Bizlifestyle

รู้จัก ‘หมอบุญ วนาสิน’ เจ้าของรพ.ธนบุรี เฮลธ์แคร์หมื่นล้าน ผู้กล้าสั่งสอนรัฐบาล!

“หมอบุญ” คือใคร?
“ผู้ผลิตวัคซีนระบุว่าหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว จะใช้เวลาอีก 4 เดือน ถึงจะส่งวัคซีนไปยังประเทศที่ซื้อได้ ถ้าไม่ติดเงื่อนไขจากรัฐบาล รพ.ธนบุรี พร้อมจะเซ็นซื้อโมเดอร์นา ไฟเซอร์ 50 ล้านโดส ตั้งแต่ตุลาคม 2563 แล้ว แต่การซื้อขายจำเป็นต้องซื้อรัฐต่อรัฐ ทำให้เอกชนซื้อไม่ได้ จนต้องรอถึงปัจจุบัน”

นั่นคือข้อสงสัยว่าทำไมประเทศไทยยังไม่ได้รับวัคซีนโควิดทั้งๆที่รัฐบาลพยายามเร่งให้ประชาชนลงทะเบียนรับวัคซีนในแอป “หมอพร้อม” ที่ไม่ใช่แค่ “หมอบุญ” นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ที่ออกมาตั้งคำถามอยู่หลายครั้ง แต่ประชาชนเองก็สับสนว่าจนถึงป่านนี้แล้วก็ยังจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีกหรือกับการซื้อวัคซีน
เพราะหากย้อนไปช่วงเดือนเมษายน รัฐบาลประกาศให้ประชาชนรีบลงทะเบียนเหมือนการบริหารจัดการทุกอย่างจะพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงประชาชนเท่านั้นที่เมื่อไหร่จะพร้อม
กว่าชาวบ้านจะรู้ว่าจริงๆแล้ว ช่วงเวลาขณะนั้น นอกจากแอป “หมอพร้อม” ยังไม่พร้อม รัฐบาลยังไม่มีวัคซีนอยู่ในคลังเพื่อรอแจกจ่ายตามแผนเลย หรือพูดง่ายๆว่ายังไม่ได้ทำเรื่องซื้อด้วยซ้ำ
“หมอบุญ” คือคนหนึ่งที่ออกมาสะท้อนว่ารัฐบาลสร้างปัญหาทำให้การซื้อวัคซีนเป็นเรื่องยุ่งยากมากขึ้นโดยการออกระเบียบให้เป็นการซื้อขายแบบ G to G หรือรัฐบาลต่อรัฐบาล ฟาดงวงฟาดงาไปยังองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จนบริษัท ต้องออกหนังสือประกาศขออภัยที่หมอบุญ พาดพิงให้เกิดความเสียหาย
“ได้ติดต่อไปทางบริษัทผู้ผลิตเนื่องจากสนิทกัน ด้วยความสงสัยว่าทำไมประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย อย่าง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ถึงได้แล้ว แต่ไทยไม่มีสักโดส จึงโทรศัพท์ไปที่ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ที่สนิทเป็นการส่วนตัว โดยได้คำตอบว่า ไทยไม่ยอมเซ็นสัญญา ทางเราสงสัย ทำไมนาน และยินดีจะเอาเงินไปวางไว้ให้ ไม่ให้องค์การเภสัชกังวลว่าสั่งแล้วไม่เอา องค์การเภสัชเพิ่งส่งจดหมายให้เรายืนยันว่าจะซื้อเท่าไหร่ ซึ่งเรายืนยันไปแล้วตั้งแต่เมษายน ถ้า 5 ล้านโดส ยินดีเอาเงินวางให้ และ โรงพยาบาลเอกชนแห่งไหนอยากซื้อเราก็จะแบ่งให้ อาเซียนได้เกือบครบแล้ว คำถามคือ ทำไม ผมก็โทร.ไปต่อว่า ประธานนี่สนิทกัน ก็โทร.ไปทั้งทูตสหรัฐ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ว่าคุณเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร เราเป็นเพื่อนที่ดีกับคุณมาตลอด ในขณะเดียวกัน ทำไมคุณให้เราน้อย และช้ากว่าประเทศอื่นค่อนข้างเยอะ เขาตอบว่าทางเราไม่เซ็นสัญญา ถ้าเซ็นแล้วเขานับ 1 นี่คือจุดสำคัญ” ข้อความของ “หมอบุญ” ซึ่งเคลื่อนไหวในนามสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จนกลายเป็นการเปิดแผลประเด็น “ฝีมือไม่ถึง” ของรัฐบาลเป็นผลพวงต่อๆมาทำให้ อภ. ยืนยันว่าเพิ่งส่งหนังสือสั่งซื้อวัคซีนไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อวานนี้ (2 ก.ค.)
พื้นเพครอบครัวของหมอบุญในวัยเด็กทำธุรกิจขายข้าวสาร ทำให้มีพื้นฐานในการค้าขาย เมื่อเรียนจบแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้ไปศึกษาต่อด้านวิชาชีพสาขาอายุรศาสตร์ และทางเดินอาหาร ที่ John Hopkins University เมื่อเดินทางกลับมาในปี 2520 ก็ได้เริ่มก่อตั้ง บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป
ทั้งนี้ นพ.บุญ เคยทำงานเป็นแพทย์อยู่ที่ รพ.ศิริราช และอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล จนขึ้นมาเป็น ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะลงทุนตั้ง โรงพยาบาลธนบุรี ในปี 2519 จนกิจการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว หมอบุญเลยลาออกจากราชการ มาทำธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเต็มตัว จนมีการขยายกิจการไปอีกหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“ตอนนั้นผมไปเป็นแพทย์อยู่ที่อเมริกา และได้ไปอ่านหนังสือชีวประวัติของร็อกกี้ เฟลเลอร์ (จอห์น เดวิดสัน ร็อกกี้เฟลเลอร์- มหาเศรษฐีโรงกลั่นน้ำมันในยุคต้น ค.ศ.1900) ในหนังสือเขียนบอกธุรกิจที่จะทำให้คนรวยได้เร็วในขณะนั้น คือ 1. เรื่องที่ดิน 2. เรื่องน้ำมัน และ 3. การอ่านหนังสือ เพียงไม่นานหลังการอ่านผมก็ตัดสินใจทำที่ดิน เพียง 5 ปี ในการทำธุรกิจก่อนกลับสู่ประเทศไทย ก็ทำให้ผมมีเงินมากกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งนับว่ามากโขสำหรับสมัยนั้น”
หมอบุญ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้แพทย์หนุ่มนักเรียนนอกหันเหความสนใจไปเป็นนักลงทุน
“ผมจะไม่ลงทุนตลอด แต่จะลงทุนเป็นจังหวะ สมมติว่า เศรษฐกิจมันลง เราก็จะต้องถอนเงินมาสำรองไว้ และดูว่ามันจะเริ่มฟื้นเมื่อไหร่ ผมจะเริ่มขายก่อนที่มันจะขึ้นไปสูงสุดในตลาด สไตล์ผมจะเล่นตามคลื่น 3-6 เดือน เราอาจจะได้ตัวนี้ 10% บ้าง 15% บ้าง แต่ปีหนึ่งถ้ารวมกันแล้วเราก็ได้มากถึง 30% ต่อหุ้น 1 ตัว ก็น่าจะพอใจ”
ในขณะที่บทบาทการสร้างบริษัทขึ้นมาประกอบกิจการด้านสุขภาพสาธารณสุข ด้วยการเป็นผู้บริหารธุรกิจโรงพยาบาล บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG ของหมอบุญ เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีเครือข่ายด้านโรงพยาบาลและการแพทย์ ในระดับกลุ่มทุนรายใหญ่ของวงการโรงพยาบาลเอกชนของประเทศไทย และเป็นกลุ่มหุ้นบิ๊กล็อต รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หมอบุญ ทำการบุกเบิกธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ใน กทม. รวมทั้งต่างจังหวัด เช่น รพ.ปิยะเวท โรงพยาบาลในเครือธนบุรี ส่วนในต่างจังหวัดเช่น ภูเก็ต หัวหิน ฯลฯ นอกจากนี้ยังทุ่มเงินสร้างโรงพยาบาลในจีน ที่เมืองหนานจิง และ ฉางโจ รวมถึงร่วมลงทุนกับรัฐบาลจีน เข้าไปบริหารโรงพยาบาลที่คุนหมิง และ ไห่หนาน
เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่ำชองในวงการนี้มาอย่างยาวนานจนต้องอัพเกรดตัวเองไปสู่ระดับอินเตอร์
ในวัย 82 ปี หมอบุญ ทำธุรกิจด้านการแพทย์ครบวงจร ด้วยการสร้างธุรกิจในเครือข่ายจำนวนมาก เพื่อขยายออกไปอีกหลายแขนง โดยจะอยู่ในธุรกิจด้านสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่นลงทุนสร้างโรงงานผลิตถุงมือยางในโครงการอีอีซี ชื่อเสียงในวงการจัดให้ “หมอบุญ” เป็น “แพทย์-นักธุรกิจ-นักลงทุน-มหาเศรษฐี” ระดับต้นๆ ของประเทศไทย
ด้วยอายุที่มากขึ้นปัจจุบัน “หมอบุญ” ลดบทบาทตัวเองในแวดวงการเมืองลงไปมากพอสมควร โดยในอดีตเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว หมอบุญคลุกคลีคุ้นเคยกับ “มนตรี พงษ์พานิช” อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคมและแกนนำพรรคอีกหลายคน เช่น สมศักดิ์ เทพสุทิน หรือ รักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
อย่างที่ทราบว่าสถานะของหมอบุญคือ แพทย์-นักธุรกิจ-นักลงทุน-มหาเศรษฐี ย่อมเป็นเป้าหมายของนักการเมืองระดับชาติหลายคนที่ต้องการจะรู้จัก
เมื่ออยู่ในบทบาท “นายทุน” ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีข่าวว่าหมอบุญจะได้รับการผลักดันให้เป็นรัฐมนตรีอยู่หลายครั้ง ตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
ข่าวหนาหูมากที่สุดก็ตอนที่ นายรักเกียรติ เป็น รมว.สธ. ในรัฐบาลชวน หลีกภัย 1 มีปัญหาเรื่องทุจริตจัดซื้อยา จนเกิดกระแสให้ปรับคณะรัฐมนตรี ชื่อหมอบุญ ได้รับการพูดถึงว่าจะเข้ามารับตำแหน่ง รมว.สธ. แทน แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงการทาบทามที่ไม่ได้เกิดขึ้น โควต้าจากพรรคกิจสังคมจึงถูกส่งไปยังพรรคชาติพัฒนา และทำให้ “กร ทัพพะรังสี” คว้าเก้าอี้นี้ไป
หมอบุญ เคยเปิดแถลงข่าวกับสื่อว่า เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเจรจาซื้อขายที่ดินอัลไพน์ จากวัดธรรมมิการามวรวิหาร จากนั้นนำที่ดินมาทำสนามกอล์ฟและหมู่บ้านอัลไพน์ และมีการตั้งบริษัททำธุรกิจ ซึ่งหมอบุญ เป็นประธานบริหารบริษัทอัลไพน์ เรียลเอสเตท ส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทมีชื่อ เสนาะ เทียนทอง ,อุไรวรรณ เทียนทอง ,ชูชีพ หาญสวัสดิ์ ,พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล เป็นต้น
แล้วมาตั้ง บริษัท ราชธานีบ้านและที่ดิน จำกัด เพื่อบริหารหมู่บ้านอัลไพน์ ส่วนสนามกอล์ฟอัลไพน์ ก็เป็นของเสนาะ เทียนทอง ก่อนที่จะขายสนามกอล์ฟให้ทักษิณ ชินวัตร จนเกิดคดีความ
หมอบุญ เคยกล่าวถึงปัจจัยเสี่ยง 5 ประเด็น คือ 1.จำนวนผู้ติดเชื้อ 2.ระบาดรอบ 3 หลีกเลี่ยงไม่ได้ 3. วัคซีนความหวัง 4.ไวรัสกลายพันธุ์ และ5.การเกิดคลัสเตอร์ ล้วนแต่เป็นระเบิดเวลา
ภาคเอกชนเข้ามาช่วยจัดหาวัคซีนในช่วงดังกล่าวกลับเจออุปสรรคตามที่เป็นข่าวกันไป ซึ่งทางกลุ่มธนบุรีเป็นกลุ่มแรกที่สั่งวัคซีนเดือนพ.ย. 2563 จำนวน 50 ล้านโดส ซึ่งช่วงนั้นสหรัฐสั่งซื้อไป 3 เท่า หรือ 1,300 ล้านโดส อังกฤษสั่ง 6 เท่า แคนดาสั่ง 3 เท่า ทำให้วัคซีนขาดตลาดเพราะชาติตะวันตกสั่งวัคซีนไปตุนไว้
ถ้าวันนั้นไทยมีวัคซีนทางเลือกเข้ามาเพิ่ม 50 ล้านโดสสามารถนำมากระจายได้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน 4 เดือน เพราะเข็มแรกสร้างภูมิคุ้มกันได้แล้ว สำหรับแอสตร้าฯ ที่ยุโรปประกาศไม่ให้ฉีดแอสตร้าฯเข็มที่สองให้เปลี่ยนเป็นโมเดอร์น่าหรือไฟเซอร์เข็มที่สองแทน เพราะกลัวผลข้างเคียงเกิดลิ่มเลือดอุดตันแต่วันนี้ยุโรปเลี่ยงไม่ได้ต้องใช้แอสตร้าฯ เข็มแรกอยู่ดี
เรื่องการเปลี่ยนวัคซีนสามารถทำได้และมีการรองรับการแนะนำแล้วของ CDC ของยุโรปซึ่งภูมิคุ้มกันจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า และป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์ไปอยู่ที่สหรัฐหมดทำให้ยุโรปก็ไม่มีทางเลือกต้องใช้วัคซีนแอสตร้าฯ
ส่วนไทยวัคซีนทางเลือกจองรายเดียวคือโมเดอร์น่า หลังได้การรองรับขึ้นทะเบียนแล้วทางกลุ่มเตรียมเงิน 5,000 ล้านบาท ในการวางเงินซื้อวัคซีนโมเดอร์น่า แต่สุดท้ายหลายแห่งกลับถอยเพราะเห็นรัฐบาลสั่งมาจำนวนมากลัวขาดทุน จำนวนโควต้าได้คือ 5 ล้านโดสกว่าจะได้รับเดือน ก.ย. จะเป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ที่ 4 ไป แต่วันนี้ไม่ควรเลือกควรฉีดป้องกันไว้ให้ได้มากที่สุด
“มุมมองของผมเห็นว่ายิ่งมีจำนวนมากยิ่งดี เพราะทั่วโลกต้องการวัคซีน 5,000 ล้านโดส แต่ฉีดไป 1,000 ล้านโดส ถ้าในประเทศไม่อยากฉีดแล้วประเทศใกล้เคียงยังต้องการหรือผู้ที่จะเข้ามาไทยยังต้องการ “
ว่ากันว่า หมอบุญ ยังคงสนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆอยู่บ้าง เส้น-สาย ความสัมพันธ์กับนักการเมืองใหญ่ๆ ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความขลังและเจนจัดในบทบาทหากออกมาท้วงติงหรือเน้นประเด็นอะไรนั่นย่อมส่งสัญญาณถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องว่ากำลังมี “ปัญหา”
ทั้งอำนาจเงินที่ได้มาจากการลงทุน บารมีจากการบริหารบริษัทสร้างธุรกิจ ประสบการณ์บนถนนการเมือง และอายุที่มากขึ้นจนเป็น “ผู้อาวุโส” ที่เชื่อมร้อยความสัมพันธ์กับหลากหลายอาชีพ
สรุปได้ว่านี่คือ…”หมอบุญ”
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: