Columnist

ยกเลิกหวยชุดไม่แก้ปัญหาอะไร “ใบเดียวก็แพงได้”

              มาตรการที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือกองสลาก สั่งยกเลิกหวยชุดโดยให้เหตุผลว่าเพื่อแก้ปัญหาผู้ค้าสลากเกินราคา 80 บาทนั้น เราต่างรู้ดีว่าเมื่อถูกนำมาแบ่งขาย ชุดละ 2-3 ใบ สุดท้ายก็ยังต้องซื้อที่ใบละ 100 บาทเหมือนเดิม ด้วยเหตุผลที่เหมือนกันทั้งประเทศคือ “เลขสวยหายาก”

              แม้ว่าตอนที่สลากออกมานั้นจะถูกคละเลขแยกส่งไปตามที่ต่างๆ แต่บรรดายี่ปั๊วรายใหญ่ก็จะติดต่อซื้อจากองค์กรมูลนิธิที่ได้รับโควตาไปแล้วมาจัดรวมให้เป็นหวยชุด ก่อนจะส่งต่อไปขายอีกที ซึ่งองค์กรและมูลนิธิที่ได้รับการจัดสรรสลากไป คิดเป็นสัดส่วน 40% ของประมาณสลากทั้งหมด ที่เหลืออีก 60% เป็นโควตาของรายย่อย

              ตลกร้ายก็คือ เมื่อปี 2559 ประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล คือ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (ยศขณะนั้น) ยังไม่เป็นผู้บัญชาการทหารบก ออกมาประกาศว่าจะมุ่งตรวจสอบองค์กรการกุศลที่ได้รับโควตาไป เพราะสลากที่ขายเกินราคามาจากการสลากในกลุ่มนี้

พูดง่ายๆคือ กองสลากก็รู้ดีว่ามูลนิธิและองค์กรที่ได้รับสลากไปมีที่ไหนบ้าง แต่ ปีผ่านไปหวยชุดก็ยังอยู่คู่แผงทั่วไทยมาโดยตลอด

สาเหตุที่ทำให้หวยชุดมีราคาแพง เนื่องจากหากซื้อหวยชุดเลขเรียงกัน 10 ใบ หากผลสลากออกในกลุ่มตัวเลขชุดนั้น ก็จะถูกรางวัล 3-7  ใบทันที ทำให้หวยชุดตั้งแต่ ใบขึ้นไปราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 120-200 บาท

เพราะฉะนั้นนักเสี่ยงดวงมืออาชีพที่ซื้อทีละมากๆ สามารถลงทุนกับหวยงวดละหลายพันบาทจึงไม่ใช่คนหาเช้ากินค่ำแน่นอนครับ

 

 

              นอกจากยกเลิกหวยชุดแล้ว กองสลากก็เคยมีแนวทางออกมาจัดการปัญหาการขายสลากเกินราคา ดัวยการจะปรับสลากซื้อและสลากจองให้มีความสมดุล โดยจะปรับลดจำนวนสลากจอง แล้วมาเพิ่มจำนวนสลากซื้อมากขึ้น ข้อมูลที่ปี พล.ท.อภิรัชต์ ประธานคณะกรรมการกองสลาก เปิดเผยเมื่อปี 2559 จำนวนสลากซื้อมีประมาณ 1.1 แสนเล่ม ส่วนสลากจอง 2.2 แสนเล่ม

              หลังจากที่กองสลากออกมาบอกว่าจะจริงจังกับการแก้ไขปัญหานี้ ก็ปรากฏว่าเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 345650 จำนวน 15 ใบ รวมเป็นเงิน 90 ล้านบาท

              ความจริงก็คือความจริง

              ข่าวนี้ทำให้ผู้บริหารกองสลาก ออกมาบอกว่าเจ้าของร้านทองนำสลากไปขึ้นเงินได้ และระหว่างนั้นก็จะขอสอบถามรายละเอียดว่าว่าซื้อหวยมาจากที่ไหน เพื่อตัดสิทธิ์ยกเลิกสัญญาและยกเลิกการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิในการซื้อจองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาลตลอดชีวิตทันที มีผู้ถูกยกเลิกโควตาไปแล้วหลายพันราย

              ทั้งนี้ กองสลากได้พิมพ์สลากขายแบบคละเลขยกชุด เริ่มงวดประจำวันที่ 1 มี.ค. 2562 ปรับสูตรพิมพ์สลากและจำหน่ายให้ผู้ค้าในระบบจอง-ซื้อ จำนวน 57 ล้านใบใหม่ จากเดิมที่จำหน่ายสลากให้ผู้ค้า แบบเลขเหมือนกันคนละ 5 เล่ม ปรับเป็นแบบคละเลขในระบบ 2-2-1 เพื่อแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากรวมชุด แบบ 10 ใบ15 ใบ หรือ 20 ใบ

      ล่าสุดที่ประชุมคณะกกรรมการสลากฯ มีมติเห็นชอบให้ปรับระบบการพิมพ์และจัดสรรสลากฯ ให้กับผู้ขายในระบบโควตา และในระบบซื้อ-จอง เป็นระบบเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศ 100 ล้านฉบับ ตั้งแต่งวดวันที่ 16 ธ.ค. 2563 เพื่อแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล (ล็อตเตอรี่) เกินราคา โดยโฆษกกองสลาก กล่าวว่า โอกาสในการรวมชุดมากกว่า 2 ใบทำได้น้อยมาก ในขณะที่หวยรวมชุด 5 ใบ 10 ใบ และ 30 ใบ จะสูญพันธุ์ไปจากระบบ ตั้งแต่งวดวันที่ 16 ธ.ค. นี้ และจะดึงราคาสลากฯ ที่ขายเกิน 80 บาทต่อใบลงมาได้

              ในขณะที่ ผอ.กองสลาก บอกว่า เมื่อสลากรวมเลขชุดหายากขึ้น และราคาสลากแบบรวมชุดหลายใบ เช่น ใบ 10 ใบ จะมีราคาพุ่งสูงขึ้นมาก ตามต้นทุนของผู้ค้า

ครับ…ความจริงก็คือความจริง (ฮา) 

ยกเลิกหวยชุดโดยบอกว่าเป็นการแก้ปัญหาจำหน่ายสลากเกินราคา แต่ผลที่ออกมากลับทำให้หวยชุดมีราคาแพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม คนที่จะซื้อหวยชุดทีละ 2,000 บาท งวดหนึ่งอาจซี้อหนักถึงหลักหมื่น ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้สูงพอสมควร เพราะฉะนั้นหากถูกรางวัลด้วยก็เหมือนนำเงินไปให้คนที่รวยอยู่แล้ว

แต่ถ้ามีผู้ถูกหวยรางวัลที่ 1 กระจายไปในทุกภูมิภาค จังหวัดต่างๆ สื่อนำไปออกข่าว นอกจากจะโฆษณาให้กองสลากไปในตัวแล้วก็ยังเป็นการตลาดทางอ้อมที่กระตุ้นให้ประชาชนซื้อล็อตเตอรี่เพิ่มขึ้น

การยกเลิกหวยชุดอาจเป็นเพียงนโยบายเอาใจรากหญ้าว่าทุกคนสามารถรวยได้ โดยยึดโอกาสถูกรางวัลระดับ 30 ล้านขึ้นไปจากคนรวยไปแบ่งให้คนอื่นบ้างเท่านั้นเอง

ซึ่งจะว่ากันตามจริงแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกหวยชุดมากที่สุดคือยี่ปั๊ว กับผู้ค้ารายย่อยที่เคยเอากำไรจากหวยชุดมา “กลบทุนที่ขาด” จากสลากที่ต้องขาย 80 บาท

 

ปัญหาราคาจำหน่ายสลากเกินราคา ยกตัวอย่างแม่ค้าไปรับสลากมาในราคา 74 บาท จำนวน 500 ใบ จ่ายเงินไป 37,000 บาท ถ้าขายราคา 80 บาท หมดทั้งแผงได้เงิน 40,000 บาท กำไร 3,000 บาทต่องวด ไม่รวมค่าเดินทาง น้ำมันรถ อาหารน้ำดื่มระหว่างตระเวนขายซึ่งแทบจะไม่คุ้มเลย ถ้าขายไม่หมดแผงและบนแผงที่เหลือไม่ถูกรางวัล สลากทุกใบที่ตกค้างคือขาดทุน

กองสลากมองปัญหาหวยชุดและจำหน่ายเกินราคาเหมือนไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน ใครเป็นคนกำหนดราคาสลากตั้งต้นว่าใบละกี่บาท แล้วพิมพ์ต่องวด 100 ล้านฉบับ โดยใช้ระบบให้โควตาผู้ค้ารายย่อยแล้วต้องจองล่วงหน้าซึ่งการันตีว่าขายได้หมดทุกใบ โดยไม่สนใจว่าเลขไหนสวย

ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคามีมาหลายปี กองสลากใช้วิธีกดดันผู้ค้ารายย่อย โยนภาระให้เป็นเรื่องธุรกิจขายไม่หมดก็ขาดทุน ขายเกินราคาก็ตัดโควตาตลอดชีวิต กองสลากควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า การทำธุรกิจกับประชาชนใช้วิธีนายทุนข่มเหงคนเล็กคนน้อยแบบนี้ เรียกว่ามีธรรมาภิบาลหรือใม่

ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของกองสลาก นอกจากจะไม่เป็นผลสำเร็จแล้ว ยังเป็นการสร้างปัญหาให้คนอื่นใช่หรือไม่

ผอ.กองสลาก กล่าวถึง การยกเลิกหวยชุดในบางตอนว่า

             “กระจายเงินรางวัลเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายโชคทั่วไทย โดยเฉพาะการถูกสลากรวมชุดหลายๆ ใบ รับรางวัลสูงๆ สำนักงานสลากฯ ก็ไม่ต้องการเห็น เพราะไม่ได้อยากให้ซื้อเยอะขนาดนั้น”

              ครับ…ไม่อยากให้ซื้อเยอะ

            ความจริงก็คือความจริง….

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: