Biznews

“ศิครินทร์“ โชว์กำไรสุทธิไตรมาสสอง 84 ล้านบาท เติบโตกว่า 200%

“ศิครินทร์“ โชว์กำไรสุทธิไตรมาสสอง 84 ล้านบาท เติบโตกว่า 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นและรายได้รับมากขึ้นจากกลุ่มลูกค้าประกันสังคม สวนกระแสกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลที่ซบเซาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1/2563

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ เลขานุการบริษัทและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในเขตตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการและ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสสอง 2563 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิรวม 157 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 60% จากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นทั้งจากการบริหารจัดการค่าธรรมเนียมแพทย์ ,ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ลดลงจำนวน 24 ล้านบาท จากการบันทึกตัดจ่ายทรัพย์สิน

 

ทั้งนี้ รายได้จากการดำเนินงานรวมครึ่งปีแรกจำนวน 1,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนกระแสภาพรวมธุรกิจ เกิดจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ศิครินทร์ เปิดตัว สถาบันกระดูกและข้อ ภายใต้แคมเปญ ”เรื่องผ่าตัดไว้ใจศิครินทร์ #Trust SIKARIN” ซึ่งจะทำให้มีรายได้จากกลุ่มคนไข้ใน (IPD)เพิ่มขึ้น มีกลุ่มลูกค้าที่เคยใช้บริการในโรงพยาบาลระดับไฮเอ็นหันมาใช้บริการกับศิครินทร์มากขึ้นหลังโควิด-19 และยังได้ลูกค้าประกันสังคมซึ่งศิครินทร์มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการให้ได้มาร์จิ้นที่ดีเข้ามาทดแทนกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าตรวจสุขภาพ โดยศิครินทร์มีจำนวนโควต้าผู้ประกันตนทั้ง 3 โรงพยาบาล (กรุงเทพฯ ,สมุทรปราการ,สงขลา)ประมาณ 350,000 ราย อยู่ในอันดับต้นๆ ของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย

สำหรับแนวโน้มในครึ่งปีหลังศิครินทร์ วางแผนรายได้เติบโต 12% จากเป้าหมายทั้งปีที่ 4,200 ล้านบาท ทั้งนี้ได้เริ่มเห็นสัญญาณคนไข้ที่เริ่มกลับเข้ามารักษาพยาบาลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และบริษัทยังคงมุ่งเน้น บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความชำนาญในการบริหารจัดการรายได้จากกลุ่มลูกค้าประกันสังคมต่อเนื่อง

“ในครึ่งปีหลังบริษัทจะยกระดับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้วยการเปิดตัว “สถาบันกุมารเวช” ให้บริการการแพทย์เฉพาะทางแม่และเด็กครบวงจร เช่น การดูระบบพัฒนาการเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง อายุ 15 ขวบ และเปิดศูนย์ Be Better Wellness Center (ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย) ในไตรมาสที่ 4 ด้วยการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิตามินและฮอร์โมนเฉพาะบุคคล ผ่านการตรวจผลด้วยระบบห้องปฏิบัติการ (LAB) ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อเปิดรับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการดูแลสุขภาพก่อนป่วยหรือต้องการมีสุขภาพที่ดี” นายสุริยันต์ กล่าว

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: