Columnist

รู้จัก ‘แอสตราเซเนกา-โมเดอร์น่า’ ผู้ผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ,บริษัท แอสตราเซเนกา ร่วมมือกับ บริษัท โมเดอร์น่า สามารถผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งทางบริษัทจะทำการส่ง 30 ล้านโดสแรกให้กับอังกฤษเพื่อทดลองในคนช่วงเดือน ก.ย. และจะมีวัคซีน 100 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้

ซึ่งทั้ง 2 บริษัทได้ทำการทดสอบในขั้นตอนสุดท้ายไปแล้ว โดยยังระบุด้วยว่าเพื่อความแน่นอน การใช้วัคซีนดังกล่าวเพื่อต้านไวรัสจะสำเร็จได้ ต้องใช้จำนวน 2 โดสในการฉีดรักษาครั้งแรก

The latest results from front-runners in the sprint to come up with a vaccine, including the University of Oxford-AstraZeneca Plc partnership and Moderna Inc., highlight that prospect. Both efforts are conducting final-stage testing with two doses. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงาน

ประเด็นที่เป็นกังวลคือ 100  ล้านโดสที่ถูกผลิตส่งออกมาภายในสิ้นปีนี้จะเพียงพอหรือไม่กับจำนวนผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะยุโรป สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง

             

นั่นเป็นเรื่องทางการแพทย์ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะครับ แต่เรื่องเศรษฐกิจผมอยากจะแนะนำให้รู้จักกับ 2 บริษัทที่เป็นผู้ผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิดได้สำเร็จ

บริษัทแรกคือโมเดอร์น่า อิงค์ (Moderna Inc.) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ที่ว่าด้วยการพัฒนายาปฏิชีวนะ วัคซีน โดยมุ่งเน้นไปที่การบำบัดสิ่งเสพติด ก่อตั้งขึ้นในเดือน ก.ย.ปี 2010 ซึ่งปี 2561 ที่ผ่านมาโมเดอร์น่า ได้เป็นหนึ่งในหุ้น IPO น้องใหม่ ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวบริษัทครับ แต่เป็น Timothy “Tim” A. Springer หรือ Timothy Springer ศาตราจารย์แห่งโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด นักธุรกิจที่ลงทุนในบริษัทหลายแห่ง นาทีนี้แน่นอนว่าทิมคือผู้ลงทุนในบริษัทไบโอเทคชื่อว่าโมเดอร์น่า

ศาสตราจารย์ทิมลงทุนกับบริษัทนี้ตั้งแต่เริ่มแรก ด้วยเงิน ล้านเหรียญสหรัฐ ล่าสุดเงินก้อนดังกล่าวได้งอกเงยจนมีมูลค่ากว่า 870 ล้านเหรียญ และยังทำให้ศาสตราจารย์ทิมกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับ 4 ของบริษัท

ตั้งแต่โมเดอร์น่าได้เริ่มต้นพัฒนาวัคซีนโควิด จนกระทั่งเข้าขั้นการทดลองระดับคลีนิค มูลค่าหุ้นของบริษัทได้พุ่งทะลุปรอท ข้อมูลจากนิตยสาร Forbes ระบุอีกว่า มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของโมเดอร์น่าทำให้ทรัพย์สินของศาสตราจารย์ทิม เพิ่มขึ้นตามมาเฉียด 1 พันล้านเหรียญ อ้างอิงจากสัดส่วนหุ้น 3.5% ในโมเดอร์น่ารวมกับหุ้นในบริษัทไบโอเทคอีก 3 แห่ง คือ Selecta Biosciences, Scholar Rock และ Morphic Therapeutic ซึ่ง 2 บริษัทหลัง เป็นบริษัทที่ศาสตราจารย์ทิมเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง     

ศาสตราจารย์ทิม เป็นคนสัญชาติอเมริกัน โดยที่ผ่านมามีผลงานการวิจัยด้านชีวเคมีหลายอย่าง จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งอเมริกา ดังนั้นคนอเมริกันส่วนใหญ่จึงคาดหวังว่าความสามารถของอาจารย์แพทย์คนนี้จะนำไปสู่ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนรายย่อยอื่น ๆ ซึ่งถ้าหากวัคซีนของโมเดอร์น่าประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพแห่งนี้จะสร้างความร่ำรวยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมหาศาล

ในมุมมองของ ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาแห่งโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด เขาได้มองการณ์ไกล ถึงการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็ได้คิดค้นนำเทคโนโลยี m-RNA ที่ล้ำยุคมาช่วยพัฒนาวัคซีน

“เรามีความคิดมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลยว่ามันจะสามารถใช้ได้เมื่อมีการระบาดครั้งใหญ่เกิดขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราลงทุนในการทำการทดลองในมนุษย์ด้วยไข้หวัดชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นไข้หวัดชนิดที่ไม่พบในการระบาดปกติ แต่สามารถเกิดขึ้นและนำไปสู่การระบาดครั้งใหม่ได้ เราตระหนักถึงสถานการณ์ประเภทนี้มาโดยตลอด” ศาสตราจารย์ทิม เคยกล่าวกับสื่ออเมริกาที่ไปสัมภาษณ์

 12 พ.ค.ที่ผ่านมาบริษัท โมเดอร์น่าประกาศว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติให้บริษัทเริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟส 2 กับกลุ่มตัวอย่าง 600 ราย และได้ให้เครื่องหมาย “Fast Track” แก่บริษัทเพื่อเร่งกระบวนการทางกฎหมายต่างๆ ให้บริษัทสามารถผลิตวัคซีนได้เป็นรายแรก

โมเดอร์น่ายังเป็นบริษัทแรกที่สามารถเริ่มการทดลองวัคซีนในมนุษย์ได้ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา และหุ้นของบริษัทก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ เท่าตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. หลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นการระบาดครั้งใหญ่

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเริ่มทำธุรกิจ แต่น้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จ ผมเป็นนักลงทุนเชิงรุก และเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการลงทุนของผมถึงมีความแม่นยำสูง ปรัชญาของผมคือลงทุนในสิ่งที่คุณรู้จักมัน และผมก็เป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่เต็มอก ผมรักการค้นพบสิ่งใหม่ๆ” ศาสตราจารย์ทิม ในวัย 72 ปีกล่าวกับ Forbes

โมเดอร์น่าเปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า การทดลองทางคลินิกขั้นต้นในการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้กับผู้เข้าร่วมทดลอง 45 คนนั้น ให้ผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งวัคซีนดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดการสร้างแอนติบอดีในผู้เข้าร่วมทดลองทั้ง 45 รายซึ่งเป็นอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงซึ่งมีอายุระหว่าง 18-55 ปี

โดยผู้เข้าร่วมทดลองวัคซีนดังกล่าวได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มได้รับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กลุ่มละ 25, 100 และ 250 ไมโครกรัม ซึ่งผลการทดลองบ่งชี้ว่า ระดับของแอนติบอดีในผู้เข้าร่วมการทดลองมีความคล้ายคลึงหรือมากกว่าระดับที่พบในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ซึ่งหายจากโรคดังกล่าวแล้ว

โมเดอร์น่า อิงค์ บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ ยืนยันว่า แผนการที่จะเริ่มการทดลองวัคซีนรักษาโรคจากไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ กับอาสาสมัครจำนวน 30,000 คน ในเดือน ก.ค.นี้ โดยเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบของบริษัท

และอย่างที่เราทราบกันแล้วว่า โมเดอร์น่าประสบความสำเร็จในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด 19 ตามที่สื่อต่างชาติได้นำเสนอล่าสุด

 

อีกบริษัทหนึ่งที่ร่วมมือกับโมเดอร์น่าคือ “แอสตราเซเนกา” (AstraZeneca) บริษัทยาและชีวเภสัชภัณฑ์ของอังกฤษ-สวีเดน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ในปี 2015 แอสตราเซเนกาเป็นบริษัทยาที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก โดยอิงจากรายได้

แอสตราเซเนกาก่อตั้งในปี 1999 จากการควบรวมกิจการระหว่างแอสตรา เอบี บริษัทยาจากสวีเดนและบริษัทเซเนกา บริษัทยาจากสหราชอาณาจักรในปีเดียวกัน บริษัทยังได้ตั้งสำนักงานในสหรัฐอเมริกาที่นอร์ธวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ในปี 2006 อีกทั้งยังซื้อกิจการแคมบริดจ์แอนติบอดีเทคโนโลยี บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากอังกฤษด้วยมูลค่า 702 ล้านยูโรและรวมกิจการกับเมดอิมมูน บริษัทลูกที่เข้าซื้อกิจการในปี 2007

ต่อมาในปี 2013 แอสตราเซเนกาซื้อกิจการอะไมลิน บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์จากอเมริกัน

แอสตราเซเนกาพัฒนาและผลิตยารักษาโรคระบบทางเดินอาหารโรคหัวใจหลอดเลือดโรคปอดโรคระบบประสาทโรคติดเชื้อการอักเสบมะเร็งและความผิดปกติทางจิต

นี่เป็นความหวังของมนุษยชาติในการจะเอาชนะโรคระบาดที่สร้างความกลัวไปทั่วโลก หากบริษัททั้ง 2 ซึ่งร่วมมือกับมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด 19 ได้สำเร็จ พลเมืองโลกก็น่าจะกลับสู่ความปลอดภัย (ชั่วคราว) อีกครั้งหลังจากที่ต้องตื่นตระหนกและเสียชีวิตไปจำนวนมากจนทำให้เกิด New Normal

บทความโดย ธนก บังผล

 

References

 

1.       https://www.bloomberg.com/news/articles/2020-07-20/double-shot-covid-vaccine-tests-raise-new-pandemic-challenge?utm_source=twitter&utm_content=business&utm_campaign=socialflow-organic&utm_medium=social&cmpid=socialflow-twitter-business

2.       https://forbesthailand.com/world/america/timothy-springer-อาจารย์-harvard-ผู้กลายเป็นม.html

3.       https://en.m.wikipedia.org/wiki/Timothy_A._Springer

4.       https://en.m.wikipedia.org/wiki/Moderna

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: