Real Estate

มิติใหม่อสังหาไทย! ‘แสนสิริ collab ขายหัวเราะ’ ผุดแคมเปญบ้านนี้ ฮะ ฮะ ฮ่า

หลังจากประสบความสำเร็จ จากแคมเปญ แสนสิริ xบาร์บีคิวพลาซ่ามาแล้ว ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมากมาย เนื่องจากไม่เพียงการสร้างไวรัล และการออกโปรโมชันสำหรับลูกบ้านของแสนสิริเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ที่ทั้งแสนสิริและบาร์บีคิวพลาซ่าสมประโยชน์(วิน-วิน)กันทั้งคู่

ล่าสุด แสนสิริเดินเครื่องต่อคราวนี้ฉีกแนวการทำแคมเปญการตลาดอีกครั้งด้วยการใช้คาแรคเตอร์ การ์ตูนคลาสสิคอย่าง ขายหัวเราะ ที่ใครๆ  ก็รู้จักมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์แสนสิริ

โดยเปิดทีเซอร์ ผ่านTwitter ‘เศรษฐา ทวีสิน’  ซีอีโอแสนสิริ  ก่อนจะเปิดตัวแคมเปญ ‘บ้านนี้ ฮะ ฮะ ฮ่า’ เพื่อให้คนไทยมีบ้ายได้ง่ายขึ้น ในวันอังคารที่ 3 พ.ค.นี้ อย่างเป็นทางการ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การตลาดของแสนสิริในครั้งนี้ ถือเป็น ‘กิมมิก’ทางการการตลาดที่มาถูกที่ ถูกเวลา ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนตับแล่บเช่นนี้  การนำ ‘ขายหัวเราะ’ แบรนด์ที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานมา collab กับแสนสิริ ถือเป็นการสร้างสีสัน เรียกรอยยิ้มได้เป็นอย่างดี

 

อย่างไรก็ตาม  ปัจจุบันหลายแบรนด์เลือกใช้ตัวการ์ตูนมาสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า เนื่องจาก ตัวการ์ตูนมีความน่ารักและให้ความรู้สึกที่เป็นมิตร  ช่วยลดความเคร่งเครียดและความเป็นทางการของเนื้อหา  ตัวการ์ตูนไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุการใช้งาน  ลดความเสี่ยงการใช้บุคคลซ้ำกับแบรนด์อื่นที่ทำให้ลูกค้าสับสน ตัวการ์ตูนสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย  นำไปใช้สื่อสารได้หลายช่องทางมากกว่าบุคคลจริง

และที่สำคัญตัวการ์ตูนทำให้ตราสินค้าจับต้องได้ มีเอกลักษณ์ มีบุคลิกภาพเฉพาะของตราสินค้า เพื่อสื่อสารหรือถ่ายทอดเรื่องราวของตราสินค้าได้ตรงตามความต้องการ

 

อนึ่ง  ขายหัวเราะ เป็นชื่อของนิตยสารการ์ตูนไทยรายสัปดาห์ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ภายใต้การบริหารงานของ วิธิต อุตสาหจิต และเป็นหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเล่มหนึ่งในประเทศไทย ควบคู่ไปกับนิตยสารมหาสนุก ซึ่งจัดพิมพ์โดยบรรลือสาส์นเช่นกัน เริ่มตีพิมพ์ฉบับแรกเมื่อ พ.ศ. 2516 ในเวลาต่อมา ทางบันลือกรุ๊ป ได้ใช้งบ 10 ล้านบาทสำหรับการจัดทำขายหัวเราะในรูปแบบอีแม็กกาซีน โดยเวอร์ชันทดลองแรกเริ่ม มียอดดาวน์โหลดกว่า 2 หมื่นครั้ง ภายในช่วงระยะเวลา 4 วัน

นอกจากนี้ ขายหัวเราะยังจัดเป็นนิตยสารการ์ตูนไทยที่สามารถทำยอดขายได้กว่าล้านเล่มของแต่ละเดือน ตลอดช่วงระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา

ส่วนขนาดรูปเล่มของขายหัวเราะ ในสมัยเริ่มแรกมีรูปเล่มขนาดใหญ่เท่ากระดาษ A4 [2] ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 จึงได้เริ่มปรับขนาดหนังสือให้เล็กลง โดยใช้ชื่อหนังสือเล่มเล็กว่า “ขายหัวเราะฉบับกระเป๋า” มีขนาดเท่ากระดาษ B5 ซึ่งเป็นขนาดของหนังสือขายหัวเราะในปัจจุบัน ส่วนขายหัวเราะฉบับเดิมก็ยังคงพิมพ์ต่อไป จนกระทั่งมีการยกเลิกในเวลาต่อมา เหลือเพียงขายหัวเราะฉบับกระเป๋าเท่านั้น

 

ราคาขายของขายหัวเราะในสมัยเล่มใหญ่นั้นอยู่ที่ 5 บาท (ต่อมาได้เพิ่มเป็น 6 และ 7 บาท) ต่อมาเมื่อมีการปรับขนาดลงมาเป็นฉบับกระเป๋า จึงมีการปรับราคาหนังสือใหม่เป็น 10 บาท ภายหลังจึงขึ้นราคาเป็น 12 บาท และ 15 บาท (ราคาปัจจุบัน ปรับขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549) ตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

กำหนดการออกนิตยสารนั้นเดิมกำหนดออกเป็นรายปักษ์ (ราย 15 วัน) ภายหลังจึงปรับให้ออกเป็นรายสิบวันและรายสัปดาห์พร้อมกับมหาสนุก โดยขายหัวเราะมีกำหนดออกในวันอังคาร ส่วนมหาสนุกออกจำหน่ายในวันศุกร์ ต่อมาจึงปรับกำหนดออกอีกครั้งให้เป็นวันพุธทั้งสองฉบับในเดือนเมษายน พ.ศ. 2541

ปัจจุบัน (พ.ศ. 2559) ได้มีการเปลี่ยนกำหนดออกเป็นรายปักษ์ และปรับราคาเป็นเล่มละ 20 บาท

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: