Biznews

รับเปิดประเทศ! ‘วิจัยกสิกร’ ปรับเพิ่มจีดีพีปี 64 โต 0.2% ปี 65 แตะ 3.7%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยปี 2564 ดีขึ้นกว่าเดิม รับคลายล็อกดาวน์และมาตรการเปิดประเทศที่เร็วกว่าที่มองไว้เดิม หลังการกระจายวัคซีนที่เร่งตัวขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งจากผลการเบิกจ่ายภาครัฐที่ออกมาดีกว่าคาดด้วย

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ผลจากการคลายล็อกดาวน์และการเปิดประเทศที่เร็วขึ้นนี้ทำให้ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.5 แสนคน มาเป็น 1.8 แสนคน ดังนั้น ในภาพรวมแล้วจึงทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 โดยปรับเพิ่มคาดการณ์ขึ้นจากหดตัว -0.5% มาอยู่ที่ 0.2% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากน้ำท่วมและภาระการครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก ตลอดจนความเสี่ยงที่การแพร่เชื้อในประเทศจะกลับมาหลังเปิดประเทศยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2564 เป็นไปอย่างจำกัด

สำหรับภาพเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ของปีนี้น่าจะขยายตัวดีกว่าคาดที่ 3.6% แต่มีประเด็นฉุดรั้งในเรื่องของภัยน้ำท่วม เงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาระต่อค่าครองชีพ รวมถึงความไม่แน่นอนการระบาดอีกครั้งหลังจากการเปิดประเทศ

ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจปี 2565 มองการฟื้นตัวยังคงจำกัดที่ 3.7% เนื่องจากปัจจัยโควิด-19 ยังคงไม่หายไป แต่การฉีดวัคซีนครบ 2 โดสน่าจะครอบคุลม 70% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ความจำเป็นการล็อกดาวน์น้อยลง แต่ขึ้นกับตัวแปรของสายพันธุ์ด้วย ขณะที่ปัจจัยการส่งออกแม้จะย่อตัวแต่เป็นเรื่องฐานที่สูง ส่วนการบริโภคเอกชนขยายตัว 3.6% จากปี 64 หดตัว -0.1% เนื่องจากประชาชนอั้นไว้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนภาพการท่องเที่ยวยังคงมองระมัดระวัง โดยต้องติดตามการเปิดประเทศและมีการทบทวนทุก 3 เดือน โดยประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2 ล้านคนในปีหน้า

ด้านปัจจัยเสี่ยงจะอยู่ที่ราคาพลังงานสูงและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation โดยมองเงินเฟ้อในปี 2565 ที่ 1.6% บนเงื่อนไขที่ราคาน้ำมันโลกไม่ได้ยืนอยู่ในระดับสูงมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นระยะเวลายาวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงยังไม่ได้สร้างแรงกดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เท่ากับธนาคารกลางอื่น อย่างไรก็ดี กรณีเลวร้ายหากมีวิกฤตพลังงานในจีน และความต้องการมากกว่ากำลังการผลิต คาดราคาน้ำมันดิบดูไบในไตรมาสที่ 1 ในปี 2565 จะพีกอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เพิ่มเติมประเด็นผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมองว่าผลกระทบส่วนใหญ่น่าจะอยู่ภายในปี 2564 โดยสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.64 คาดว่าจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งภาคเกษตร ซึ่งน่าจะกระทบทั้งหมดประมาณ 6-7 ล้านไร่ รวมถึงนอกภาคเกษตร ที่สำคัญคือ ภาคบริการและแรงงานรับจ้างรายวันที่ได้รับผลกระทบจากการที่ธุรกิจหยุดชะงักลงบางพื้นที่ในกว่า 30 จังหวัด โดยรวมแล้วคาดว่ากระทบเศรษฐกิจไทยประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.16% ของจีดีพี แต่น้อยกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2551,2553 และ 2560 ที่ผ่านมา และได้รวมผลกระทบข้างต้นในประมาณการ GDP ปี 2564 แล้ว

สำหรับผลกระทบต่อราคาน้ำมันสูงต่อธุรกิจในปี 2564 มองว่าในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลในระยะที่เหลือของปี 2564 อยู่ในช่วง 25.0-29.2 บาท/ลิตร จะมีผลให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นราว 0.55-0.73% และต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นราว 0.33-0.44% หรือรวมกันธุรกิจจะมีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1% แต่ท่ามกลางภาวะที่ราคาน้ำมันชนิดอื่นๆปรับขึ้นแรงกว่าน้ำมันดีเซลที่ยังมีกลไกการดูแลราคาจากภาครัฐ รวมถึงการที่ต้นทุนอื่นๆแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาวะที่ยอดขายยังไม่กลับมา ก็ย่อมจะเพิ่มโจทย์การฟื้นตัวให้กับภาคธุรกิจ ขณะที่ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันต่อในปีหน้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรฯ มองราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาส 4/64 จะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง จากปัจจัยปริมาณการผลิตน้ำมันและความต้องการใช้น้ำมันยังไม่ปรับเข้าสู่จุดสมดุล หลังจากปัจจัยโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมีผลกระทบไม่พร้อมกัน แต่มองว่าในด้านของปริมาณและความต้องการจะสามารถปรับเข้าสู่จุดสมดุลได้ในช่วงปี 2565 และทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมา ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรฯ มองว่าราคาน้ำมันดิบในปี 2565 จะอยู่ที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

แต่หากประเด็นในเรื่องวิกฤตพลังงานในประเทศจีนยังยืดเยื้อและเริ่มมีวิกฤติมากขึ้น จะเป็นปัจจัยทำให้ราคาน้ำมันดิบในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2565 มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลได้ ซึ่งหากสถานการณ์เป็นแบบนี้จะไม่เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากต้นทุนพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: