difference-thinking

สงกรานต์ อิสสระ (ตอนที่ 4)

โชคชะตาและสายสัมพันธ์

ผู้สมัครต้องผ่านการสัมภาษณ์หลายครั้ง รอบสุดท้ายผมจำได้ว่า ต้องขึ้นลิฟท์ไปชั้น 20 กว่า ซึ่งเป็นห้องทำงานพิเศษของ Mr.Market ที่ไม่ได้ประจำอยู่ที่ประเทศไทยโดยเฉพาะ เพราะมีหน้าที่ดูแลควบคุมทั้งภูมิภาคเอเชีย Mr.Market ขึ้นชื่อว่าเป็นคนใหญ่โตที่ทุกคนกลัว เมื่อผมเข้าไปในห้อง Mr.Market กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ หลังจากเงยหน้ามาอนุญาตให้ผมนั่ง ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่อ สักพักก็ตะโกนออกมาลั่นจนผมแทบตกเก้าอี้ว่า “Holy cow” แล้วถามผมว่า “Are You From Webb” แล้วก็บอกว่า “I am from webb.Too” หลังจากนั้นก็คุยกับผมเรื่องโรงเรียนเก่าจนไม่ได้ถามความรู้อะไรผมเลย ในที่สุด ผมก็ได้เข้าซิตี้แบงก์ ผมจึงได้บทเรียนเรื่อง โชคชะตา (ในด้านดี) และเรื่อง connection

ที่ซิตี้แบงก์ ผมได้เขาโปรแกรมเทรนนิ่งเป็นเวลา 6 เดือน ในยุคนั้นโปรแกรมนี้ถือว่าเป็นโปรแกรมฝึกอบรมที่ดีที่สุดในโลกโปรแกรมหนึ่ง ไม่ว่าผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะมีพื้นฐานการศึกษาด้านใดมาอาจจะจบ MBA เศรษฐศาสตร์ ภาษา หรือประวัติศาสตร์ ทุกคนจะได้รับการหล่อหลอมให้สามารถวิเคราะห์อย่างเป็นระบบในทุกๆ ด้านทั้งการลงทุน การเงิน การบัญชี การแลกเปลี่ยนเงินตรา การตลาดและการบริหาร เป็นต้น

ผมสนุกกับงานและการเรียนรู้มาก ได้พบปะลูกค้าหลากหลายในธุรกิจต่างๆ แม้ว่าผมยังไม่ลืมความฝันที่จะเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผมก็เกือบๆ จะเปลี่ยนใจยึดอาชีพเป็นนักการเงินการธนาคารมืออาชีพ ซึ่งผมมองเห็นโอกาสและช่องทางที่จะเติบโตในอาชีพนี้เป็นอย่างมาก
ทำงานที่ซิตี้แบงก์ได้ปีเศษๆ วันหนึ่งนายฝรั่งก็มอบหมายให้ผมไปดูแลพนักงานซิตี้แบงก์คนหนึ่งที่เดินทางมาจากนิวยอร์กและแวะผ่านมาเยี่ยมสาขาที่ประเทศไทย ชื่อ Mr. Tsatsuo Kubota หรือที่ผู้คนเรียกขานว่า TK ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น แม้ TK จะเป็นดาวรุ่งที่สำนักงานใหญ่ ผมรู้สึกได้ว่า นายฝรั่งที่เมืองไทยไม่ได้ให้ความสำคัญ คงด้วยความที่ TK เป็นคนเอเชีย ปกติเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับนี้เดินทางผ่านมา นายฝรั่งจะต้องไปดูแลด้วยตัวเองโดยมีคนไทยระดับสูงและระดับผมติดสอยห้อยตามไปด้วย แต่สำหรับ TK มีเพียงผมซึ่งเป็นแค่ผู้ช่วยผู้จัดการคอยดูแลเท่านั้น ผมรู้สึกว่า TK ก็คงรู้สึกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผมได้ตั้งใจเอาใจใส่ดูแล TK เต็มที่ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่เมืองไทย

เมื่อผมทำงานซิตี้แบงก์ได้ 2 ปีเศษๆ ป๋าก็ขอให้ผมลาออกมาช่วยงานของท่าน ระหว่างที่ผมเรียนที่อเมริกา ป๋าและแม่ของผมได้ย้ายจากหาดใหญ่มาอยู่ที่กรุงเทพแล้ว และท่านมีกิจการซื้อขายจัดส่งยางมะตอย สร้างถนน และมีกิจการรถเมล์เหลืองในกรุงเทพธนบุรี นอกเหนือจากกาค้าและขนส่งน้ำมัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางภาคใต้ ผมเรียนถามว่า ผมมีความฝันที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หากมีโอกาส ท่านก็พยักหน้าหงึกๆ ขอให้ลูกชายลาออกมาช่วยงานก่อนเถอะ

ขอย้อนกลับไปเล่าถึง TK และซิตี้แบงก์อีกครั้งเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพการงานของภรรยาผมในเวลาต่อมา สมัยนั้นซิตี้แบงก์มีนโยบายที่จะยกฐานะจากการเป็นสำนักงานตัวแทนมาเป็นธนาคารเต็มตัว Mr Market พยายามติดต่อหาช่องทางอยู่หลายปีแต่ก็ยังไม่สำเร็จผล จนในที่สุด สำนักงานใหญ่จึงส่ง TK มาประจำที่เมืองไทยเพื่อหาทางดำเนินการให้สำเร็จให้ได้ เมื่อ TK มาถึงเมืองไทยก็ได้เรียกผมทันที เมื่อพบว่าผมได้ลาออกไปทำงานกับป๋าแล้ว TK ก็โทรศัพท์มาขอนัดพบและได้มารับประทานอาหารเย็นที่บ้านผม TK ชวนผมให้กลับไปช่วยงานที่ซิตี้แบงก์ แต่ผมจำต้องปฎิเสธ เพราะผมได้เริ่มทำตามความฝันดั้งเดิมของผมแล้ว TK จึงหันมาชวนภรรยาผม ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็น Senior Oil Economist อยู่ที่บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย เธอยังไม่ได้คิดที่จะเปลี่ยนงานจึงได้แนะนำเพื่อนเก่งๆ ไปทำงานแทน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะพบหน้ากันเมื่อใด TK ก็ยังคงพยายามชวนภรรยาผมให้เปลี่ยนงานทุกครั้ง ทำอยู่เช่นนี้เป็นปีๆ จนในที่สุดภรรยาผมก็ใจอ่อน ลาออกจากเชลล์ แล้วไปเริ่มงานเป็นผู้จัดการที่ซิตี้แบงก์ ก่อนจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยรองประธานบริษัทในเวลาไม่นานจากนั้น

ก่อนหน้านั้น TK ได้บ่นให้ผมฝังว่า งานที่ได้รับมอบหมายให้มาทำคือ ต้องพยายามตั้งธนาคารขึ้นในประเทศไทยให้ได้นั้น ช่างยากลำบากเหลือเกิน การติดต่อกับธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังก็ยาก รู้สึกท้อแท้ใจ ผมยังจำได้ว่า ผมปลอบใจ TK ว่า ลักษณะคนไทยก็เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยานั่นแหละ โค้งไปโค้งมา กว่าจะออกทะเลได้ ให้พยายามต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะสัมฤทธิ์ผล ภรรยาผมได้ทำงานใกล้ชิดกับ TK ได้ติดตาม TK ไปเจรจากับผู้ใหญ่ทั้งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ตลอดจนธนาคารเมอร์เคนไทล์ ซึ่งซิตี้แบงก์พยายามจะเข้าไปซื้อ และเปลี่ยนชื่อธนาคารเป็นซิตี้แบงก์ ซึ่งเป็นทางเลือกทางหนึ่ง

ด้วยความที่พ่อตาของผมคือ คุณดุษฎี สวัสดิ์-ชูโต เคยเป็นลูกหม้อของธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความตั้งใจสูง เป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ และรู้จักชอบพอกับผู้ใหญ่ในสมัยนั้นเป็นอย่างดี ภรรยาผมจึงได้รับอานิสงส์จากการที่เป็นลูกสาวของท่าน เมื่อภรรยาผมติดตาม TK ไปพบท่านผู้ใหญ่เหล่านั้น ท่านก็ให้ความเอ็นดูและความเป็นกันเอง บรรยากาศต่างจากเมื่อ TK เคยพบก่อนหน้านี้ ในที่สุด TK ก็สามารถจัดการให้ซิตี้แบงก์ซื้อธนาคารเมอร์เคนไทล์ได้สำเร็จและได้เปลี่ยนชื่อธนาคารมาเป็นธนาคารซิตี้แบงก์โดยไม่มีปัญหาใดๆ ตั้งแต่นั้นมา ซิตี้แบงก์ในประเทศไทยก็ได้เจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ จากพนักงานประมาณ 30 คน ในสมัยที่ผมทำงาน มาเป็น 3,000 กว่าคนในสมัยนี้

TK ให้การสนับสนุนภรรยาผมเป็นอย่างดี และได้ส่งเธอไปทำงานที่นิวยอร์กด้วย ได้เลื่อนทั้งตำแหน่งและเงินเดือน อย่างไรก็ตาม แม้จะสนุกกับงานที่ทำ แต่เราก็เห็นว่าครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา สำคัญยิ่งกว่าความสำเร็จหน้าที่การงาน ผมเองต้องทำงานหนักเพื่อให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผมได้เริ่มทำแล้วประสบความสำเร็จ เมื่อทำงานได้ 2 ปี ภรรยาผมตัดสินใจลาออกจากซิตี้แบงก์เพื่อมาประกอบธุรกิจส่วนตัว เพื่อจะได้มีเวลาอิสระที่จะเลี้ยงดูลูกชายเล็กๆ สองคนซึ่งกำลังซน TK คัดค้านเต็มที่ว่าเธอเหมาะจะเป็นนักการเงินการธนาคารมืออาชีพมากกว่าจะเป็นนักธุรกิจหญิงหรือแม่บ้านแม่เรือน แถมยังยอมให้เธอทำงานเพียงอาทิตย์ละ 3 วัน แทนการลาออก หลังจากทำงานที่ซิตี้แบงก์เช่นนั้นต่ออีกหนึ่งปี เธอจึงได้ลาออกเมื่อ TK ย้ายกลับไปทำงานที่นิวยอร์ก

การที่ผมตั้งอกตั้งใจดูแล TK อย่างดีด้วยความเต็มใจ เมื่อครั้ง TK แวะมาเมืองไทยครั้งแรกทั้งๆ ที่ผู้ใหญ่ที่ซิตี้แบงกืในเมืองไทยไม่มีใครให้ความสนใจ ก่อให้เกิดมิตรภาพที่งดงามระหว่าง TK กับผม ตลอดจนถึงภรรยาของผมด้วย จริงๆ แล้ว ไม่มีใครทราบว่าสำนักงานใหญ่ให้ TK เดินทางมาดูลาดเลาว่าจะยินดีมาเป็นนายใหญ่ที่เมืองไทยแทน Mr.Market ในอนาคตหรือไม่ ถ้าทางเมืองไทยได้ทราบก่อนการต้อนรับคงจะเอิกเกริกและอบอุ่นกว่านั้นแน่นอน ผมจึงเรียนรู้ว่าการที่เราจะทำดีต่อใคร เราควรจะทำให้เต็มที่โยไม่หวังผลอะไร ทำดีเพื่อความดี มิใช่เพื่อลาภยศ หรือเพื่อหวังผลตอบแทนใดๆ แต่สุดท้ายแล้ว ทำดีย่อมต้องได้ดีแน่นอน การทำดีต่อคนทุกคนโยถ้วนหน้า ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นใคร จะมีประโยชน์หรือใม่มีประโยชน์ต่อเรา หากเราทำอะไรเพื่อช่วยใครได้ หากเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เราก็ควรจะทำให้เต็มความสามารถ นี่คือสิ่งที่มนุษย์เราพึงจะกระทำต่อกัน

ทั้งผมและภรรยาต่างได้มีโอกาสสนุกสนานกับการทำงานที่ซิตี้แบงก์ซึ่งมีระบบการทำงาน การเรียนการสอนที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงมากๆ ได้ทำงานร่วมกับคนที่ได้ชื่อว่าฉลาดและเก่ง ทุกๆคนทุ่มเททำงานกันอย่างหนักที่สุด และเต็มไปด้วยพลัง ทำงานกันจนดึกดื่น กลับบ้านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องกลับมาทำงานใหม่ในวันรุ่งขึ้นแล้ว

ซิตี้แบงก์มีสาขามากมายทั่วโลก พวกเราทีกรุงเทพฯ ต้องทำงานร่วมกับทีมที่ฮ่องกง นิวยอร์ก กลางคืนของเราคือกลางวันของเขา กลางคืนของเขาคือกลางวันของเรา ซิตี้แบงก์จึงได้รับสมญานามว่า ธนาคารที่ไม่เคยหลับใหล ส่วน Citibanker ก็ได้รับสมญานามว่าเป็น Street Fighter ทุกคนที่เคยผ่านงานที่นี่จึงต้องเป็นคนที่หนักเอาเบาสู้ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ต้องอ่านเร็ว ทำงานเร็ว และมีเป้าหมายสูงเด่นชัด สิ่งที่เด่นที่สุดอย่างหนึ่งของธนาคารคือการฝึกอบรมให้ความรู้พนักงาน ซึ่งธนาคารในสมัยนั้นทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทั้งผมและภรรยาต่างก็ได้รับโอกาสดีๆ และได้ผ่านการเข้าคอร์สอบรมตลอดเวลาการทำงาน

เมื่อตัดสินใจลาออกหลังจากทำงานได้เพียง 2-3 ปี โดยผ่านการอบรมมากมาย ก็ย่อมรู้สึกเกรงใจและค่อนข้างจะละอายใจ แต่เมื่อได้พุดคุยกับนายใหญ่ที่นิวยอร์ก เราก็สบายใจเพราะได้ทราบว่าเป็นนโยบายของธนาคารที่จะทุ่มเทให้การฝึกอบรมพนักงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าเมื่อได้รับการอบรมแล้วพนักงานจะลาออกไปทำงานที่อื่น ซึ่งอัตราการลาออกของซิตี้แบงก์จะสูงมากๆ แต่เขาก็เต็มใจเพราะเขาคาดว่า อดีตพนักงานซิตี้แบงก์ทั้งหลายจะต้องประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม โดยจะยังคงมีความสัมพันธ์และคอนเนคชั่นที่ดีกับซิตี้แบงก์ ถือได้ว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับธนาคารของเขาด้วย นับว่าเป็นนโยบายที่ใจกว้างและเป็นบวกมาก ผมและภรรยาซึ่งเป็น ex-citibanker ทั้งคู่ แต่ต่างวาระกัน ได้เรียนรู้อะไรๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตการทำงานของเราในภายภาคหน้า ซิตี้แบงก์จึงมีบุญคุณกับเรา และผมรู้สึกดีใจที่ในโอกาสที่ซิตี้แบงก์มีอายุครบ 200 ปีผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวอย่างของ ex-citibanker ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: