BiznewsTravel

ภูเก็ตแฟนตาซี ทุ่ม 5,000 ล้านเปิด “คาร์นิวัลเมจิก”แม็คเน็ตใหม่ภูเก็ต หวังดึงต่างชาติ

เอ่ยถึงตระกูล ‘คิ้วคชา” หฃายคนน่าจะรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเจ้าของสถานที่ ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ซาฟารีเวิลด์ สถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์และการแสดงโชว์ เนื้อที่ 430 ไร่ เปิดดำเนิน 2531 ไฮไลท์คือการแสดงโชว์ปลาโลมา   ,ภูเก็ตแฟนตาซี ธีมปาร์ควัฒนธรรมไทยแห่งแรกของโลก เปิดดำเนินการ 2542 ที่ จังหวัดภูเก็ต ไฮไลท์ การแสดงชุด “มหัศจรรย์กมลา” ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสามผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทย และ เทคนิคพิเศษแสงสีเสียงทันสมัย ส่วนใหญ่ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ และล่าสุด คาร์นิวัลเมจิก ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทย หรือสวนสนุกรื่นเริงสไตล์ฟันแฟร์ หรืองานวัดของไทย ที่จะเปิดให้บริการต้นปี 2563 ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรก และที่เดียวในโลก ด้วยงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ ณ หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใกล้กับภูเก็ตแฟนตาซี ตั้งเป้าเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่แห่งใหม่ของเอเชีย 

ดร. ผิน คิ้วคชา​ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คาร์นิวัลเมจิก จำกัด และ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ภูเก็ตแฟนตาซี และบจก. คาร์นิวัลเมจิก ​เปิดเผยว่า  ปีนี้ภูเก็ตแฟนตาซี ครบรอบ 20 ปี เราขอฉลองการครบรอบด้วยการเปิดโครงการใหม่ที่พิเศษ ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใคร กับโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลก เป็นสวนสนุกที่มีคอนเซปต์การจัดงานรื่นเริงสไตล์งานฟันแฟร์หรืองานวัดของไทย ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ผสมสานความสนุกสนานแบบไทย ๆ ในมาตรฐานระดับโลกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจ และความปรารถนาที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ สิ่งที่โลก ไม่เคยเห็นมาก่อน สิ่งที่งดงามตระการตา มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เป้าหมายของเราคือ การสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบแลนด์มาร์คที่สามารถสร้างแรงดึงดูด ให้ผู้คนเข้ามาเยือนภูเก็ตให้มากขึ้น ช่วยสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค

 

สำหรับโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” เป็นธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลกประกอบไปด้วย 4 โซนหลัก ดังนี้

โซนที่ 1 คือ คาร์นิวัลฟันแฟร์ (Carnival Fun Fair) ตื่นตาตื่นใจกับถนนช้อปปิ้ง ที่จะพบกับสินค้าคุณภาพนานาชนิดจากทั่วภูมิภาคทั่วไทย ในร้านค้ามากมายที่ออกแบบตกแต่งอย่างงดงามตระการตา สีสันสดใสสไตล์คาร์นิวัล ในบรรยากาศแห่งความรื่นเริงสุขสันต์ของเทศกาลต่าง ๆ

นอกจากนั้น ยังมีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ๆ ได้สนุกสนานเพลิดเพลินระหว่างที่ คุณพ่อคุณแม่กำลังช้อปปิ้งอีกด้วย เช่น ถ้วยชาหมุน ชิงช้าสวรรค์ ขับรถแข่ง นั่งรถไฟ และม้าหมุนที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ

​โซนที่ 2 ภัตตาคารเบิร์ดออฟพาราไดซ์ (Bird of Paradise) เป็นภัตตาคารบุฟเฟต์ที่สามารถรองรับ ผู้มาเยือน ได้มากถึง 3,000 ที่นั่ง ในบรรยากาศการรับประทานอาหารเสมือนอยู่ในสวนแห่งสวรรค์ รายล้อมด้วยรูปปั้นนกยูงที่ยิ่งใหญ่ ภายในติดตั้งระบบปรับอากาศพร้อมด้วยห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถใช้จัดเลี้ยงส่วนตัวเฉพาะกลุ่มได้ทุกขนาด บริการเมนูอาหารเลิศรสกว่า 100 เมนู ซึ่งเป็นเมนูแบบตะวันตก และตะวันออก อาหารอินเดีย อาหารมังสวิรัติ และอาหารฮาลาล

นอกจากนี้ ยังมีภัตตาคารหรู 3 ชั้นอีกแห่ง ในชื่อว่า “River of Bliss Luxury Restaurant” ที่ได้ รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลลอยกระทง ภายในให้บริการอาหารแบบเซ็ตเมนูที่ลูกค้าเลือกเองได้ ในบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยกระทงที่สวยงาม

และอีกหนึ่งไฮไลต์ของภัตตาคารแห่งนี้ คือ ลูกค้าที่จะมารับประทานอาหาร ที่ภัตตาคารแห่งนี้จะต้องมาตรงกลางของ “น้ำตกแห่งความสุข” (Happiness Falls) ที่บริเวณทางเข้าเพื่อ ขึ้น “เรือแห่งความสุขสำราญ” (Barge of Happiness) ซึ่งเรือจะลอยขึ้นเหนือจากพื้นประมาณ 7 เมตร เพื่อเข้าสู่บริเวณภายในภัตตาคาร

 

โซนที่ 3 คือ โรงละครริเวอร์ พาเลซ (River Palace) เป็นโรงละครขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่กว่า 16,000 ตรม. หรือ ประมาณ 10 ไร่ นับเป็นโรงละครที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น 1 ในโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตัวอาคาร มีความยาวถึง 200 เมตร รองรับผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง

และภายในมีเวทีการแสดงที่กว้างถึง 70 เมตร สูง 22 เมตร พร้อมการแสดงบนเวทีในรูปแบบพาเหรดอินดอร์ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก ในชื่อ “ริเวอร์คาร์นิวัล” (River Carnival) เป็นการแสดงพาเหรดที่ผสมผสานศิลปะไทยกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน มีความยาวประมาณ 60 นาที

ไฮไลต์อยู่ที่ ขบวนรถพาเหรดที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 70 เมตร หรือเทียบเท่ากับเครื่องบินจัมโบ้ A380 และพบกับความยิ่งใหญ่ทำลายสถิติโลก ของฉากเรือในขบวนแห่ และขบวนพาเหรดลอยฟ้าขนาดมหึมาที่ไม่มีใครสร้างมาก่อน​ พร้อมทั้งจอแอลอีดี ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา สำหรับการจัดการแสดงพาเหรดในโรงละครแห่งแรกของโลก เครื่องยนต์กลไกพิเศษ ระบบแสงและเทคโนโลยีสำหรับเอฟเฟกต์พิเศษที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน

โซนที่ 4 คือ คิงดอมออฟไลทส์ (Kingdom of Lights) เป็นเมืองที่มีไฟประดับประดาสวยงามมากกว่า 40 ล้านดวงที่จะทำให้ทุกท่านได้เดินเที่ยวชมและสัมผัสกับแสงไฟที่สวยงามเหนือจินตนาการ ตื่นตาตื่นใจ ตลอดเวลา ไฮไลต์ของโซนนี้ คือ “River of Lights” ที่มีการนำดวงไฟหลายล้านดวงมาประดับบนโครงเหล็กดัด ลวดลายสวยงาม (Luminarie) ที่มีความยาวรวมถึง 50 กิโลเมตร เป็นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ล้อมรอบทะเลสาบ โดยลูกค้าสามารถเดินผ่านสะพานเข้ามาในโซนนี้ เพื่อชมความอลังการของดวงไฟหลายสิบล้านดวงแบบพาโนรามารอบทิศทาง

 

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้ “คาร์นิวัลเมจิก” เป็นที่รู้จักและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คสำคัญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนั้น นายกิตติกร ระบุว่า เราเน้นการทำแผนสื่อสารการตลาดเชิงรุก แบบ 360 องศา มีทั้งการทำออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะเราเน้นการทำโปรโมตทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ชื่นชอบการมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยกว่า 40 ประเทศ มีการทำโร้ดโชว์ไปยัง สถานที่สำคัญทั่วทั้งภูเก็ต และ จังหวัดสำคัญ ๆ ทั่วประเทศ

รวมทั้ง เอเย่นต์ทัวร์ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ที่เป็นพันธมิตรกับเรามาอย่างยาวนานกว่าพันแห่ง และแน่นอนว่าเราหันมาสร้างการรู้จักแบรนด์ผ่านการใช้ สื่อออนไลน์และ TV ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปีหน้า โดยกลุ่มเป้าหมายของคาร์นิวัลเมจิกนั้น ได้วางสัดส่วนเป็นคนต่างชาติและคนไทยไว้ที่ 70:30 คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากถึง1-2 ล้านคนต่อปี และคาดว่ามีรายได้ 1,500 ล้านบาทต่อปี

“คาร์นิวัลเมจิก คือ ความฝันและจินตนาการของเรา ที่เราต้องการจะมอบให้เป็นของขวัญให้กับ ชาวภูเก็ตและชาวไทยทุกท่าน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคาร์นิวัลเมจิกจะเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาเที่ยวชม และสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทุก ๆ คน”

กิตติกร ยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวภูเก็ตในปีหน้าว่า ด้วยศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต ที่มีทั้งชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูเก็ต ทำให้ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวมาเยือนภูเก็ตตกปีละ 12 – 13 ล้านคน สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 70% เป็นชาวต่างชาติ ฉะนั้นความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งรัฐและภาคเอกชนจึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเติบโตรุดหน้าไปได้มากกว่านี้ ซึ่งเราในฐานะเป็นภาคเอกชนก็มีส่วนในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ด้วยการสร้างสรรค์พัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ดึงเอาเสน่ห์และความเป็นไทยมาสร้างเอกลักษณ์ ให้ดูแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจ และ บรรยากาศการลงทุนให้จังหวัดได้มากทีเดียว ทั้งนี้ โครงการคาร์นิวัลเมจิก จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ประมาณต้นปี 2563

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: