Biznews

วัยรุ่นว่างัย บิงซูดื่มได้

ใครจะไปคาดคิดว่า จากความนิยมอย่างล้นหลามในกลุ่มวัยรุ่นอย่าง บิงซู วันหนึ่งจะถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องดื่มอัดลมให้หยิบจับได้ง่ายขึ้น ใครไม่คิดแต่ ไทยดริ้งค์ คิดและทำ

แม้ว่าตลาดโดยรวมของน้ำอัดลมบ้านเราที่มูลค่าราว 5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นน้ำสี 30% ที่เหลือเป็นน้ำดำคาดกันว่าปีนี้น่าจะติดลบประมาณ 5% จากปัจจัยลบต่างๆ นานาและน่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2561 โดยปัจจุบันผู้นำตลาดน้ำอัดลมโดยรวมคือ โค้ก มีส่วนแบ่งประมาณ 50% ตามด้วยเป๊ปซี่ 30% เอส 10% บิ๊กโคล่า 5% ส่วนตลาดน้ำอัดลมสี มูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท อันดับหนึ่ง แฟนต้า มีส่วนแบ่ง 50% สไปร์ท 20% เอส 11.6% และมิรินด้า 5%

ไม่รอให้ตลาดกลับมาโต ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นตลาดน้ำสี ได้วางเป้าหมายปี 2561 ตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมสีอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดในทุกช่องการขายทั้งตลาดโมเดิร์นเทรดและร้านค้า ที่ 13% จากปีนี้ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 ที่ 11.6% ส่วนอันดับ 1 แฟนต้า 50% ตามด้วยสไปรท์ 20% ขณะที่มิรินด้า 5-6% ถือโอกาสที่วัยรุ่นไทยคลั่งไคล้บิงซูจึงนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ฉีกกฏนัวตกรรม บิงซูดื่มได้ออกสู่ตลาด

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าแบรนด์เอสจะอยู่ในตลาดมาไม่นานแต่ก็มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำตลาดน้ำอัดลมสีซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เอส เพลย์ มีส่วนสำคัญในการสร้างฐานคนรุ่นใหม่และดึงกลุ่มลูกค้าโคล่าให้เข้ามาในตลาดน้ำสีที่ปัจจุบันมีมูลค่า 15,000 ล้านบาท ด้วยการสื่อสารภายใต้แนวคิด “จริงจังกับเรื่องเล่นๆ” และต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง กับการฉีกกฎนวัตกรรมเครื่องดื่มอัดลมซ่าหนึ่งเดียวของตลาด สร้างสรรค์เครื่องดื่มสุดซ่าที่ผสานรสชาติหอมอร่อยจากผลไม้ 2 ชนิดในขวดเดียวได้อย่างลงตัวเป็นแบรนด์แรกของประเทศไทย ซึ่งโดนใจและเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่สุดทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เอส เพลย์ เกรปเบอร์รี” ที่กลายเป็นสินค้าที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเอส เพลย์ ด้วยยอดขายเติบโต 2 หลักและยังสูงที่สุดในบรรดาน้ำสีทั้งหมด ซึ่งสวนกระแสตลาดน้ำสีที่เติบโตติดลบ 8.9% และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เอส เพลย์ เติบโตขึ้น 11.6%

นอกจากนี้ คะแนนด้านความแข็งแรงของแบรนด์ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งการเป็นยี่ห้อที่เลือกดื่มเป็นประจำ จาก 28 เป็น 53 เป็นยี่ห้อที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ จาก 53 เป็น 62 และเป็นยี่ห้อที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม จาก 47 เป็น 63

ล่าสุด เอสเพลย์ได้ใช้งบการตลาด 150 ล้านบาท เปิดตัวผลิตภัณฑ์ บิงซูดื่มได้ด้วยการจับกระแสเมนูของหวานน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลีที่วัยรุ่นชื่นชอบ พร้อมเปิดตัว 2 รสชาติ เมลอน บิงซู และแมงโก้ บิงซู รวมถึงเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์เอส เพลย์ คือ เตนล์ และ แทยง บอยแบนด์จากค่ายเอ็นซีที ประเทศเกาหลี และเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่มีภาพพรีเซ็นเตอร์บนแพ็กเกจแบบเต็มขวด ซึ่งมีจำนวนจำกัด และ การทุ่มงบสื่อสารช่องทางออนไลน์ เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 100% ซึ่งเดิมใช้งบ 10% ของงบการตลาดรวมเป็น 20% เพื่อสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาและการทำตลาดแบบ 360 องศา

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มของตลาดน้ำอัดลมที่ปีนี้ติดลบทำให้ต้องกำหนดกลยุทธ์การตลาดด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลักเริ่มจาก ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ให้มีสีสันมากขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความสนุกให้เข้าถึงวัยรุ่น อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป การออกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่าง ล่าสุดคือการออกผลิตภัณฑ์ “บิงซูดื่มได้” การเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์เอส เพสย์ “เตนล์” และ “แทยง” แห่ง NCT บอยแบนด์เกาหลีจากค่ายเพลง S.M. Entertainment และสุดท้าย ทุ่มงบการสื่อสารช่องทางออนไลน์ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 100%

เจษฎากร ประเมินภาพรวมตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตกว่าในปี 2560 เนื่องด้วยสัญญาณที่ดีหลายอย่างจากปีนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่กลับมาดีขึ้น อีกทั้งการทำการตลาดเครื่องดื่มของค่ายไทยดริ้งค์ภายใต้ชายคาไทยเบฟฯ จับกลุ่มเป่้าหมายชัดเจนและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แปลกและแตกต่างไปจากคู่แข่ง

“มูฟต่อและแตกต่างอย่างไม่หยุดยั้ง” คือหลักสำคัญของค่ายนี้

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: