Financial

สิ่งสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับ ‘CFD’ สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

เทรดเดอร์หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เรียกว่า CFD กันมาบ้างแล้ว อาจมีบางคนที่สงสัยว่าการเทรด CFD มีแนวทางอย่างไรบ้าง และประเด็นสำคัญที่เทรดเดอร์ควรจะรู้เกี่ยวกับ CFD เพื่อให้การเทรดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญการเทรด CFD ได้วิเคราะห์และแบ่งประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ CFD ที่เทรดเดอร์ควรรู้ไว้ได้แก่ CFD คืออะไร อ้างอิงจากอะไร

CFD คืออะไร?

ก่อนจะอธิบายประเด็นสำคัญต่าง ๆ เกี่ยวกับ CFD เทรดเดอร์ควรรู้เสียก่อนว่า CFD คืออะไร CFD ย่อมาจากคำว่า Contract For Difference หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง CFD เป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่ให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากส่วนต่างของราคาเปิดและราคาปิดของสินทรัพย์อ้างอิงได้ โดยไม่ต้องซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงนั้นจริง แต่เป็นสัญญาที่ทำการซื้อขายได้ทันที นักลงทุนเพียงแค่ส่งคำสั่งซื้อขายเท่านั้น ซึ่งนักลงทุนสามารถซื้อขายได้จากการเคลื่อนไหวของราคาของสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ ได้แก่ หุ้น ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์ ดังนั้น CFD จึงสามารถเพิ่มโอกาสทำกำไรในตลาดต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงที่มีการทำสัญญากัน ด้วยเหตุนี้เอง CFD จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่นักลงทุนนิยมใช้ในการกระจายการซื้อขายไปยังตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก

CFD อ้างอิงจากสินทรัพย์อะไร?

CFD จะอ้างอิงจากดัชนีหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่พลังงานและโลหะ ในการซื้อขายดัชนีหุ้น (Equity Index) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงถึงมูลค่าส่วนหนึ่งของตลาดตราสารทุน เช่น S&P 500, UK 100, Australia 200 เป็นต้น เทรดเดอร์สามารถเลือกเทรดตลาดทุนเหล่านี้ได้ โดยวิเคราะห์ว่ามูลค่าหุ้นโดยรวมจะเพิ่มขึ้นหรือจะลดลง แล้วก็ทำการซื้อขายตาม CFD ของดัชนีตัวนั้น ๆ

สำหรับการซื้อขายโดยอ้างอิงจากสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (Commodity Future) จะเป็นการเทรดสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงถึงข้อตกลงในการซื้อหรือขายสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนหนึ่ง เช่น น้ำมัน เงินทองแดง แพลทินัม เป็นต้น ในราคาและวันที่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และเนื่องจากปกติแล้วราคาของสินค้าโภคภัณฑ์จะผันผวนตลอดเวลาตามอุปสงค์และอุปทาน ดังนั้น การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์นั้นได้ ตัวอย่างเช่น หากเทรดเดอร์ทำการซื้อขาย CFD ของทองแดง ก็จะต้องเลือกว่าจะเทรดราคาทองแดงในอนาคตนั้นว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง แล้วจึงทำการซื้อขายตามนั้น

ทำไม CFD จึงน่าลงทุน?

เหตุผลหลัก ๆ ที่ CFD น่าลงทุนคือการซื้อขาย CFD จะใช้เลเวอเรจได้สูงถึง 100 : 1 ดังนั้น การซื้อขาย CFD จึงใช้เงินทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า และช่วยให้เทรดเดอร์ซื้อขายได้มากกว่าด้วยค่าสเปรดจากธุรกรรมที่ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเลเวอเรจในการเทรด CFD จะสามารถทำผลกำไรได้ แต่ก็สามารถทำให้ขาดทุนได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เทรดเดอร์จึงควรวิเคราะห์และติดตามกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงว่าเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้ ข้อที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของ CFD คือเวลาทำการซื้อขายบนมาร์จิ้น CFD สามารถซื้อขายได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง ดังนั้น เทรดเดอร์จึงสามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดกระทิงและตลาดหมี กล่าวคือ เทรดเดอร์สามารถทำการซื้อขายหรือทำกำไรได้ไม่ว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงจะขึ้นหรือลงก็ตาม ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในสินทรัพย์โดยตรงที่สามารถทำกำไรจากขาขึ้นได้เพียงอย่างเดียว ด้วยลักษณะดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้เทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยหันมาลงทุน CFD กันมากขึ้น

กลยุทธ์การเทรด CFD

ในการเทรด CFD เทรดเดอร์ควรต้องวิเคราะห์และคาดการณ์ก่อนว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงจะขึ้นหรือลง ซึ่งส่วนต่างของราคาเปิดและราคาปิดของสินทรัพย์อ้างอิงจะเป็นตัวกำหนดว่าเทรดเดอร์จะได้กำไรหรือขาดทุน ซึ่งกลยุทธ์ในการเทรดหลัก ๆ จะมีดังนี้

1. ให้เปิดสถานะตามที่วิเคราะห์และคาดการณ์ไว้

หากเทรดเดอร์ได้วิเคราะห์แล้วว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงจะมีแนวโน้มขาขึ้น ก็ทำการเปิดสถานะซื้อ หรือ Long Position แต่หากเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงมีแนวโน้มเป็นขาลง ก็ทำการเปิดสถานะขายหรือ Short Position

2. พึงระวังไว้เสมอว่าการเทรด CFD สามารถสร้างทำกำไรและขาดทุนได้

ซึ่งหากสถานะซื้อ (Long) และราคาของสินทรัพย์อ้างอิงเป็นขาขึ้นและไปถึงราคาที่เทรดเดอร์ตั้งไว้หรือราคาน่าพึงพอใจ เมื่อปิดสถานะแล้วจะได้กำไร ในขณะที่ถ้าสถานะขาย (Short) และราคาของสินทรัพย์อ้างอิงเป็นขาลงและไปถึงราคาที่เทรดเดอร์พอใจ และปิดสถานะแล้วจะได้กำไร เทรดเดอร์ก็จะได้กำไรเช่นกัน ในทางตรงข้ามหากเทรดเดอร์เปิดสถานะซื้อ แต่ราคาของสินทรัพย์เป็นขาลง เทรดเดอร์ก็จะขาดทุนทันที หรือกรณีเทรดเดอร์เปิดสถานะขายไว้ แต่ราคาของสินทรัพย์เป็นขาขึ้น ก็จะขาดทุนเช่นกัน ดังนั้น นักลงทุนจึงควรวิเคราะห์สภาพตลาดและเลือกสถานะซื้อขายให้สอดคล้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน และเพิ่มโอกาสทำกำไร

3. ใช้ CFD ป้องกันความเสี่ยงได้

โดยเทรดเดอร์สามารถใช้ CFD ในการป้องกันความเสี่ยงของสถานะอื่นที่เปิดอยู่ได้ หากเทรดเดอร์คาดการณ์แล้วว่าสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนของตนเองอาจมีมูลค่าลดลง ก็สามารถเปิดคำสั่งขาย CFD เพื่อชดเชยส่วนที่อาจเกิดการขาดทุนได้ ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ถือหุ้น XXX มูลค่า 25,000 บาทในพอร์ต หากเทรดเดอร์เปิดคำสั่งขายหุ้น XXX CFD มูลค่า 25,000 บาท แม้ว่าราคาหุ้น XXX ในตลาดอ้างอิงจะลดลง แต่กำไรจากการเทรด CFD ก็สามารถชดเชยการสูญเสียของพอร์ตหุ้นได้

สรุป

การที่เทรดเดอร์มีความเข้าใจถึงลักษณะและกลยุทธ์ในการเทรด CFD เป็นสิ่งสำคัญในการประสบความสำเร็จ เพราะการเทรดควรเริ่มต้นจากความเข้าใจ การวิเคราะห์ และการวางแผน อย่างไรก็ตาม การเทรดย่อมมีความเสี่ยง ซึ่งเทรดเดอร์ควรมีความระมัดระวังและรอบคอบให้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: