Biznews

ลบภาพจำ! คนจนผู้ยิ่งใหญ่ ‘CBG’ ชุบ ‘แอ๊ด คาราบาว’ สู่ เศรษฐีหมื่นล้าน!

หากพูดถึงหุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม นาทีนี้คงไม่มีใครมาแรงเท่า CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ราคาหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 2,651.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังคงเติบโตท่ามกลางปัจจัยลบอย่าง Covid-19 ขณะที่ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/63 ผลประกอบการของ CBG ก็ยังเติบโตและมีโอกาสทำ New high อีกด้วย

บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด” ได้จัดตั้ง ขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2544 เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดง โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท บริษัทฯ ได้เปิดตัวเครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้เครื่องหมายการค้า “คาราบาวแดง” เข้าสู่ตลาดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นการเป็นการนำชื่อของ วงคาราบาว มาผสมผสานกับชื่อของ โรงเบียร์ เยอรมันตะวันแดง ภายใต้สโลแกน “คาราบาวแดง เชิดชูนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่”

 

เมื่อธุรกิจผลิต ทำการตลาดและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ถือหุ้นได้เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมให้ครบวงจร ตั้งแต่ขบวนการหาวัตถุดิบหลัก การผลิต การตลาด และการจัดจำหน่ายให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ตั้งบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขึ้น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 และนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557  โดยมีรายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับ ณ วันที่ 09 มีนาคม 2563  ดังนี้

บริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด 250,064,500 25.01
2. น.ส. ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ 210,000,000 21.00
3. นาย ยืนยง โอภากุล 70,480,000 7.05
4. นาย เสถียร เศรษฐสิทธิ์ 48,474,100 4.85
5. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 46,390,044 4.64
6. นาง จารุณี ชินวงศ์วรกุล 28,279,900 2.83
7. นาง ลินจง โอภากุล 26,145,800 2.61
8. UBS AG SINGAPORE BRANCH 25,161,400 2.52
9. นาย ประชา ดำรงค์สุทธิพงศ์ 20,628,000 2.06
10. NORTHEND INVESTMENT LIMITED 20,000,000 2.00
ปัจจุบัน แอ๊ด คาราบาว ราชาเพลงเพื่อชีวิตที่หันมาเอาดีด้านการทำธุรกิจและประสบผลสำเร็จอย่างสวยงาม ถือครองหุ้นบริษัท คาราบาวกรุ๊ปราว 70.48 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,200 ล้านบาท มากกว่าศิลปิน K-POP ที่รวยสุดในประเทศเกาหลีใต้ 10 อันดับแรก รวมกันด้วยซ้ำ

นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า คาดการผลกำไรไตรมาส 4/63 ของ CBG จะอยู่ที่ 1,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยดังนี้

1.โรงงานบรรจุกระป๋องใหม่เริ่มเดินเครื่องผลิต ทำให้รายได้ในกลุ่ม CLMV เติบโต

2.ผลิตภัณฑ์ใหม่  C+Lock จะมียอดขายที่ 40 ล้านขวด สูงที่สุดในปี 63 หลัง 2 ไตรมาสก่อนหน้าจำหน่ายไปแล้ว 50 – 60 ล้านขวด

3. อานิสงส์จากมาตรการคนละครึ่ง

และ 4.รายได้รับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกคาดเติบโตจากเป็น high season ของเครื่องดื่มกลุ่มแอลกอฮอล์ ทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2563 ของ CBG จะอยู่ที่ 3,628 ล้านบาท เติบโต 44.77% จากปี 2562

จากการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นของ CBG โดยปริยาย เนื่องจากราคาปรับขึ้นจนทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 อย่าง น้าแอ๊ด ยืนยง โอภากุล ที่ถือหุ้น 7.05% มีมูลค่าหุ้นพุ่งทะลุ 1 หมื่นล้านบาทในเวลาอันรวดเร็ว โดยมูลค่าหุ้นของ น้าแอ๊ด ณ วันที่ 25 ม.ค. 64 สูงถึง 10,466,280,000 ล้านบาท ดีดตัวเพิ่มขึ้น 2,290,600,000 ล้านบาท หรือ 28.02% จากต้นปี 2564 มูลค่าหุ้นอยู่ที่ 8,175,680,000 ล้านบาท

สำหรับการเติบโตในปี 2564 หยวนต้า ระบุว่า CBG ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน ในขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเติบโตราว 17% โดยรายได้ในประเทศตั้งเป้าเติบโต 20% และรายได้ต่างประเทศตั้งเป้าเติบโต 25% โดยจะมีการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม C+Lock อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์ และอยู่ระหว่างศึกษาเครื่องดื่มบำรุงกำลังตัวใหม่ ซึ่งเมียนมาจะเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม CBG คาดหวังรายได้จะเติบโตแบบเลขสองหลักต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้าจากสินค้าใหม่ และตลาดใหม่ โดยฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 4,608 ล้านบาท เติบโต 27.0% จากการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ และ CLMV รวมทั้งสินค้าใหม่ และการลดต้นทุนการผลิต

 

ก่อนหน้านี้ หัวเรือใหญ่อย่างเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เคยให้ความเห็นไว้ในรายการ The Secret Sauce ว่า ตั้งเป้า 10 ปีข้างหน้า คาราบาวกรุ๊ปจะโตขึ้น 10 เท่า หรือราว 50,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีกำไรขั้นต้นประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเพื่อเพื่อรองรับการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ให้กับบริษัทในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการบุกตลาดโลก โดยใช้สินค้าเพื่อสร้างแบรนด์ให้คนต่างประเทศรู้จัก โดยมองว่าทั้งโลกมีเครื่องดื่มที่เติบโตอยู่ไม่กี่ตัว  ตลาดยังเปิดกว้างและมีมูลค่ามหาศาลที่รอการเก็บเกี่ยวอีกมาก 

 

ขอบคุณข้อมูล  Wealth Thai

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: