Columnist

รีวิว “คนละครึ่ง” แบบบ้านๆ

รีวิว “คนละครึ่ง” แบบบ้านๆ

‘ธนก บังผล’

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่า โครงการ “คนละครึ่ง” ที่ทางรัฐออกมาเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศจุดประสงค์เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย จะได้รับความนิยมจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ทั้งๆที่ก่อนหน้าโครงการจะเริ่ม กระแสดูซึมๆ เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องใช้แอพ “เป๋าตังค์” กับ “G-Wallet” ซึ่งปกติแล้วตาสียายมีแถวชนบทแค่เห็นเงื่อนไขก็เบือนหน้าหนีทันที เพราะไม่รู้จะเริ่มอย่างไร หรือใช้แล้วจะยุ่งยากหรือเปล่า อีกทั้งสิทธิคนละครึ่งก็ใช้ได้ถึง 31 ธ.ค. หรือสิ้นปีนี้เท่านั้น

แต่พอได้เห็นร้านค้ากับชาวบ้านช่วยกันโหลดแอพ ช่วยกันสอนวิธีใช้แล้วบอกได้เลยว่า “น่ารักดี” ผมเชื่อว่าถึงวันนี้มีคนรู้จักและสามารถใช้แอพเป๋าตังค์กับ G-Wallet เป็นเพิ่มมากขึ้นทั่วทั้งประเทศ

อานิสงส์นี้น่าจะทำให้มีผู้ใช้โมบายล์แบงค์กิ้งมากขึ้นเยอะขึ้นทีเดียว โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย

 

 

เท่าที่นั่งคุยกับพ่อค้าแม่ขายรวมถึงฟังชาวบ้านเขาเม้าท์กัน เกือบ1 เดือนที่ผ่านมาปัญหาก็มีอยู่ไม่น้อยครับ

1.อย่างแรกเลยเมื่อเริ่มต้นสมัคร คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทยก็อาจต้องไปเปิดบัญชีใหม่ หรือไม่มีบัญชีธนาคารที่สามารถเติมเงินเข้า G-Wallet ได้ทั้ง 10 ธนาคาร ก็อาจต้องไหว้วานให้คนอื่นที่มีบัญชีธนาคารโอนเงินเข้าให้แทน หรือไปที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเงินสดแล้วเติมเงินเข้า G-Wallet

 

2.เนื่องจากใช้สิทธิคนละครึ่งนี้สามารถใช้ได้ระหว่างวันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2563 ปรากฏว่าทำให้มีคนรีบใช้ ตั้งแต่เปิดโครงการมาไม่ถึงเดือนมีคนใช้สิทธิ 3,000 บาท หมดแล้ว ครับ…ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนแถวบ้านผมเขาใช้สิทธิหมดได้อย่างไร

 

3.ที่เป็นเงื่อนไขว่าห้ามซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับบุหรี่นั้น หากไม่มีใครเห็นก็หยวนๆ เพราะถือว่าไม่มีใครรู้ใครเห็น ตามประสาคนละแวกบ้านที่ซื้อของกันมานานนม

 

4.ร้านค้าผลไม้และอาหารบางแห่งถือโอกาสขึ้นราคา ซึ่งเป็นการฉกฉวยประโยชน์ที่แย่กว่าการแอบสแกนเหล้าเบียร์เป็นอย่างมาก เพราะทางร้านได้อย่างเดียวเลยซึ่งนั่นหมายความว่ายอดการใช้ของผู้ได้รับสิทธิแต่ละคนก็ถูกลดลงไป ในขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายที่รัฐบาลดูจะภูมิใจว่าคนใช้เยอะนั้นก็มาจากตรงนี้ละครับ แล้วเมื่อสินค้าขึ้นราคาแล้วเรายังหวังอีกหรือว่าเมื่อหมดโครงการคนละครึ่งราคานั้นจะลดลง

 

5.หลักการเบื้องต้นคือสามารถใช้ได้คนละ 150 บาทต่อวัน หากสิทธิ 3,000 บาทที่ได้มาใช้ไม่หมด เพราะบางวันไม่ได้ใช้ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรให้ใช้สิทธินั้นให้ครบภายในสิ้นปี

 

6.เฟส 2 กับ เฟส 3 ที่หลายคนตั้งตารอคอยจนทำให้มีผู้เข้าไปในระบบจนเครือข่ายล่ม เฟสล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อได้ 3,000 บาทแล้ว จะใช้ยังไงให้หมดภายในสิ้นปีครับ เพราะใช้ได้วันละ 150 บาท หรือเป็นไปได้หรือไม่ว่าหากซื้อสินค้าราคา 600 บาท สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งในวงเงิน 300 บาทต่อวัน คนที่ใช้สิทธิหมดแล้วไปแล้วภายในเวลาไม่ถึงเดือนน่าจะตอบได้ (ฮา)

7.เมื่อได้เสียงตอบรับถล่มทลาย จะกลายเป็นเหมือนเงิน “เยียวยา” ช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดหรือไม่ ที่ไปๆมาๆจากสิทธิที่ตั้งไว้เพียง 10 ล้านคน ก็บานปลายกลายเป็นเยียวยาทุกกลุ่ม เนื่องจากมีประชาชนอีกจำนวนมากลงทะเบียนไม่ทัน ในขณะที่คที่เคยลงทะเบียนไปแล้วสละสิทธิ จะสามารถกลับมาลงทะเบียนได้อีกหรือไม่ เพราะหากต้องการกระตุ้นร้านค้ารายย่อยก็มีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องการได้รับสิทธิจริงๆ  

8.หากเน็ตมือถือหมด จะสแกนสิทธิคนละครึ่งอย่างไร

 

 

              นี่เป็นเพียง 8 ข้อเล็กๆน้อยๆที่ผมได้ยินคำถามจากลูกค้าที่มาใช้สิทธิตามร้านขายของชำละแวกหมู่บ้านครับ ซึ่งอดคิดถึงมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาท ไม่ได้เลย

              คือไม่ว่าจะคลอดโครงการอะไรก็ตาม วันนี้ระบบการลงทะเบียนก็ยังไม่เสถียรทำให้การเข้าถึงสิทธิเหมือนการเสี่ยงโชค

              ที่อยากถามมากที่สุดคือ เงิน 5,000 บาท กับ 150 บาท นั้น เป็นตัวเลขที่ใครกำหนดครับว่าจะพอ หรือว่าดูที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่เหลือจากการกู้มา เมื่อการลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงสิทธิไม่ต่างจากการเสี่ยงโชค หมายความว่าจะมีผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงมาตรการนี้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

              ตกลงโครงการที่ออกมาหลายโครงการเหลือเกิน ใครได้ประโยชน์ครับ ?

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: