Biznews

มาถูกทางแล้ว! “อาร์เอส” ลุยธุรกิจพาณิชย์/ค้าปลีกเต็มสูบตั้งเป้ารายได้หมื่นล้านใน 3 ปี

เป็นอีกหนึ่ง Case Study ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจและเปลี่ยน Core Business จากกลุ่ม Entertianment มาเป็นหมวด Commercial ​อย่างบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS ของเฮียฮ้อ ณ ลาดพร้าว ที่มีผลประกอบการและกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด อาร์เอส ประกาศวิสัยทัศน์ หลังผงาดย้ายหมวดเป็น ธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีกสำเร็จ  มีผลตั้งแต่วันที่  29 มีนาคมนี้เป็นต้นไป   มั่นใจบิสิเนส โมเดลใหม่ดันกำไรพุ่งโดดเด่นทุบสถิติ สร้างการเติบโตแบบยั่งยืนในทุกมิติ 

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีกในประเทศไทย มูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านบาทมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (MPC)ของบริษัท ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ ที่เข้ามาตอบโจทย์กับพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในยุค 4.0

โดยในวันที่ 29 มีนาคมนี้ อาร์เอสฯจะเข้าสู่ ธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีก” อย่างสมบูรณ์แบบ   จากแผนธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างชัดเจนทั้งแนวราบและแนวตั้ง บริษัทฯจึงปรับรายได้ประมาณการรวมเท่ากับ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่ารายได้ธุรกิจ MPC จะมีมูลค่า  3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีที่ 2561 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1.รายได้ของธุรกิจ MPC ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่จากการ ขยายช่องทางขายการขยายแพลตฟอร์มการจำหน่ายสินค้า ที่เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุดในขณะนี้เป็นแพลตฟอร์มทีวี ช่อง 8, call1781,ช่องไทยรัฐทีวี T Shopping 02-117-3232, ช่อง 2, ช่องสบายดีทีวี เลข 141, ช่องเพลินทีวี และวิทยุคูลฟาเรนไฮต์ ซึ่งจะเข้าถึงผู้ชมมากกว่า 20 ล้านคน ตามด้วยแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์www.shop1781.com, LINE@shop1781, LINE@COOLanything รวมถึงผ่าน LifestarBIZ หรือตัวแทนขายตรง และห้างค้าปลีก Modern Trade และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ  

 

การเพิ่มความหลากหลายให้สินค้าและบริการเป็นกลยุทธ์สำคัญจึงดินหน้าพัฒนาออกสินค้า (Product) และบริการกว่า 200 (SKU) จากการจับมือกับแล็บชั้นนำระดับโลกผลิตสินค้าที่เป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารวมไปถึงการจับมือกับคู่ค้าเพิ่มสุดยอดสินค้าคุณภาพแบรนด์ชั้นนำอย่าสม่ำเสมอ ปัจจุบันแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) 80% ได้แก่ กลุ่มสกินแคร์ภายใต้แบรนด์มาจีค (Magique), กลุ่มแฮร์แคร์ภายใต้แบรนด์รีไวฟ์ (Revive) และกลุ่มอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ (S.O.M) ตามด้วยกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและไลฟ์สไตล์ (Home&Lifestyle) 15% และกลุ่มเครื่องประดับและความเชื่อ (Accessories) และอื่นๆ 5%

โดยจะเพิ่มจำนวน Telesales ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญรองรับการซื้อซ้ำของผู้บริโภครวมทั้งให้บริการคำปรึกษาแนะนำธุรกิจตลอด24ชั่วโมงโดยในปีนี้ มุ่งสร้างและขยายทีม ไลฟ์สตาร์ บิส “LIFESTAR  BIZ” หรือตัวแทนขายตรงขั้นเทพจากทั่วประเทศเพิ่ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รายได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้” นอกจากนี้ได้ต่อยอดความสำเร็จจากการบริหารฐานข้อมูล BigData ขนาดใหญ่จาก 1.2 ล้านเพิ่มเป็น 1.8 ล้านรายให้มีประสิทธิภาพนำมาวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อพัฒนาและนำเสนอสินค้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และสร้างให้เกิดการซื้อซ้ำต่อไปในอนาคต    2.เม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้น 7% 3.ผลประกอบการช่อง 8 ผลิกมากำไรและ 4.gross profit marginขยายตัวเพิ่มเป็น 49.0% จาก 42.4%

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้สัดส่วนรายได้ของธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (MPC) สูงขึ้นมาก หลังอาร์เอสแสดงข้อมูลให้เห็นว่าประสบความสำเร็จกับ สินค้าสุขภาพและความงามสินค้าเครื่องประดับและความเชื่อ ในปีที่ผ่านมาและจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ ประกอบกับมีธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือน มาต่อยอดอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งการย้ายหมวดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้ลงทุนในหุ้นพาณิชย์ที่มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและสม่ำเสมอ

จากการประเมินรายได้จากการร่วมธุรกิจกับไทยรัฐทีวี   ปี 2562 อยู่ที่ 350 ล้านบาท และปี 2563 อยู่ที่ 455 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจทางแนวตั้ง RS มีแผนที่จะเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ผลิตOriginal Equipment Manufacturer (OEM) การรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ตามแบบที่ลูกค้ากำหนด และ Original Brand Manufacturer (OBM) การผลิตแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะได้เห็นชัดเจนภายในไตรมาสนี้

ด้วยประสบการณ์วันนี้เราพร้อมก้าวขึ้นเป็นเจ้าของโรงงานผลิตสินค้าเพื่อสร้างสรรค์แบรนด์คุณภาพในกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง เชื่อว่าอาร์เอสจะสร้างอาณาจักรใหม่ที่ยิ่งใหญ่และมั่นคง เป็นผู้นำในธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีกของประเทศไทย ทลายทุกข้อจำกัดที่ผู้เล่นรายอื่นยังไม่ได้ทำ มุ่งสู่ความสำเร็จสูงสุด โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปีเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

 

หมายเหตุ : ทั้งนี้ ในปี 2561 ที่ผ่านมา อาร์เอสฯได้ปรับประมาณการณ์รายได้ธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง Multi-platform Commerce (MPC) ยอด 2,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากปี 2560 ขณะที่รายได้รวมบริษัทฯอยู่ที่ 3,827ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปี 2560 สำหรับแผนในปี 2562 บริษัทประมาณการรายได้รวมเท่ากับ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่ารายได้ MPC จะมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีที่ 2561

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: