Biznews

พ่อแม่ต้องระวัง! เป็ดเหลืองของเล่นยอดฮิต เชื้อโรคเพียบ

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สุ่มตรวจของเล่นเด็ก 51 ตัวอย่าง พบว่าของเล่น 18 ตัวอย่าง โดยเฉพาะกลุ่มตุ๊กตายางบีบ มีสารทาเลต เกินมาตรฐาน EU ถึง 378 เท่า ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงฮอร์โมนเพศชายในเด็กผิดปกติ ที่น่าตกใจ พบสารทาเลตเกินมาตรฐาน ทั้งของเล่นที่มีเครื่องหมาย มอก. และ ไม่มีเครื่องหมาย มอก.

นางสาวอารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหาร นิตสารฉลาดซื้อ เปิดเผยว่าผลการทดสอบของเล่นที่สุ่มตรวจสารทาเลต ทั้งหมด 51 ตัวอย่าง พบว่า ของเล่นที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. 19 ตัวอย่าง พบสารทาเลตเกินเกณฑ์ 7 ตัวอย่าง ส่วนกลุ่มที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. 32 ตัวอย่าง พบสารทาเลตเกินเกณฑ์ 11 ตัวอย่าง โดยรวมผลตรวจของเล่นคิดเป็นร้อยละ 35 ที่เกินมาตรฐาน แหล่งที่สุ่มตรวจประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า ท้องตลาด และบริเวณหน้าโรงเรียน ในเขตกรุงเทพมหานคร และเว็บไซค์ออนไลน์

สำหรับของเล่นที่มีเครื่องหมาย มอก. ที่พบสารทาเลตเกิน 0.1% โดยมวล มี 7 ตัวอย่าง เช่น พะยูนเขียว แมวน้ำสีชมพู ยางบีบผลไม้ ตุ๊กตาเป็ดสีเหลือง ตั๊กตาหมีตั๊กตาไก่สีเหลือง และชุดบล็อคต่อ ส่วนกลุ่มที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. และตรวจพบทาเลตเกิน 0.1 มี 11 ตัวอย่าง คือ ยางบีบหมู พวงกุญแจสไปเดอร์แมน แรคคูณสีเหลือง สายรัดข้อมือสีชมพู ตุ๊กตาบีบสัตว์ เป็ดสีเหลือง ตุ๊กตาเจ้าหญิง พวงกุญแจจระเข้ ตั๊กตาเจ้าหญิง พวงกุญแจยางไดโนเสาร์ และตุ๊กตาม้า ซึ่งของเล่นเหล่านี้ ซื้อมาจากตลาดบางพลัด ห้างแถวอนุสาวรีชัยสมรภูมิ และร้านขายของเล่นแถวแฟลตคลองจั่น

 

ซึ่งหากเด็กรับสารทาเลตเข้าไปมาก จะมีผลต่อระบบสืบพันธ์ุ และระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย โดยออกฤทธิ์จะต้านแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย รวมทั้งมีผลต่อรังไข่ในเพศหญิง และอาจมีผลต่อการสร้างมะเร็งตับ เพราะได้มีการทดสอบสารทาเลตในหนู พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งสารทาเลตอาจจะกระทบกับตับและต่อมไร่ท่อของเด็กในอนาคต

 

อย่างไรก้ตาม ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยน้ำแห่งสวิตเซอร์แลนด์ Eawag เผยแพร่งานวิจัยของ ลิซ่า นอย นักชีวเคมีที่ศึกษาเรื่องการทำปฏิกิริยาของน้ำประปาต่อวัตถุดิบที่ใช้ผลิต ‘เป็ดเหลือง’ ของเล่นเด็ก เมื่อวานนี้ (27 มี.ค.) โดยผลวิจัยบ่งชี้ว่า เป็ดเหลืองที่วางจำหน่ายส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกโพลีเมอร์ซึ่งทำปฏิกิริยากับน้ำประปา และผลิตคาร์บอนที่เป็นอาหารของแบคทีเรียและเชื้อราออกมา

 

ลิซ่า นอย ดำเนินงานวิจัยร่วมกับสถาบัน Eawag ที่เมืองซูริคของสวิตเซอร์แลนด์ และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ในสหรัฐฯ โดยนำเป็ดเหลืองที่ผ่านการใช้งานแล้ว 11 สัปดาห์มาทดสอบด้วยการผ่าดูด้านใน พบแบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิดปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างที่นำมาทดสอบ

การทดสอบเป็ดเหลืองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ เป็ดเหลืองที่แช่อยู่ในน้ำประปาสะอาด กับ เป็ดเหลืองที่แช่อยู่ในน้ำประปาปนเปื้อน เช่น มีส่วนประกอบของสบู่ แชมพู หรือสารคัดหลั่งจากร่างกาย พบว่าเป็ดเหลืองที่แช่อยู่ในน้ำประปาสะอาดมีแบคทีเรียหรือเชื้อราแพร่กระจายในตัวเป็ดน้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้สะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ และขึ้นอยู่กับความชื้นและอุณหภูมิภายในห้องที่ทำการทดลองด้วย

คณะนักวิจัยสรุปว่าแบคทีเรียและเชื้อราที่พบเป็นตัวการก่อโรคหรืออาจทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบได้ ซึ่งถ้าเด็กสัมผัสถูกแบคทีเรียหรือเชื้อราในปริมาณน้อย ก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ แต่ในกรณีที่เด็กเล่นเป็ดเหลืองด้วยการฉีดน้ำซึ่งอยู่ด้านในใส่ใบหน้าหรือดวงตา ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบได้

ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยจึงเสนอว่า ผู้ผลิตเป็ดเหลืองอาจช่วยป้องกันการเกิดแบคทีเรียหรือเชื้อราโดยการเลือกพลาสติกที่ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำประปา หรือผลิตเป็ดเหลืองโดยปิดรูบริเวณด้านล่าง เพื่อป้องกันน้ำเข้าไปด้านในของเล่น ส่วนผู้ปกครองก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เด็กฉีดน้ำจากเป็ดเข้าหน้าหรือเข้าปาก

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: