ เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่าพรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน ก็ปรากฏว่ามี พรรคการเมืองที่ได้อานิสงส์ มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นมาอีกพรรคละ 1 คน เฉยเลย โดยมี ส.ส.จากพรรคเล็กท่านหนึ่งต้องกระเด็นเป็น ส.ส.เพียง 3 วัน

              นี่มันกติกาอะไรครับ ผม “งง” ซ้ำซากจริงๆ

              ที่หลายคนเค้าสงสัยก็คือ ทำไมกติกานี้ถึงเขียนให้พรรคใหญ่พรรคหนึ่งต้องได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นทุกกรณี ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง   

              คนในโซเชียลเขาแซวกันเอิกเกริกเลยว่า คนที่คิดสูตรการเลือกตั้ง ส.ส. นี้ขึ้นมาน่าจะได้รางวัล “โนเบล”

              เพราะเป็นการคำนวณที่ทำให้คนทั้งโลกต้องตะลึง

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: