Columnist

มงไม่ลง ยังคงรักเธอ

มงไม่ลงยังคงรักเธอ

การเมืองระดับโลกบนเวทีขาอ่อน

โดย…ธนก บังผล

จบลงไปแล้วสำหรับเวทีขาอ่อนอันดับ 1 ของโลก “Miss Universe” หรือที่คนไทยเรียกกันว่าการประกวดนางงามจักรวาล ซึ่งปีนี้คนไทยตามเชียร์ “มารีญา พูลเลิศลาภ” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เข้าประชันความงาม ซึ่งเธอก็สามารถทะลุเข้าได้ถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ให้เราได้ลุ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา

ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องเท้าความกันหน่อยครับ เนื่องจากปีนี้มีการคัดเลือกแตกต่างจากที่ผ่านมานิดหน่อย นั่นคือปีนี้เป็นปีแรกที่จะมีผู้เข้ารอบ 16 คน จาก 92 ประเทศทั่วโลกโดยจะแบ่งการเข้ารอบเป็นภูมิภาค ดังนี้ ทวีปเมริกา 33 คน ,ทวีปยุโรป 27 คน ,ทวีปแอฟริกาและเอเชียแปซิฟิก 32 คน และอีก 4 คนมาจาก “Wild Cards” ซึ่งจะเป็นสาวงามประเทศไหนก็ได้ใน 3 ภูมิภาคนี้ โดยเป็นการเลือกสาวงามโดยที่ไม่อิงตามกลุ่ม ทั้งนี้ การประกาศผลรอบ “Wild Cards” 4 คน ประเทศที่เข้ารอบคือ ฟิลิปปินส์, เวเนซูเอล่า , จาไมก้า และจีน

จาก 92 ประเทศ คัดเหลือ 16 คน โดยในรอบนี้ ผู้ที่เข้ารอบเป็นสาวงามจาก 1. ไทย ,2. ศรีลังกา ,3.กาน่า ,4. แอฟริกาใต้ ,5.สเปน ,6.ไอร์แลนด์ ,7.โครเอเชีย ,8.สหราชอาณาจักร ,9. โคลอมเบีย ,10.สหรัฐอเมริกา ,11.บราซิล ,12. แคนาดา ,13.ฟิลิปปินส์ ,14.เวเนซูเอล่า,15. จาไมก้า และ16.จีน

ต้องบอกก่อนว่า “มารีญา” นั้นเป็นตัวเก็งมาตั้งแต่เริ่มนะครับ แม้กระทั่งรอบ Preliminary Competition & National Costume มารีญา ก็ทำได้ดีมากๆ คะแนน ขึ้นแท่นอันดับ 1 อีกทั้งโพลทั้งหลายยังยกให้เป็นตัวเต็งที่จะเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย

จากรอบ 16 ก็คัดเหลือ 10 คน “มารีญา” ได้รับการประกาศชื่อให้เข้ารอบเป็นคนแรก มาถึงตรงนี้ยิ่งทำให้คนไทยส่งแรงใจและคาดหวังเอาไว้มากๆว่า มงกุฎนางงามจักรวาลปีนี้ไม่น่าไกลเกินเอื้อม

หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนเป็นชุดราตรี คัดจาก 10 คน ให้เหลือ 5 คน ก็ปรากฏว่า “มารีญา” ได้รับการประกาศชื่อเป็นคนที่ 3 ทำให้เวลายืนเรียงแล้วตำแหน่ง เธออยู่ตรงกลาง เป็นสง่า นี่ยังไม่นับว่าเธอสูงที่สุดในจำนวนนางงามที่เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย โดยมีนางงามจาก แอฟริกาใต้, เวเนซูเอล่า, โคลอมเบีย และจาไมก้า ผ่านเข้ามาประชันความงามในรอบนี้ อีกทั้งยังเป็น “Wild Cards” ถึง 2 คน

มีคนสังเกตว่ามาถึงตรงนี้ ชุดที่เธอใส่เริ่มสร้างปัญหาเล็กน้อย เหมือนว่าจะทำให้เธอไม่มั่นใจเมื่อพิธีกรบอกว่าคุณสมบัติหนึ่งของชุดราตรีคือต้องไม่โป๊ แต่ชุดราตรีที่มารีญาใส่ แหวกหน้าอกเต็มที่

มาถึงตรงนี้นอกจากคำถามเกี่ยวกับ Social Movement แล้ว มารีญาดูขาดความมั่นใจลงไปเยอะมาก ไม่เปล่งออร่า และเมื่อพิธีกรบนเวทีประกาศ 3 คนสุดท้ายที่เข้ารอบ คือ Davina Bennet จากจาไมก้า ,Laura Gonzalez จากโคลอมเบีย และ Demi-Leigh Nel-Peters จากแอฟริกาใต้

เอาละครับมาเข้าเรื่องกันเลย พอมารีญา ไม่มีรายชื่อเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย อีกทั้งรายชื่อของนางงามจาก 3 ประเทศ ทำให้ผมคิดขึ้นมาทันทีว่านี่คือการเมืองระดับนานาชาติบนเวทีนางงามจักรวาล และสามารถคาดเดาได้เลยว่าใครจะรับมงกุฎตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกปีนี้ไปครอง

วิเคราะห์ง่ายๆอย่างนี้ครับ นางงามจากจาไมก้านั้นเป็นผิวสี และเข้ารอบมาด้วยการเป็น 1 ใน 4 ของ Wild Cards หรือตัวเต็งนั่นเอง ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวเธอไม่ได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลแน่นอน และอันดับ 3 เป็นรางวัลที่เหมาะสมที่สุด

ต่อมานางงามจากโคลอมเบีย ซึ่งมีความสวยสูสีกันกับ แอฟริกาใต้ เธอมีข้อเสียอย่างเดียวคือ การตอบคำถามที่ผ่านล่าม อาจเป็นเพราะว่าเธอพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง และด้วยคุณสมบัตินี้ เธอคู่ควรกับตำแหน่งรองนางงามจักรวาลเป็นอย่างมาก

สุดท้ายคือ นางงามจากประเทศแอฟริกาใต้ ทีแม้จะสูงเพียง 170 เซนติเมตร แต่ด้วยความฉลาดในการใช้ภาษาอังกฤษและความสวย ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าจะได้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 66

ประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง อย่าลืมว่าการจัดเวทีประกวดนางงามจักรวาล ส่วนใหญ่จะจัดในประเทศสหรัฐอเมริกา และปีนี้ก็จัดที่ Planet Hollywood Resort & Casino ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลต้องปฏิบัติหน้าที่ในประเทศนั้นๆ และในประเทศอื่นหากมีภารกิจเสริม

ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าการเมืองระดับโลก ได้เข้ามามีบทบาทกับเวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นอย่างยิ่ง หากจำกันได้ตอนที่นางงามจากฟิลิปปินส์คว้ามงกุฎนี้ไปครอง เกาหลีเหนือกับสหรัฐกำลังเขม่นกันอยู่ การปฏิบัติภารกิจของนางงามจักรวาลที่ในอีกมุมหนึ่งเหมือน “เชลย” ย่อมส่งผลต่อนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างปะเทศอเมริกาและฟิลิปปินส์ในทางอ้อม

เมื่อสถานการณ์ระหว่างสหรัฐ กับเกาหลีเหนือเริ่มตึงเครียดขึ้น สัญญาณที่ออกมาจาก โรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ล่าสุดประกาศจุดยืนชัดเจนด้วยการด่าผู้นำ คิม จองอึน ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย อันเป็นที่เข้าใจได้ว่า ความงามได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังการเมืองโลก

กลับมาดูที่ประเทศแอฟริกาใต้ ก็จะเห็นได้ว่า แนวโน้มของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนขั้วไปทางไหน เมื่อประเทศแอฟริกาใต้เป็น ประเทศส่งออกเพชรและ ทองคำ เป็นหลัก หากเปรียบกับโคลอมเบียที่มีชื่อเสียงหนักไปทางด้านยาเสพติดเสียมากกว่า ในขณะที่จาไมก้าเป็นเพียงเกาะเล็กๆที่เป็นดินแดนแห่งป่า เคยเป็นอาณานิคมของสเปนและอังกฤษมาก่อน

ผลประโยชน์จากนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับ แอฟริกาใต้ จึงหอมหวนมากกว่ายิ่งนัก

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: