Biznews

วันนี้ที่รอคอย! ศาลตัดสินแล้ว ‘เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล’ ชนะคดี ‘ทีวีดิจิทัล’รับเงินคืนกว่า 1,700 ล้าน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 มี.ค. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 652/2559 คดีหมายเลขแดงที่ 452/252561 ระหว่าง บริษัท ไทยทีวี จำกัด ของนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ประธานกรรมการบริษัท ไทยทีวี จำกัด กับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

บริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูล 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ช่อง Loca และ ช่องไทยทีวี ฟ้องว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีคำสั่งตามหนังสือที่ สทช 4010/5495 ลว. 12 ก.พ. 2559 เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ เลขที่ B1-S20031-0024-57 และ B1-S20031-0017-57 และให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคู่กรณีอ้างว่าผู้ฟ้องคดีไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนเลิกการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวตกเป็นโมฆะ เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้แจ้งยกเลิกใบอนุญาตและยุติการดำเนินการตามใบอนุญาตดังกล่าวไปก่อนแล้ว เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

ต่อมาศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ที่ผู้ฟ้องคดีวางเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของงวดที่ 3 และงวดที่เหลือ คืนให้แก่ผู้ฟ้องคดี หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้จำนวนเงิน โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด

 

โดยขณะนั้นศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัทไทยทีวี ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เนื่องจาก กสทช. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ประกาศเชิญชวนไว้ ดังนั้นเมื่อคู่กรณีบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ ที่ได้วางไว้คืนแก่บริษัทไทยทีวีด้วย ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด ส่วนคำขออื่นศาลให้ยกทั้งหมด ซึ่งต่อมาคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด

นางพันธุ์ทิพา เปิดเผยหลังศาลสูงสุดตัดสิน ว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาล เพราะได้รอคอยและต่อสู้มาอย่างยาวนาน ใช้เวลาสู้คดีทั้งหมด 5 ปี 10 เดือน ในที่สุดศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชนะคดี โดย กสทช. ได้ทำผิดสัญญาจริง เช่น แจกคูปองช้าไป 6 เดือน ประชาสัมพันธ์กล่องโดยที่ประชาชนไม่ได้รับความรู้ในการใช้กล่องสัญญาณ และทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น โดยศาลให้คืนแบงก์การันตี ตั้งแต่งวด 2 ถึงงวดที่ 6 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,750 ล้าน และยังได้คืนส่วนที่จ่ายค่าธรรมเนียมงวดแรกไปเกินอีกจำนวน 151,700,000 บาท และคืนเงินงวดที่ 2 ให้กับธนาคารกรุงเทพที่จ่ายแทนอีก 384 ล้าน ซึ่งทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วัน ส่วนค่าเสียหายศาลไม่ได้ตัดสินให้คืนตน ทั้งนี้ยังจะลุยแพลตฟอร์มออนไลน์และร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติอีกด้วย

ย้อนไปในวันที่ พันธุ์ทิพา หรือเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล เข้ามาประมูลทีวีดิจิทัลเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา อันเป็นความฝันของคนทำคอนเทนต์ที่ต้องการมีสถานีของตัวเองแทนการเช่าเวลาฟรีทีวีที่มีการปรับเปลี่ยนผังรายการทุกปี

ก่อนประมูลทีวีดิจิทัล  อาณาจักร  ทีวีพูล จัดเป็นผู้นำข่าวบันเทิงทั้งรายการทีวีและนิตยสารบันเทิง ที่มีรายได้สูงสุด เกือบ 1,000 ล้านบาท

ในวันที่มาทำทีวีดิจิทัล เพียงปีแรกทุกอย่างสะดุด รายได้ไม่มี มีแต่รายจ่าย จนเจ๊ติ๋ม ต้องตัดสินใจขายบ้านที่สหรัฐอเมริกา 4 หลัง บ้านที่อังกฤษ 1 หลัง บ้านที่คู้บอนอีก 1 หลัง เพื่อนำเงินมาหมุนสภาพคล่องให้อยู่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม  การชนะคดีครั้งนั้น ถือเป็นการจุดประกายครั้งสำคัญให้กับทีวีดิจิทัลช่องอื่น ๆ ที่กำลังบาดเจ็บได้เดินตาม  ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันของทีวีดิจิทัลที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก  ซึ่งนอกจากการรุกไล่ของโลกออนไลน์แล้ว  พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง 

 

 

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: