Columnist

ละครไทยไปไกลกว่า ‘น้ำเน่า’

ละครไทยไปไกลกว่า “น้ำเน่า”

ธนก บังผล

 

              คืนวันหนึ่งผมไปร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำใกล้บ้านโดยไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วย ระหว่างรอจึงได้มีโอกาสดูละครโทรทัศน์ช่อง 33 ที่ทางร้านเปิดค้างไว้ ในเวลาเพียงไม่ถึง นาทีหลังจากจ้องหน้าจอผมพบว่า พริกป่นที่เผ็ดจนน้ำตาไหลยังเทียบไม่ได้เลยกับอารมณ์กระอักกระอ่วนซึ่งกระหน่ำเข้ามาอย่างจัง

ใจหนึ่งอยากจะร้องไห้ แม้ไม่ได้อ่อนไหวเพราะความเศร้าแต่ก็สมควรจะไว้อาลัยให้กับการเขียนบทละครอันหยาบช้าซึ่งผู้จัดกล้าจะนำมันมาจรรโลงแล้วลงผังช่วงไพรม์ไทม์

ด้วยความสัตย์จริง ผมแทบไม่รู้จักพระเอก-นางเอกละครเรื่องนั้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ใช้อคติวิจารณ์สิ่งที่เห็น

บทซึ่งเขียนให้ตัวละครลากผู้หญิงเข้าไปในป่าเพื่อกักขัง หน่วงเหนี่ยว และข่มขืน ซึ่งผมคิดว่าถูกประพันธ์มาไม่นานเกิน 10 ปีอย่างแน่นอน ในขณะที่บทโทรทัศน์ก็มาจาก “พิง ลำพระเพลิง” คนที่ครั้งหนึ่งเคยขายภาพว่าเป็นผู้มีความอบอุ่นกับครอบครัว  

แต่ไม่รู้ว่าปล่อยให้ละครมีฉากเหล่านี้ได้อย่างไร

ใช่ครับ …บางคนบอกนี่มันวงการบันเทิง จะไปเอาสาระอะไรกันหนักหนา แต่ทีมผู้สร้าง ผู้จัดสามารถพูดได้เต็มปากใช่ไหมครับว่าภาพของละครเรื่องนี้ที่ออกมาเป็นไปเพื่อความบันเทิง

สร้างเรตติ้งจากเสียงด่าเพื่อกระแส นี่คืองานบันเทิงหรือครับ ?

เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนมันคือการบังคับให้ผู้ชมเสพความเหยียดเพศ โดยเลือกจะหยิบแง่มุมด้านความรุนแรงมายัดเยียดอย่างจงใจ

 

 

แค่เพียงไม่ถึง นาที ทำให้ผมสะอิดสะเอียนกลืนเส้นก๋วยเตี๋ยวลงคอได้อย่างยากลำบาก นี่เราจะอยู่กันอย่างนี้จริงๆใช่ไหมครับ อยู่กับคำว่าละครต้องแรงเพื่อเรียกเรตติ้งโดยไม่สนใจว่าความรุนแรงจะถูกถ่ายทอดออกมาแล้วซึมซับเข้าไปอยู่ในทัศนคติของเด็กที่นั่งดูหน้าจอโทรทัศน์อย่างไร

ความรุนแรงที่เมื่อวันหนึ่ง มีคนเดินเข้าไปในบ้านคุณแล้วข่มขืนลูกสาวคุณ โดยไม่รู้สึกผิดบาปใดๆ และหวังว่าลูกสาวคุณจะหลงรักมันอย่างหัวปักหัวปำเพราะเอาอย่างมาจากในละคร

จะอยู่กันแบบนี้ใช่ไหมครับ ?

 ผลิตเยาวชนขึ้นมามองเพศแม่เป็นทาสอารมณ์ กระทำซ้ำๆแบบคดีน้ำอุ่นฆ่า “ลัลลาเบล” แล้วมาเรียกร้องให้ลงโทษสถานหนัก เรียกร้องให้ผู้ชายมีความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆที่ละครที่ผลิตกันออกมาไปไกลกว่าคำว่าน้ำเน่าแล้

สร้างค่านิยมให้เด็กเป็นฆาตกรโรคจิตหวังจะให้สังคมพูดถึงละครด้วยการก่นด่าเรียกเรตติ้งแข่งกับช่องอื่นๆไม่สนศีลธรรมผิดถูก เพียงเพื่อในวันหนึ่งจะประกาศว่าตัวเองเป็นประชาชนผู้อ่อนแอต้องการให้รัฐมีกฎหมายปกป้องคุ้มครองจากอาชญากรรมรุนแรง

จะอยู่กันแบบนี้ใช่ไหมครับ ?

ก่อนหน้านี้วงการบันเทิงเป็นอย่างไร บอกตามตรงว่าผมไม่ได้ติดตาม แต่เชื่อว่ามีบางคนที่ผลิตผลงาน “คุณภาพ” เพื่อพยายามยกระดับจนได้รับการยอมรับจากนานาชาติมาไม่น้อย

รางวัลที่มอบกันกลาดเกลื่อนเหมือนให้คนกันเอง ไม่ได้ทำให้คนในวงการเอือมระอากันเลยอย่างนั้นใช่หรือไม่

ผมคิดว่าหลายคนเบื่อละครไทยนะครับ ไม่อย่างนั้นความนิยมในซีรีย์เกาหลีจะท่วมท้นมากมายขนาดนี้หรือ คือคนหันไปดูละครเกาหลีเพราะบทถูกเขียนขึ้นมาเป็น “คน” มากกว่าละครไทย

ไม่ใช่ว่าเกาหลีดีกว่าไทยนะครับ แต่รัฐบาลเกาหลีสนับสนุนให้คนในชาติเปลี่ยนค่านิยมจากละคร เพราะผู้ชายเกาหลีคือมนุษย์ที่เหยียดเพศและคลั่งไคล้การบูลลี่เข้าเส้นเลือด เขาถึงพยายามสร้างให้พระเอกเป็นคนจิตใจดีให้เกียรติผู้หญิง เป็นการสร้างทัศนคติในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเท่าเทียม เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แล้วผู้หญิงไทยก็กลายเป็นติ่งเกาหลีกันทั่วบ้านทั่วเมือง

 

 

ผมว่าประเด็นนี้ใครๆก็ทราบดี แต่ผู้สร้าง ผู้จัด ผู้เขียนบทละครไทยทำไมไม่ทราบ ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวแข่งกันผลิตแต่ผลงานเกรดต่ำๆ ออกมาประดับวงการบันเทิงไทย แล้วปากก็บอกรักประเทศไทย ย้อนแย้งศีลธรรมอย่างสิ้นเชิง

 คุณต้องการให้ความเลวทรามที่คุณเรียกมันว่า “เผ็ด” นั้นซึมซาบอยู่ในลมหายใจของลูกหลานคุณด้วยการสร้างละครที่ไม่ต่างอะไรกับบทหนังโป๊ญี่ปุ่น เห็นการข่มขืนเป็นวัฒนธรรมที่ควรประพฤติตาม โดยไม่สนใจว่าวันหนึ่งคนพวกนี้จะก่ออาชญากรรมกับคนในครอบครัวคุณเอง ลูกหลานคุณออกนอกบ้านไปเป็นเหยื่อให้พวกจิตหมกมุ่นในกาม รวมตัวกันดักฉุดรุมโทรมแล้วฆ่า

ถ้าเหยื่อเป็นลูกหลานคนอื่นคุณก็คงไม่สนใจ จนกว่าวันหนึ่งจะเป็นลูกหลานคุณจึงจะรู้สึก

จะอยู่กันแบบนี้ใช่ไหมครับ ?

ถ้านี่คือสิ่งที่คนในวงการบันเทิงออกมาบอกว่าเป็นการ “ทำงาน” ที่เหนื่อยหนักกว่าอาชีพอื่นเพราะต้องออกกองเป็นเดือน กินนอนไม่เป็นเวลา ได้รับความลำบากเพื่อแลกมาด้วยค่าตอบแทนที่สูง

ผมคิดว่าเงินที่พวกคุณได้เป็นเงินสกปรก

แล้วมีแต่คนสกปรกเท่านั้นละครับ ที่ใช้เงินจากประชาชนมาดูถูกและยัดเยียดความต่ำทรามผ่านละครเช่นนี้

ทางผู้บริหารสถานีเองก็ควรเข้มงวดกับฉากในละครได้แล้วครับ อย่าคิดว่ามันเป็นแค่ละคร ทุกภาพที่ออนแอร์สู่สายตาผู้ชมสะท้อนให้เห็น “รสนิยม” ของผู้บริหารว่าเป็นอย่างไร

ถ้านี่คิดว่าเป็นการ “ด่า” เพื่อสร้างกระแส โดยผู้ที่เกี่ยวข้องเฉยเมย  แสดงว่าวงการบันเทิงเข้าขั้นวิปริตแล้วละครับ

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: