BiznewsTravel

วิจัยวางอนาคต “สิมิลัน” แก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้น

“สิมิลัน” อาจจะเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยในปี 2560 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึงประมาณ 7,000 คน/วัน ในฤดูกาลท่องเที่ยว

นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ทางกรมอุทยานฯ ได้ตระหนักถึงประเด็นปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินขีด ความสามารถรองรับ ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อพื้นที่ และการจัดการการท่องเที่ยว

“ไม่เพียงแต่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเท่านั้น แต่อุทยานหลายแห่งเริ่มประสบกับจำนวนนักท่องเที่ยว ที่มากเกินไป และอาจส่งผลต่าง ๆ ตามมา โดนเฉพาะเรื่องของการจัดการการท่องเที่ยว ไม่ให้กระทบกับ ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด” ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์กล่าว

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กรมอุทยานฯ ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบ ทางลบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ต่อพื้นที่การท่องเที่ยวและสภาพแวดล้อม จึงได้เกิดความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ในขณะนั้น ก่อนเปลี่ยนเป็นสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดำเนินการ ศึกษาวิจัยชุด “อนาคตสิมิลัน บนความสมดุลของการท่องเที่ยว” ซึ่งมี ผศ. ดร.ดรรชนี เอมพันธุ์ เป็นหัวหน้า โครงการวิจัย

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ กล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกว่า ได้ข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สามารถนำไปใช้บริหารจัดการที่ดี เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งอื่น ๆ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนการพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ยังไม่สามารถบริหารจัดการ ให้เป็นไปตาม ขีดความสามารถรองรับการท่องเที่ยว งานวิจัยจึงต้องการค้นหาคำตอบ ที่มุ่งเป้าไปสู่แนวทางการแก้ไข ที่เป็นรูปธรรม

ด้านหัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า “ปัญหาและอุปสรรคหลักของการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คือ จำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินไป จนไม่สามารถบริหารจัดการ ให้เกิดการบริการที่ดี นำไปสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวด้อยคุณค่า และทรัพยากรธรรมชาติมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง รวมไปถึงการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับหลักการของอุทยานแห่งชาติ ทำให้เกิดปัญหาการบังคับใช้ กฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จากผลการวิจัยขีดความสามารถรองรับด้านนันทนาการของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน พบว่า กิจกรรมเที่ยวชมธรรมชาติและดำน้ำตื้นเป็นแบบไป-กลับ ไม่พักค้าง 2 เส้นทาง เริ่มจากเกาะสี่และเกาะแปด โดยใช้การบริหารจัดการแบบสลับช่วงเวลา เพื่อลดความแออัด สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 3,325 คน/วัน และกิจกรรมดำน้ำลึก 525 คน/วัน สำหรับจุดดำน้ำลึก 21 จุด

โดยตัวเลขดังกล่าวทางทีมวิจัยได้เสนอแนะแผนงานเพื่อปรับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลันให้เป็นไปตามขีดความสามารถและอัตลักษณ์แบรนด์ที่กำหนด ประกอบด้วย 8 แผนงาน 36 โครงการ ได้แก่ 1) แผนพัฒนาระบบสนับสนุนการบริหารจัดการการท่องเที่ยว 2) แผนพัฒนาปรับปรุงด้าน กายภาพ 3) แผนด้านการบริการและสื่อความหมาย 4) แผนงานด้านสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัย 5) แผนงานดูแล รักษาและฟื้นฟูทรัพยากร 6) แผนงานพัฒนาบุคลากรและความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ 7) แผนงาน ประชาสัมพันธ์และสื่อสารอัตลักษณ์แบรนด์ และ 8) แผนงานวิจัย ติดตามและประเมินผล โดยมีโครงการสำคัญ ๆ เช่น การพัฒนาระบบการยืนยันตัวตนเรือ (Digital Trunked Radio System: DTRS) การพัฒนาสถานีเทียบเรือ ลอยน้ำ การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เต่าทะเลบนเกาะสี่ การพัฒนาระบบสื่อความหมายหลายภาษา การสร้างระบบ คัดกรองสุขภาพนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง การปรับปรุงระบบมาตรฐานความปลอดภัยการท่องเที่ยวทางทะเล ระดับสากล

นอกจากแผนทั้ง 8 แผน ทีมวิจัยยังได้เสนอให้มีโครงการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย โครงการจัดการ ขยะบนเกาะแบบเหลือศูนย์ การศึกษากำหนดรอบหมุนเวียนการปิดจุดดำน้ำ การศึกษาและฟื้นฟูประชากรสัตว์ และพืชเฉพาะถิ่นอุทยานแห่งชาติสิมิลัน การสร้างกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ท่องเที่ยวทะเลไทย การสร้าง ความตระหนักและการรับรู้อัตลักษณ์แบรนด์ การติดตามประเมินผลกระทบจากการท่องเที่ยว การวิจัยด้านตลาด ท่องเที่ยวและประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว เป็นต้น

หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวอีกว่า นอกจากผลงานวิจัยเชิงปริมาณที่เป็นรูปธรรม และแผนการจัดการ ทั้ง 8 แผนงาน ที่ต้องผลักดันให้นำไปปฏิบัติ กรมอุทยานฯ ยังต้องดำเนินการขับเคลื่อนกลไกการจัดการ การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เช่น การอบรมผู้นำเที่ยว การนำโครงการในแผนงานการบริหารจัดการ การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ที่งานวิจัยเสนอแนะไปดำเนินการ เช่น การพัฒนาระบบ E-ticket เป็นต้น

“อย่างไรก็ดีผลการวิจัยชิ้นนี้นำไปสู่การผลักดันเชิงนโยบายโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและ พันธุ์พืช ซึ่งได้ประกาศเรื่องการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ให้มีผลบังคับใช้ในทันที นอกจากการประกาศขีดความสามารถ รองรับฯ แล้ว แผนงานบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติสิมิลันก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมอุทยานฯ ผ่านคณะ กรรมการที่ปรึกษา อุทยานแห่งชาติทางทะเล เพื่อนำสู่การปฏิบัติต่อไป” นักวิจัยกล่าว

ล่าสุด นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ลงนามในคำสั่งปิดการท่องเที่ยวเกาะตาชัย ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา บริเวณพื้นที่ชายหาดและแนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะตาชัย โดยเป็นการปิดแบบไม่มีกำหนด จากกำหนดเดิมที่ปิดในช่วงฤดูมรสุมถึงวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี เนื่องจาก มีผลการศึกษาทางวิชาการที่ระบุถึงความเสื่อมโทรมของสภาพชายหาดและปะการังรอบเกาะ จึงเสนอให้มีการปิด การท่องเที่ยวเพื่อให้ปะการังและสภาพแวดล้อมฟื้นตัว โดยเบื้องต้นมีการเสนอให้ปิดอย่างน้อย 1 ปี แล้วประเมิน การฟื้นตัวของปะการัง หากยังไม่ดีขึ้นก็ต้องปิดต่อเป็น 2 ปี จนกว่าสภาพธรรมชาติจะฟื้นตัวกลับมา

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: