BiznewsProperty

“สามย่าน” เปลี่ยนโฉม….สู่ทำเลไร้กาลเวลา

‘สามย่าน’ เป็นอีกหนึ่งชุมชนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ โดยเป็นชุมชนที่เติบโตและขยายตัวมาจากฝั่งย่านเยาวราช ประกอบกับย่านนี้มีถนนสายสำคัญตัดผ่าน นั่นคือ ถนนพระรามที่ 4 ซึ่งเดิมเรียกว่า ถนนตรง และ ถนนหัวลำโพง (นอก) เป็นถนนที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2400 (สมัยรัชกาลที่ 4) รองรับความสะดวกสบายในด้านการค้าขายในยุคอดีต โดยพิกัดของย่านสามย่าน จะอยู่บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 ตัดกับถนนพญาไท เยื้องกับวัดหัวลำโพง ทั้งฝั่งที่เคยเป็นตลาดสามย่านเก่า (บริเวณจุฬาฯ ซอย 15) และฝั่งจามจุรีสแควร์ในปัจจุบัน

คนในชุมชนย่านสามย่านส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน การเกิดขึ้นของชุมชนย่านนี้ ค่อย ๆ ขยายตัว จนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีตลาดเป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยในอดีตก่อนยุคปี พ.ศ. 2500 ตลาดของชุมชนสามย่านยังไม่ได้มีชื่อเรียก หรือเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างมากนัก เป็นเพียงตลาดไม้ 2 ชั้นของชุมชน จนเมื่อปี พ.ศ. 2508 ที่มีการยกระดับตลาดไม้แห่งนี้ ให้กลายเป็นตลาดสดที่มีมาตรฐาน พร้อมกับใช้ชื่อว่า ตลาดสามย่าน ลักษณะเป็นตลาดที่ค้าขายชั้นล่าง ส่วนชั้นบนเป็นคนอยู่อาศัย รายล้อมด้วยชุมชนจำนวนมาก

ตลาดสามย่านเริ่มเป็นที่รู้จักของคนกรุงเทพฯ มากขึ้น ด้วยชื่อเสียงด้านของสด ของคุณภาพจำนวนมาก ทำให้คนที่ต้องการของสดคุณภาพก็จะมาเยือนย่านนี้ ของกินที่ปรุงสดใหม่ ร้านขายอาหารชื่อดัง ภัตตาคารหลายร้าน มีจุดเริ่มต้นสาขาแรกที่ย่านสามย่าน ทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านของกินในตำนาน โดยในอดีตชุมชนสามย่าน หมายรวมถึง ทั้งฝั่งตลาดสามย่านและฝั่งจามจุรีสแควร์ในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากตลาดแล้ว ในพื้นที่ใกล้เคียง ยังมีโรงหนัง กิจการร้านค้าจำนวนมาก โรงเรียนสอนภาษาจีน ฯลฯ

ตลาดสามย่าน ถือเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในการดูแลของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพื้นที่ที่รายล้อมด้วยสถานศึกษาชั้นนำ ในปี พ.ศ. 2530 จึงมีการปรับปรุงตลาดสดสามย่านใหม่อีกครั้ง เพื่อให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้น รองรับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย โดยพื้นที่ชั้นล่าง ขายของสด ส่วนชั้น 2 เปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยเป็นร้านขายอาหาร เป็นต้นตำเนินของเมนูดัง เมนูเด็ดหลายเมนู และยิ่งตอกย้ำภาพย่านของกินชั้นนำให้กับสามย่าน

ขณะที่ในปี พ.ศ. 2538 ฝั่งตรงข้ามตลาดสามย่าน เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใหม่ โดยมีบริษัทเอกชนได้สิทธิในการพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว และพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ต่อมาประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โครงการนี้จึงหยุดดำเนินการไประยะหนึ่ง กระทั่งปี พ.ศ. 2545 สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการโครงการนี้ต่อ โดยประกอบด้วย อาคารสำนักงาน อาคารพักอาศัย และพื้นทีรีเทล เรียกว่าเป็น โครงการมิกซ์ยูสแรก ๆ ของย่านนี้ที่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2551

ด้านฝั่งตลาดสามย่าน ปี พ.ศ. 2550 ก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตัดสินใจย้ายตลาดสามย่านเดิมจากบริเวณจุฬาฯ ซอย 15 มาอยู่บริเวณระหว่างจุฬาฯ ซอย 32 และ 34 และเปิดให้บริการตลาดสามย่านใหม่ในปี 2551 ซึ่งมีลักษณะคล้ายตลาดสามย่านเก่า ที่ชั้นล่าง ขายของสด และชั้นบนเป็นร้านขายอาหาร

ส่วนพื้นที่เดิมของตลาดสามย่านเก่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ที่หยุดดำเนินการไปยาวจนเกือบ 10 ปีที่แทบไม่มีความเคลื่อนไหวเลย มีเพียงกระแสข่าวว่า เปิดให้เอกชนเข้ามาประมูล เพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งในปี พ.ศ. 2555 มีข่าวว่า มี 2 กลุ่มทุนที่ยื่นประมูลพัฒนาพื้นที่นี้ คือ กลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และกลุ่มทีซีซีแลนด์ ของครอบครัวสิริวัฒนภักดี และหลังจากนั้น มีการประกาศว่า กลุ่มแลนด์แอนด์เฮาส์ชนะประมูล เตรียมทำเทอร์มินัล 21 สาขา 2 ต่อจากสาขาอโศก แต่แล้วในที่สุด ก็พลิกโผ เพราะผู้ที่ได้รับสิทธิในการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ คือ กลุ่มครอบครัวสิริวัฒนภักดี ในนามบริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด

และในที่สุด ในปี พ.ศ. 2559 ก็มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า กลุ่มโกลเด้นแลนด์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวสิริวัฒนภักดี ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาที่ดินตลาดสามย่านเก่าแห่งนี้ไป
ความเปลี่ยนแปลงของทั้งฝั่งจามจุรีสแควร์ และฝั่งตลาดสามย่านเก่า ทำให้พื้นที่ย่านนี้ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนจากชุมชนรูปแบบเดิม สู่การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตในแบบใหม่

ย่านสามย่านในปัจจุบัน
พื้นที่สามย่านในปัจจุบัน ยังคงเป็นพื้นที่ที่ใกล้แหล่งการศึกษา แต่ตัวชุมชนมีความเปลี่ยนแปลงจากในอดีตไปไม่น้อย โดยชุมชนเก่าส่วนใหญ่จะยังอยู่บริเวณตลาดสามย่านเก่า ส่วนตลาดสามย่านใหม่ ก็ยังคงมีร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานานเปิดให้บริการอยู่ เพียงแต่ไม่ได้มีชุมชนรอบล้อมเหมือนในอดีต ซึ่งการค้าขายในย่านสามย่าน ปัจจุบันมีความผสมผสานทั้งร้านค้าดั้งเดิม ร้านค้าชื่อดังในตำนาน จนถึง ร้านค้าสมัยใหม่ ร้านอาหารยุคใหม่ ร้านของหวานที่คนรุ่นใหม่นิยม

วันเวลาเปลี่ยนแปลง ร้านค้าเก่าแก่ผสมกับร้านค้าสมัยใหม่ที่เกิดขึ้น จึงยังทำให้สามย่าน เป็นย่านของกิน ทั้งของกินในตำนาน และของกินยอดฮิตของวัยรุ่น นอกจากในด้านของกิน ด้วยเมืองที่เจริญเติบโต และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งการศึกษาที่มากขึ้น และการมีรถไฟฟ้า MRT ทำให้ย่านสามย่าน กลายเป็นย่านที่ตลาดคอนโดมิเนียมค่อย ๆ เติบโต โดยการพัฒนาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. โครงการคอนโดมิเนียมของเอกชน เป็นคอนโดมิเนียมบนที่ดินขายกรรมสิทธิ์ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณถนนสี่พระยา ใกล้แยกสามย่าน เน้นชูจุดขายทั้งใกล้สถานศึกษาและแหล่งช้อปปิ้ง เช่น ย่านสยาม และ 2. โครงการคอนโดมิเนียมสิทธิการเช่าบนที่ดินของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อนาคตของย่านสามย่าน
หลังจากที่กลุ่มโกลเด้นแลนด์ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ตลาดสามย่านเก่า บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4-พญาไท ได้ประกาศแผนว่าจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อ สามย่านมิตรทาวน์ ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน พื้นที่รีเทล โรงแรม และคอนโดมิเนียมขายสิทธิการเช่า ที่คาดว่าจะเจาะกลุ่มผู้ประครองซื้อให้บุตรหลาน คนทำงานในย่านนี้ ส่วนของพื้นที่รีเทล จะพัฒนาให้เป็นคลังอาคารและการเรียนรู้

โดยเฉพาะโครงการสามย่านมิตรทาวน์จะเปลี่ยนโฉมทำเลให้เป็นโซน 24 ชั่วโมง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ และวัยทำงาน ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ ร้านอาหาร (Dining) / ร้านค้า (Shopping) / ธุรกิจบริการ (Service) / พื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์ (Space Service) บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหาร, สถาบันทางการเงิน, บริการจัดส่งพัสดุ Co-Working Space, ร้านจำหน่ายสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น และร้านบอร์ดเกม

หลายแบรนด์เป็นการเปิด 24 ชั่วโมงครั้งแรก อาทิ ร้านมินิโซ (Minoso), ชาบูชิ (Shabushi), สเวนเซ่นส์ (Swensens), ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร, ไวท์ สตอรี่ (White Story), มายด์ สเปซ โดย ซี อาเซียน (Mind Space by C Asean), บิ๊กซี ฟู้ดเพลส และเซเลบริตี้ ฟิตเนส (Celebrity Fitness) นอกจากนี้ยังมีเคเอฟซี, สตาร์บัคส์ และคาเฟ่อเมซอนด้วย ซึ่งจะช่วยปลุกกระแสให้กับสามย่านอีกครั้ง

ในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน จะมีส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-บางแค ซึ่งจะเปิดเส้นทางเข้าสู่เมืองเก่า จากหัวลำโพง ไปเยาวราช สนามไชย ลอดแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งธนบุรี เชื่อมกับส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ ที่บริเวณแยกท่าพระ แล้วตรงเข้าสู่ถนนเพชรเกษม ไปทางบางแค ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ดึงคนฝั่งธนบุรีเข้าสู่เมืองทางฝั่งหัวลำโพง สามย่าน สีลมมากขึ้น

ในส่วนของสามย่านเอง ตามมาสเตอร์แพลนของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอนาคตพื้นที่สามย่าน และใกล้เคียง จะมีการเปลี่ยนแปลงไปยังโครงการเชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งในอีก 5-10 ปี ย่านสามย่านคงเปลี่ยนโฉมหน้าไปไม่น้อย

อีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้เลย นั่นคือ โครงการมิกซ์ยูสจำนวนมากบนถนนพระราม 4 ที่จะทำให้ย่านพระราม 4 เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันมาก และโครงการมิกซ์ยูสบริเวณสามย่านจะเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงบนถนนสายนี้

ขอบคุณข้อมูล  DD Property

สนใจข้อมูลอื่นๆ  คลิก

https://www.ddproperty.com/areainsider/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99/article/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81-5522

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: