Biznews

เปิดความสำเร็จ ‘พวงทองสรรพสินค้า’ ค้าปลีกยืนหนึ่ง’พนมสารคาม’

‘พนมสารคาม’ อำเภอหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีประชากรราว 85,000 คน เป็นอำเภอทางผ่านขนาดกลางที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ทว่ากลับมีเรื่องราวของผู้ชายท้องถิ่นคนหนึ่งกับร้านค้าของเขาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวอันน่าสนใจ

‘พวงทองสรรพสินค้า’  ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราปัจจุบันมี  5 สาขา ครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี  ภายใต้การบริหารของ เฮียเล็ก-พิสิษฐ์ วรรณีเวชศิลป์  ผู้ก่อตั้งร้านพวงทองสรรพสินค้า ที่ตั้งใจทำธุรกิจเพื่อลูกค้าทุกคน

เฮียเล็ก จบชั้น ม.ศ.3 ที่โรงเรียนพนมอดุลฯ และต้องออกจากโรงเรียน ทั้งๆ ที่เรียนได้ที่หนึ่ง เมื่อออกมาก็ไปทำงานที่แคมป์ทหารฝรั่งที่แสมสาร สัตหีบ ในตำแหน่งคนล้างส้วม เรียกภาษาฝรั่งว่า Janitor

ทำงานล้างส้วมได้ไม่ถึงครึ่งปี ก็ย้ายไปเป็นบาร์เทนเดอร์ ไม่เคยเรียนชงเหล้า แต่อาศัยแอบดูตอนเข้าไปล้างแก้ว เรียกว่าครูพักลักจำเอาจนได้ สมัยนั้นนายกรัฐมนตรีเงินเดือนเก้าพันบาท ทองบาทละสี่ร้อยเขาเป็นบาร์เทนเดอร์ ได้ชั่วโมงละ 6.65 บาท ทำงานวันละสิบชั่วโมง จนเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ เงินทิปเยอะ เดือนหนึ่งได้ประมาณสองแสนบาทแบ่งกันกับลูกน้อง ส่วนตัวเอง ได้เงินเท่าไหร่ส่งให้พ่อแม่ทั้งหมด ทำงานเจ็ดปี มีเงินเก็บสามล้านบาท

 

เมื่อถึงกำหนดเวลา แคมป์ทหารฝรั่งก็ปิดลง เฮียเล็กเดินทางกลับมาบ้านเกิดพร้อมกับความฝันว่า อยากมีร้านค้าที่ติดแอร์สักร้าน ซึ่งฟังแล้วอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับสมัยนี้ แต่ถ้าเป็น 40 กว่าปีก่อน การติดแอร์ถือเป็นความแปลกใหม่และทันสมัยที่สุดแล้ว

วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516 ร้านพวงทองสาขาแรกเกิดขึ้นด้วยเงินทุนก้อนแรกหนึ่งแสนบาท แบ่งเป็นซื้อบ้าน เจ็ดหมื่นบาท แต่งร้านสองหมื่นบาท และเหลือเงินแค่หนึ่งหมื่นบาทเท่านั้นสำหรับซื้อของเข้ามาขาย จึงเลือกขายเครื่องหวาย เครื่องจักสาน ให้ชาวบ้านไว้จับปลาหรือใช้ในบ้าน เพราะเห็นว่าตอนนั้นยังไม่มีใครขาย เป็นสินค้าประเภทเดียวที่เงินหนึ่งหมื่นบาทจะสั่งเข้ามาขายแล้วได้ของเต็มร้าน

หลังจากร้านแรกเปิดได้ 15 ปี เก็บเงินได้ 1.5 ล้านบาท ก็ต้องเปิดสาขา 2 ด้วยความจำเป็น เนื่องจากที่ตั้งของร้านแรกอยู่ในเขตพื้นที่ของวัด และทางวัดต้องการพื้นที่คืน ร้านพวงทองสาขา 2 จึงเกิดขึ้นด้วยคอนเซปต์ที่ล้ำสมัยที่สุดและเป็นร้านในฝันที่เฮียเล็กเฝ้ารอคอยมานาน นั่นคือการเป็นร้านติดแอร์และอยู่ห่างจากร้านแรกเพียงแค่ 100 เมตร ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ด้วยเงินลงทุนแปดแสนบาท

เฮียเล็กบอกว่า ร้านพวงทองคิดทำอะไรจะต้องแตกต่างจากคนอื่นเสมอ เราคิดในรายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่การเรียกสินค้าโปรโมชันว่าเป็นสินค้าพระเอก นางเอก เทวดา นางฟ้า เพราะชื่อเรียกเหล่านี้ชาวบ้านเข้าใจง่ายว่ามาช่วยให้พวกเขามีความสุข เหมือนเทวดามาโปรด เรียกแบบนี้ลูกค้าจำง่าย รู้สึกสนุกและเป็นกันเอง ไม่ต้องไปใช้ภาษาฝรั่งให้ยุ่งยาก

หลังจากเปิดร้านที่สองได้ 8 ปี ร้านพวงทองตลาดนัดติดแอร์หรือสาขา 3 ก็เปิดให้บริการในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2540 ด้วยขนาดร้านที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการเพิ่มสินค้าประเภทของใช้ในบ้าน เช่น จาน ชาม ถ้วย ถัง เครื่องครัว จึงตั้งชื่อว่าตลาดนัดติดแอร์ ใครมาเดินที่นี่ก็เหมือนได้ไปตลาดนัด

 

จุดแข็งของค้าปลีกท้องถิ่นรายนี้คือ ใจซื้อใจ ของที่ขายในร้านทั้งหมด สั่งตรงจากผู้แทนของบริษัท สินค้าต้องเข้าตามตรอก ออกตามประตู ไม่เคยซื้อของที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ลูกค้าสบายใจได้ว่าของทุกชิ้นในร้านมีคุณภาพ เพราะเฮียเล็กสั่งเองทุกชิ้น

เฮียเล็ก บอกว่า ตั้งแต่เปิดร้านสาขาแรกมาจนวันนี้ เขาไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่วันเดียว เพราะมีความสุขและสนุกกับการทำงาน ได้รอต้อนรับทุกคนทั้งลูกค้าและผู้แทน ผู้แทนไม่ได้มาขอเงินเรานะ แต่ผู้แทนนี่แหละที่นำสิ่งดีๆ มาให้ เพื่อให้เรามีไว้บริการลูกค้าต่อไป

พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจทั้งโลกมีปัญหา เฮียเล็กก็ไม่ลืมที่จะตอบแทนสังคม ด้วยการพลิกวิกฤต เป็นโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือสังคม ด้วยการจัดรายการส่งเสริมการขายตลอดเดือน แจกตู้เย็น ทีวี พัดลม น้ำมัน น้ำปลา จาน ชาม แจกทุกอย่างที่ลูกค้าใช้แล้วได้ประโยชน์  ใครอยากซื้อต้องได้ซื้อ ไม่จำกัด

นอกจากนี้ วิกฤตทำให้ขายดีกว่าเดิม เพราะตอนเศรษฐกิจดี คนจะไปเดินห้างฯ แต่เมื่อไหร่ที่มีวิกฤต คนจะกลับมาหาห้างฯ เล็กๆ อย่างเรา โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เตรียมพร้อมต้อนรับให้ดีที่สุด

แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีค้าปลีกเจ้าอื่นเข้ามา  แต่เข้ามาแล้วก็สู้ไม่ได้  เคยมีห้างฯ ต่างชาติมาเปิดแล้วหลายราย แต่มากี่รายก็เจ๊ง เพราะชาวบ้านยังรักและให้ความเมตตา อุดหนุนเราอยู่

วิธีที่ค้าปลีกรายนี้ใช้ เรียกชื่อว่า ‘หมาหมู่รุมสู้’ ทำเหมือนรับน้อง นั่นคือ ทุกสาขาขนสินค้ามาลดราคาแบบมโหฬารล่วงหน้าก่อนคู่แข่งเปิดร้าน ไม่มีการตั้งรับ เราเทหมดหน้าตักทุกครั้ง ทั้งแจก ทั้งแถม เพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้ ห้างฯ ต่างชาติมาเปิดจะมีค่าดำเนินการสูง ถ้าขายไม่ได้สักระยะหนึ่งและไม่มีกำไร เขาก็ต้องปิดไปเอง ไม่เหมือนเราที่เป็นคนพื้นที่ ทั้งนี้ แม้ว่าจะรับศึกมาได้หลายครั้ง แต่เฮียเล็กก็ไม่เคยประมาท

เมื่อย้อนถามกลับไปถึงชื่อร้าน ‘พวงทอง’ ว่ามีที่มาอย่างไร เฮียเล็กบอกว่า มาจากชื่อของภรรยา ซึ่งเป็นคนชัยนาทแต่ไปพบรักกันที่แคมป์ทหารฝรั่ง จนตกลงใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้

เฮียเล็กมีหลักการทำงานกับการดำเนินชีวิต  3 อ กับ 3 ม

อ แรก ครอบครัว ‘อบอุ่น’ โดยเฮียเล็กมีคติปรำจำใจว่า

“ถ้าเชื่อเมีย ที่เคารพ พบแต่รวย

ลูกค้าช่วย ด้วยเมตตา พากันซื้อ

ห้างฯ พวงทอง ของพวกเรา เขาร่ำลือ

เถ้าแก่ถือ คือรับฟัง คำสั่งเมีย”

 

 

“อ ต่อมา คือลูกน้องต้องกิน ‘อิ่ม’ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะลูกน้องคือคนที่ช่วยเราทำงาน เราต้องดูแลพวกเขาให้ดี

“อ สุดท้าย ลูกค้าต้อง ‘อารมณ์ดี’ ทำให้ลูกค้ามีความสุขระหว่างเลือกซื้อสินค้า พนักงานทักทายด้วยรอยยิ้ม มีหน้าที่ช่วยเหลือ ในเรื่องที่ลูกค้าต้องการ

ส่วน 3 ม ได้แก่ หนึ่ง ‘สมอง’ กับ 2 ‘มือ’ ใช้ความคิด คิดให้ต่างและเน้นเรื่องการบริการ สอง ‘มุ่งมั่น’ ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ต้องไปสนใจคู่แข่งอื่น และสาม ‘หมาหมู่’

เฮียเล็กบอกว่า ทุกวันนี้พวงทองฯ มี 5 สาขา แค่ลูกค้าเดินสะดุดมดก็เข้ามาถึงร้านแล้ว

5 สาขาของพวงทองฯ แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าไม่เบื่อและรู้ว่าร้านมีทุกอย่างที่เขาต้องการ โดยมีแม้กระทั่งสาขา 5 ที่เปิด 24 ชั่วโมง ใช้ชื่อว่า ‘พวงทองตลอดวันตลอดคืน’

เห็นขยันและสนุกกับการทำงานแบบนี้ เฮียเล็ก ไม่เคยคิดไปเปิดที่อื่น ตั้งใจที่จะปักหลัก ณ ที่แห่งนี้ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ด้วยการไม่สร้างศัตรูเด็ดขาด

แถมทิ้งท้ายว่า เขาอยากอยู่ให้ได้ถึงร้อยยี่สิบปี

ขอบคุณข้อมูล The cloud

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: