Columnist

‘สุ่มแจกออนไลน์’ เล่ห์กลบนสื่อโซเชียล ‘โอกาส-ความเสี่ยง’ จากเทคโนโลยี

สุ่มแจกออนไลน์เล่ห์กลบนสื่อโซเชียล

“โอกาส-ความเสี่ยง” จากเทคโนโลยี

ธนก บังผล

 

              คราวที่แล้วผมเขียนถึง “แก๊งจิตป่วย” ที่เที่ยวโพสต์บนเฟซบุ๊กอ้างจะแจกเงินเพราะเปิดร้านทองวันแรกบ้าง หรือแอบอ้างเอาคนที่มีชื่อเสียงในสังคมมาอวดรวยอยากแจกเงินขอแค่แสดงความคิดเห็นว่า #ยินดีด้วย ก่อนจะหลอกล่อให้เหยื่อเข้าไปเล่นพนันออนไลน์หรือกู้เงินนอกระบบ

              ในส่วนของแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่น “ทวิตเตอร์” เองก็เริ่มมีการใช้กลอุบาย “รีสุ่มแจก” ซึ่งหมายถึง ให้รีทวิตข้อความของคนๆนั้นแล้วจะสุ่มแจกเงินบ้าง แจกรางวัลบ้าง ล่าสุดตรุษจีนที่ผ่านมาคือแจกอั่งเปา

              ถามว่าแจกจริงหรือเปล่า? อันนี้ไม่ทราบได้ครับ แต่อภิมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเคยใช้วิธีนี้มาแล้วและได้ผลเป็นอย่างมาก

ต้นปี 2562 ยาซากุ มาเอะซาวะ เจ้าของแบรนด์ “โซโซ” เสื้อผ้าค้าปลีกทางออนไลน์ได้สร้างสถิติทำให้คนเข้ามารีทวีตข้อความของเขามากที่สุดในโลก หลังจากโพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวันที่ 5 มกราคม ระบุว่าจะแจกเงิน 100 ล้านเยน โดยจะสุ่มแจกให้กับคน 100 คน ที่ติดตามเขาผ่านทางทวิตเตอร์ และรีทวีตข้อความนี้ ซึ่งการโพสข้อความมีขึ้นเพื่อเป็นการฉลองที่แบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ของเขาทำยอดขายได้ถึง 10 ล้านเยนในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่

 

สถิติการรีทวีตข้อความของมาเอะซาวะ มีมากกว่า 5 ล้าน 6 แสนครั้ง ทำลายสถิติเดิมที่มีการรีทวีตข้อความมากที่สุดในโลกของคาร์เตอร์ วิลคินสันเมื่อปี 2561 ที่โพสต์ข้อความขอให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์รีทวีตข้อความเพื่อให้เขาได้รับประทานไก่นักเก็ตฟรีตลอดปีจากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด

ในประเทศไทยเท่าที่มีข้อมูลแบบไม่ผิดกฎหมาย การรีทวีตแล้วสุ่มแจกรางวัลมักเกี่ยวโยงกับการเข้าไปดูยูทูบเพื่อทำยอดวิวครับ ส่วนจะแจกจริงหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อาชีพที่มาแรงและทำเงินง่ายบนโซเชียลมีเดียที่เด็กรุ่นใหม่อยากเป็นคือ “ยูทูบเบอร์” เพียงแต่เด็กไทยฉลาดมากกว่านั้นคือแทนที่จะสร้างคอนเทนต์ดีๆขึ้นมา บางคนก็เอาไปปั่นวิวจากอะไรอย่างอื่นที่ไม่ได้เป็นสาระแล้วปรากฏว่าได้เงินครับ

เพราะยูทูบจ่ายเงินให้ยูทูบเบอร์ผ่านบัญชี Google AdSense โดยผู้ที่มีประสบการณ์หารายได้จากยูทูบมากว่า 10 ปี ประเมินรายได้จากยอดวิวต่อปี ว่า 1 ล้านวิวได้เงินเฉลี่ย 10,000 บาท ,10 ล้านวิว ได้เงินเฉลี่ย 100,000 บาท

เพราะฉะนั้นที่เราเข้าไปฟังเพลงหากเพลงนั้นมียอดวิว 100 ล้านวิวได้เงินผู้ที่นำวีดีโอมาโพสต์ลงจะได้เงินเฉลี่ย 1ล้านบาท

ถ้า 300 ล้านวิวก็มีรายได้เฉลี่ย 3 ล้านบาท

 

โดยข้อมูลข้างต้น วัดจากจำนวนยอดวิวทั้งหมดที่เข้าสู่ช่องในช่วงระยะเวลา 1 ปี แต่หากเนื้อหาของการรับชมมาจากต่างประเทศ ก็มีโอกาสได้รับรายได้สูงกว่านี้

ยูทูบใช้วิธีคำนวณรายได้ให้แต่ละช่องไม่เหมือนกัน คิดจากคุณภาพของเนื้อหา ตัดรายได้เป็นรายเดือน 30 หรือ 31 วัน

รายได้ของยูทูบเบอร์ มาจาก 3 ช่องทาง 1.จากโฆษณาที่ปรากฏบนคลิป 2.จากสปอนเซอร์ให้ใช้สินค้า Tie-In ในคลิป และ 3.เชิญยูทูบเบอร์ออกงาน หรือร่วมกิจกรรม

ในขณะที่ Creator จะได้รายได้จากยูทูบเพียง 55% เท่านั้น เมื่อคิดจากโฆษณาที่แสดงผลบนคลิป (แบบที่เราเห็นว่ากด Skip ได้) และโฆษณาที่แสดงผลข้างๆ คลิป

ด้วยข้อกำหนดการใช้งานของยูทูบ ทำให้แต่ละคนไม่สามารถดูรายได้ยูทูบเบอร์คนอื่นได้ แต่เจ้าของช่องเองสามารถเช็กรายได้จากยูทูบได้ทุกเดือน หรือกดขอดู Statement ย้อนหลัง เป็นรายเดือน หรือรายปี เพื่อเปรียบเทียบสถิตินำมาปรับปรุงเนื้อหาคลิปของตัวเอง

หรือหากต้องการดูรายได้เฉพาะคลิปเดียว ก็กดคลิกดูย้อนหลังได้ทั้งหมด นับตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยคลิปจนถึงปัจจุบันก็ทำได้

 

ส่วนการแบ่งรายได้ ก็ควรทำสัญญาที่ชัดเจน เนื่องจากมีผลต่อการรับผิดชอบลิขสิทธิ์ ทั้งภาพ เสียง เนื้อหา และการเผยแพร่ใบหน้าบุคคล

เรื่องรายได้ส่วนนี้ควรจะแบ่งสัดส่วนให้ลงตัวกันตั้งแต่ต้นหาก 350 ล้านวิว มีรายได้ 3,500,000 บาทต่อปีนั้นมีสัญญาตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะแบ่ง 70 : 30 ฝ่ายที่ได้ 30 เปอร์เซ็นต์ก็จะได้ 1,050,000 บาท 

เรียกได้ว่ากรณีนี้เป็นกรณีศึกษา หากต้องมีภาพ เพลง หรือเนื้อหาที่เป็นลิขสิทธิ์ของคุณปรากฏบนคลิปยูทูบช่องใครก็ตาม ควรจะทำสัญญาเรื่องค่าลิขสิทธิ์กันให้ชัดเจน เพื่อจะได้ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

(ข้อมูลอ้างอิง https://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/1917152 )

ส่วนทวิตเตอร์ก็ขายโฆษณาครับ ถ้าเล่นผ่านเว็บ Twitter หรือแอพของทวิตเตอร์เอง จะเห็น Promoted tweet โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ โดยที่เราไม่ได้ follow user นั้นมาก่อนเลย แล้วก็ทำสัญญากับธุรกิจต่างๆ เช่นให้คนซื้อของผ่านทวิตเตอร์ได้เลย เช่นนกแอร์โปรโมทโปรใหม่ ก็จะมีปุ่มให้กดซื้อตรงนั้น

หรือบางประเทศก็มีบริการแปลกๆ เช่นร่วมมือกับธนาคาร ให้ผู้ใช้โอนเงินผ่านทวิตเตอร์

ส่วน Instagram ขายโฆษณาเช่นเดียวกับทวิตเตอร์ เช่นเวลาเปิด IG ก็อาจจะเห็นรูปภาพจากแบรนด์สินค้า แม้ว่าเราจะไม่ได้ follow ก็ตาม

สรุปคือใช้ทวิตเตอร์โยงไปยูทูบสร้างยอดวิวแล้วกลับมาขายโฆษณาบนทวิตเตอร์อีกทีหากมีการรีทวีตมากๆ

              เมื่อสร้างรายได้จากโซเชียลมีเดีย ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสให้มิจฉาชีพครับ

              ที่ผ่านมาเป็นการแอบอ้างผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ยักษ์ใหญ่ของไทยคือ เอไอเอสกับทรู ด้วยการสร้างเว็บปลอมขึ้นมาหลอกลวงเหยื่อให้กรอกข้อมูลตอบแบบสอมถาม โดยทำทีว่ามีการชิงรางวัล

กรกฎาคม 2563 เอไอเอส ได้แจ้งเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อเว็บไซต์แอบอ้างชื่อบริษัททำแบบสอบถามลุ้นรับสมาร์ทโฟน เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงเพื่อล้วงข้อมูล (Phishing) โดยผู้ไม่ประสงค์ดี และแนะแนวทางป้องกันว่า อย่าคลิก อย่าเปิดไฟล์แนบ อย่าส่งต่อ และอย่าให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา การหลอกลวงข้อมูล (Phishing) ได้มีการปรับเปลี่ยนกลวิธีการหลอกขอข้อมูลของเหยื่อได้แยบยลและหลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิ มาในรูปแบบของอีเมล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค โดยกล่าวอ้างถึงมาตรการการรักษา ซึ่งผู้ได้รับอีเมลดังกล่าวควรรีบปฏิบัติตามขั้นตอนโดยด่วน หรือการสร้างเว็บไซต์หลอกขอข้อมูลจากผู้ใช้ โดยใช้สิ่งของมีค่า เช่น บัตรกำนัล สมาร์ทโฟน มาเป็นแรงจูงใจ เมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์แนบ หรือกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ดังกล่าว จะเป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีติดตั้งซอฟต์แวร์อันตรายลงบนเครื่อง รวมถึงนำข้อมูลส่วนตัวสำคัญ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรเครดิต ไปกระทำการปลอมแปลงและโจรกรรมทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ได้

ทางเอไอเอส แนะนำวิธีสังเกตอีเมลและเว็บไซต์ Phishing โดยให้เริ่มสังเกตชื่ออีเมล และชื่อเว็บไซต์ จะต้องเป็นชื่อผู้ส่งและชื่อเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ลิงก์ที่เชื่อมโยง ควรสอดคล้องทั้งเนื้อหาและ Domain Name รวมไปถึงเนื้อหาภายในอีเมล หากมีลักษณะเร่งให้ดำเนินการเร่งให้ส่งข้อมูลส่วนตัวทันที และขอให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่าน ให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นอีเมลอันตรายไว้ก่อน

ส่วนวิธีป้องกันคือต้องไม่คลิกลิงก์ ไม่เปิดไฟล์แนบ ไม่ส่งต่อ ไม่ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงต้องหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดโดยประชาชนสามารถตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์หรือลิงก์ปลอมหรือไม่ โดยสังเกตที่การสะกด Domain Name

ทั้งนี้ หากเป็นเว็บไซต์ที่ถูกต้องของ AIS ต้องมี Domain Name หรือ Sub Domain ระบุ ais.co.th เท่านั้น

แต่เทคนิคที่ 18 มงกุฎใช้ในการตบตาคือใช้ชื่ออีเมลเช่น admin@kasikorn.com ซึ่งถ้าดูให้ดีๆไม่ใช่ที่อยู่ครับ แต่เป็นชื่อปลอมที่ถูกตั้งเอาไว้ กรณีนี้หากตรวจสอบข้อมูลกับทางธนาคารกสิกรไทยจะรู้ว่าเว็บของธนาคารคือ www.kasikornbank.com

 

 

ด้านบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก็ถูกแอบอ้างว่าจัดกิจกรรมในการเชิญชวนเพื่อร่วมเล่นกิจกรรมชิงของรางวัล ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว

“การตลาดของทางบริษัทฯ จะกระทำโดยการส่งอีเมลไปยังอีเมลของลูกค้า หรือผ่านทางเจ้าหน้าที่ตัวแทนของบริษัทฯ ที่จะโทรเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมโดยตรงกับลูกค้าเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านระบบออนไลน์ใดๆ ทั้งสิ้น และขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่ากิจกรรมดังกล่าวนั้น เป็นรูปแบบหนึ่งในการโจมตีของ Malware ที่มีคนตั้งใจเขียนหรือสร้างขึ้นเพื่อทำลาย ขโมย หรือโจรกรรมข้อมูลต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เป็นโปรแกรมที่มุ่งร้ายต่อผู้ใช้งานโดยตรง

บริษัทฯ จึงขอเรียนย้ำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมเล่นกิจกรรม หรือลบทิ้งในทันที และอย่าหลงเชื่อกิจกรรมต่างๆ บนระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการหลอกลวงให้กรอกข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลของท่านได้” แถลงการณ์จาก บริษัท ทรู ระบุ

              จะเห็นได้ว่าช่องทางการทำมาหากินกับอาชีพ “ยูทูบเบอร์” ก็มี คือสร้างคอนเทนต์หรือการอัพโหลดเพลงของศิลปินซึ่งเป็น Official มีลิขสิทธิ์ หากมีคนเข้าไปกดดูทำยอดวิวถึงตามที่ยูทูบระบุก็สามารถทำเงินเป็นกอบเป็นกำ

              ในขณะที่ช่องทางในการหลอกเหยื่อบนสื่อออนไลน์ก็มีเช่นเดียวกัน ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อีเมล โลกยุคใหม่ไปไกลจริงๆครับ

              กล่าวกันว่าในไม่ช้านี้ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะพุ่งสูงขึ้นจนดำเนินการทางกฎหมายไม่ทันเลยละครับ ในขณะที่ตำรวจไซเบอร์เองก็ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทางและทำงานอย่างต่อเนื่อง

ซึ่ง…ไทยเรายังไม่ใกล้เคียงจุดนั้นครับ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: