Biznews

‘ฟรีแลนซ์’ จัดการบัญชีอย่างไร? ให้ได้สินเชื่อ

ฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ อาจเป็นอาชีพที่คนรุ่นใหม่ฝันหาก่อนที่โควิด-19 จะมาเยือน ด้วยความเย้ายวนของความมีอิสระ เป็นนายตัวเอง ทำมากได้มาก แต่ก็มีคนอีกมากที่ไม่พร้อมจะเป็นฟรีแลนซ์เพราะไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับงานและรายรับที่ไม่แน่นอนได้ อย่างไรก็ดี สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบทำให้ตลาดแรงงานมีการปรับตัวทั้งในกลุ่มที่เคยทำงานและกลุ่มที่จบใหม่ ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 มีจำนวนผู้มีงานทำที่เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ สูงถึงเกือบ 12.8 ล้านคน เร่งตัวขึ้นจากเดิมก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ประกอบอาชีพอิสระประมาณ 11.5 ล้านคน

ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากวิกฤติโควิด-19 คงกดดันสภาพการจ้างงานของแทบจะทุกธุรกิจ ส่งผลให้จำนวนผู้มีงานทำที่เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแม้การเป็นฟรีแลนซ์จะมีข้อดีหลายประการ แต่ข้อจำกัดของฟรีแลนซ์ที่เสียเปรียบพนักงานประจำอย่างหนึ่งก็คือ “การขอสินเชื่อ” เนื่องจากอัตราการกู้ธนาคารผ่านได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับพนักงานประจำ จากจุดอ่อนในด้านความสม่ำเสมอของรายได้ที่ฟรีแลนซ์น่าจะด้อยกว่ามนุษย์เงินเดือน แต่อย่าเพิ่งถอดใจกับปัญหานี้ >> ยังมีตัวช่วยชดเชยข้อเสียเปรียบนี้ด้วยประวัติทางการเงินที่ดี ซึ่งทำให้มีหลายกรณีที่ฟรีแลนซ์มีโอกาสได้รับการพิจารณาสินเชื่อเช่นกัน

ธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้ให้กู้ยืมบางแห่ง มีการปรับเปลี่ยนวิธี/มุมมองที่ใช้ในการประเมินข้อมูลเครดิตตามสถานภาพของลูกค้า ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของบริบททางเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ยังช่วยขยายฐานลูกค้าและสะท้อนมุมการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้นของสถาบันการเงินไปพร้อมกันด้วย โดยจากเดิมที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่อจาก “รายได้” ของลูกค้าเป็นหลัก ก็ขยับมาดูเรื่อง “ความสามารถในการชำระคืน” ทั้งด้วยการพิจารณาแหล่งที่มารายได้อื่น ตลอดจนข้อมูลทางเลือกเชิงพฤติกรรม เพื่อประเมินถึงวินัยและศักยภาพในการชำระหนี้ >> ดังนั้น จึงนับเป็นโอกาสของผู้ที่เป็นฟรีแลนซ์ที่จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ดีขึ้น แต่ต้องบริหารจัดการบัญชีเพื่อเป็นหลักฐานให้เจ้าหนี้ประเมินถึงความมีวินัยและสถานภาพทางการเงินที่ดีของตนเองได้ ดังนี้

 นำรายได้จากผู้จ้างทุกรายเข้าบัญชีเดียวกันตลอด: ไม่ว่าจะเป็นกรณีรับโอนเงินค่าจ้าง และ/หรือกรณีที่รับเงินค่าจ้างเป็นเงินสดก็ให้นำเข้าบัญชีด้วย เพื่อให้ได้การเดินบัญชีที่สวยงามเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน เพราะถ้ารายได้เข้าหลายบัญชี ก็อาจทำให้การประเมิน/พิสูจน์รายได้มีความยาก (การนำเงินก้อนใส่เข้าบัญชีครั้งเดียว อาจถูกประเมินว่า เป็นเงินที่หยิบยืมมา ดังนั้นความสม่ำเสมอของการเดินบัญชีจึงมีความสำคัญมากกว่า) ซึ่งข้อมูลการเดินบัญชีนี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานแสดงรายได้ประกอบการขอสินเชื่อธนาคารได้

 เตรียมเอกสารประกอบแสดงการจ้างงาน: อาทิ เช่น เอกสาร 50 ทวิย้อนหลังเท่าที่มี (เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราประกอบอาชีพที่มีรายได้แม้ไม่มีสลิปเงินเดือนเหมือนพนักงานประจำก็ตาม) ใบเสร็จรับเงินหรือสัญญาจ้างในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้เห็นประวัติการรับงานในอดีตและแนวโน้มรายได้ที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า

 ในกรณีที่มีการใช้บัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่นที่มีการผ่อนชำระอยู่ก่อนแล้ว: ควรมีการใช้จ่ายและชำระคืนบัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอ ไม่พอกพูนหนี้ และต้องชำระคืน/ผ่อนให้ตรงตามกำหนด เพื่อสร้างฐานข้อมูลการเป็นหนี้และมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้มีคะแนนเครดิต (Credit Scoring) สูงขึ้น และส่งผลให้ได้รับวงเงินกู้ก้อนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นได้ ขณะที่ ในระยะหลัง ธนาคารก็ใช้หลักการประเมินความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ โดยอิงจากสถิติการเดินบัญชีเพื่อปล่อยสินเชื่อประเภทดังกล่าวให้กับกลุ่มฟรีแลนซ์มากขึ้น

ปัจจุบัน ส่วนใหญ่สินเชื่อในระบบสำหรับฟรีแลนซ์ มักให้บริการภายใต้เงื่อนไขสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ในลักษณะวงเงินก้อนที่มีการผ่อนชำระเป็นรายงวดเฉลี่ย 10,000-100,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเฉลี่ย 1-4 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 20-33% ต่อปี

โดยมีผู้ให้บริการทั้งที่เป็นธนาคารพาณิชย์ นอนแบงก์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพียงแต่จำเป็นต้องยื่นสินเชื่อให้ตรงตามเงื่อนไขที่เปิดสำหรับฟรีแลนซ์โดยเฉพาะ เช่น ต้องดำเนินการสมัครขอสินเชื่อและรับเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือต้องเป็นสมาชิกบนดิจิทัลแพลต​ฟอร์มที่เป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงิน

นอกจากนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจบางแห่งยังออกสินเชื่อฟรีแลนซ์ตามนโยบายของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือธุรกิจบางประเภทเป็นการเฉพาะ เช่น ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนที่ต่ำกว่า 10% ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กๆ แต่อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมด้านหลักประกัน เช่น ใช้บุคคล/ บสย. ค้ำประกัน ที่ดิน และหลักประกันทางธุรกิจตามเกณฑ์ที่กำหนด

ฟรีแลนซ์ยังสามารถกู้ซื้อบ้านซื้อรถยนต์ได้ โดยไม่ถูกจำกัดเฉพาะสินเชื่อไม่มีประกันที่มีดอกเบี้ยสูงเท่านั้น ซึ่งเงื่อนไขสำคัญนอกจากเช็คลิสต์ 3 รายการข้างต้นแล้ว ปัจจัยที่จะช่วยให้โอกาสกู้ผ่านได้ นั่นคือ >> มีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้านและรถยนต์ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนลดลง นอกจากนี้ การเดินบัญชีที่แสดงเงินเข้าเฉลี่ยต่อเดือนยังควรมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่างวด เพื่อช่วยให้การอนุมัติผ่านได้ง่ายขึ้น และอาจเสริมเพิ่มเติมความมั่นใจได้หากมีคนค้ำประกันหรือผู้กู้ร่วมที่มีประวัติทางการเงินและเครดิตดีเช่นกัน

โลกเปลี่ยนไป ธุรกิจเปลี่ยนตาม หัวใจสำคัญของเกณฑ์การประเมินสินเชื่อรายย่อยทยอยเปิดกว้างขึ้น และการสะสมประวัติการใช้บริการทางการเงินที่ดีในแต่ละช่วงเวลา มีส่วนช่วยเติมเต็มความเข้าใจสถานะทางการเงินและวินัยการชำระหนี้ของเรา แม้จะไม่มีสลิปเงินเดือนรองรับก็ตาม

ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: