Columnist

พระอาทิตย์ตกน้ำที่ดัดจริตแลนด์

พระอาทิตย์ตกน้ำที่ดัดจริตแลนด์

โดย…ธนก บังผล

                 เด็กหญิงอายุ 14 ปี คนหนึ่งถูกผู้ชายในหมู่บ้านและคนแปลกหน้าร่วมกันลงมือข่มขืนติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 หลายครั้ง ต่างวาระ นับรวมแล้วประมาณ 40 คน โดยผู้กระทำชำเราชุดแรก 3 คนนั้น ทางอัยการได้ทำการส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว

                ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 นี้ได้มีการประกันตัวออกมา แล้วชักชวนคนในหมู่บ้านร่วมข่มขืนเด็กหญิงคนนี้ซ้ำอีก มีการพาตัวออกไปนอกพื้นที่ รวมทั้งมีผู้ร่วมกระทำมากขึ้น ผู้เสียหายให้การว่าโดนข่มขืน 6 ครั้ง ครั้งที่มากที่สุดถูกชาย 11 คนข่มขืน ส่วนครั้งอื่นๆนั้นมีประมาณ 5-7 คน

                ทุกครั้งที่ถูกข่มขืนเป็นช่วงเวลากลางคืนที่พ่อและแม่ออกไปรับจ้างกรีดยางพารา แต่ถึงกระนั้นทุกครั้งที่ถูกข่มขืนเป็นการถูกบังคับขืนใจทั้งสิ้น โดยมีการข่มขู่ฆ่าล้างครอบครัว หรือแม้แต่หนึ่งในผู้ที่ข่มขืนเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งพ่อแม่ของเด็กเข้าไปปลูกผักหาเลี้ยงชี

                 หลักฐานสำคัญในคดีนี้คือ คลิปวิดีโอที่กลุ่มชายเหล่านั้นบันทึกไว้ระหว่างข่มขืนเหยื่อ แต่ในขณะนี้อยู่ระหว่างกู้ข้อมูลในโทรศัพท์เนื่องจากแม่ของเหยื่อได้ดูคลิปดังกล่าวแล้วรับไม่ได้จึงบันดาลโทสะทุบโทรศัพท์ทิ้

                เมื่อข่าวนี้ถูกแพร่ออกไป ทำให้ชาวบ้านมารวมตัวกันที่ศาลาริมหาดบ้านเกาะแรด หมู่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา หนึ่งในจุดที่เด็กอ้างว่าถูกรุมโทรม โดยนายสมศักดิ์ หลาวหล้าง ตัวแทนชาวบ้าน เผยว่า ได้มีการแชร์เรื่องราวทางเฟซบุ๊กว่า มีชาวบ้านใน อ.ตะกั่วทุ่ง ร่วมกันรุมโทรมเด็กหญิงอายุ 14 ปี (ขณะนั้น) ปัจจุบันอายุ 15 ปี จำนวน 40 คน โดยมีการใช้คำพูดว่า “40 ทรชน” ซึ่งชาวบ้านรับไม่ได้ต่อคำพูดนี้ และชาวบ้านอยากจะไห้ทางเจ้าหน้าที่นำตัวผู้เสียหายมาชี้ตัวว่า 40 คน ในหมู่บ้านนั้นเป็นใครบ้าง ทางชาวบ้านไม่ต้องการอะไรมากนอกจากต้องการกู้ชื่อเสียงของชาวชาวบ้านคืนมา

                “ปกติพื้นที่ตรงนี้จะมีชาวบ้านในพื้นที่และชาวบ้านต่างถิ่นมาพักผ่อน นำอาหารมารับประทาน ชมพระอาทิตย์ตกน้ำ แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นไม่มีใครกล้าเข้ามาพื้นที่นี้อีกเลย โดยคนภายนอกมองว่าเป็นหมู่บ้านมีอิทธิพล จึงอยากขอความเป็นธรรมว่าหมู่บ้านนี้เป็นชุมชนมุสลิมที่เงียบสงบ ใช้ชีวิตอยู่แบบเรียบง่ายประกอบอาชีพรับจ้างและทำประมง และขอรับรองว่าไม่เคยเกิดเรื่องการรุมโทรมอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด”

เด็ก 14 ปี ถูกช่มขืน

                มีประเด็นที่น่าขบคิดกันถึงกรณี “ข่มขืน” ซึ่งในที่นี้เกิดขึ้นกับเด็กหญิง ขณะอายุ 14 ปี โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ราย นี่คือเรื่องจริงที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมมาแล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าชาวบ้านจะออกมาต่อต้านอะไร หรือเรียกร้องขอความเป็นธรรมใดๆ สิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้คือเกิดเหตุข่มขืนในพื้นที่เกาะแรด อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จริง

                ส่วนจะถูกข่มขืนถึง 40 คนหรือไม่ และมีผู้ก่อเหตุเป็นคนในหมู่บ้านหรือเปล่า ปกติแล้วเป็นเรื่องที่อยู่ในความดูแลของตำรวจที่จะสืบสวนสอบสวนให้ความจริงกระจ่าง ไม่ใช่ชาวบ้านออกมาชูป้ายแล้วเรื่องจะจบ

                ในขณะที่ประกาศว่าเป็นชุมชนมุสลิมที่สงบ ถูกคนภายนอกมองว่าเป็นหมูบ้านมีอิทธิพลนั้น ผมมาตามดูข่าวตั้งเกิดเหตุก็ไม่พบว่ามีฉบับไหนบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอิทธิพล นอกจากนายสมศักดิ์ คนนี้คนเดียวที่ออกมาให้ข่าว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ทางตำรวจน่าจะนำนายสมศักดิ์ไปสอบปากคำด้วยก็จะดียิ่ง เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าคนในหมู่บ้านใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายอย่างไร

                และตามข่าวก็คือ กลุ่มผู้กระทำความผิดเข้าไปบังคับข่มขืนใจเด็กในเวลาประมาณเที่ยงคืนหลังจากที่พ่อแม่ออกไปรับจ้างกรีดยาง เพราะฉะนั้นการที่จะมีใครมารับประทานอาหารชมพระอาทิตย์ตกดินจึงเป็นคนละเวลากัน ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกข่มขืนบนชายหาดตอนเที่ยงวันระหว่างคนเดินไปมาพลุกพล่าน ซึ่งนายสมศักดิ์ ควรจะเข้าใจ

                การจะนำคนมาชุมนุมถือป้ายไม่สามารถลบล้างเหตุการณ์ที่เด็กหญิงคนหนึ่งถูกข่มขืนได้ เด็กหญิงคนนี้จะต้องอยู่กับภาพหลอนในจิตใจ อยู่กับภาพที่ติดตายามค่ำคืน การถูกบังคับให้เสพยารวมถึงการถูกเรียงคิวข่มขืนโดยคนที่เธอรู้จักและไม่รู้จักในแต่ละครั้งนั้น มันไม่สามารถลบเลือนไปได้ด้วยการถือป้ายขอความเป็นธรรม

                ประเด็นหนึ่งที่สังคมไทยเถียงกันมานาน หลังจากที่ข่าวการข่มขืนเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน คือการแก้กฎหมายให้ข่มขืนเท่ากับประหาร ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าดัดจริตแลนด์จำเป็นต้องเอาใจองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเหลือเวลาอีกเพียงปีเดียว ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่มีสิทธิมนุษยชนเทียบเท่านานาชาติ เพราะไม่มีการประหารชีวิตตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

                คำถามคือ การจะจัดการปัญหาข่มขืนให้หมดไปจากสังคมไทยต้องทำอย่างไร

                เห็นข่าวพ่อแบกปืนเข้าป่าไปยิงลุงที่หลบหนีไปตายคากระท่อม หลังจากข่มขืนลูกสาวไปแล้วหรือเปล่าครับ มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่ากฎหมายดัดจริตแลนด์ไม่สามารถเยียวยาความเจ็บช้ำของคนเป็นพ่อแม่ได้

                สิทธิมนุษยชนคือ การไม่คุกคามสิทธิของคนอื่น ไม่ย่ำยีความเป็นมนุษย์ ข่มขืนทางร่างกายและจิตใจ หากมีใครสักคนละเมิดสิทธินั้น โทษประหารยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ผู้ก่อเหตุสมควรที่จะได้รับความตายอย่างทรมานทันที จึงจะสาสม

(ขอบคุณรูปประกอบจากข่าวสด)

///////////////////////////////////////////////

เครื่องเคียงคอลัมน์ วันนี้ “ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดอันดับสถานที่ 10 แห่งที่รถหายมากที่สุด ดังนี้

1.ลานจอดรถการเคหะร่มเกล้า 2.ลานจอดรถการเคหะคลองจั่น 3.ลานจอดรถสนามหลวง 2

4.ลานจอดรถคอนโดเมืองทอง 5.ลานจอดรถเซียร์รังสิต 6.ลานจอดรถตลาดไท

7.ซอยลาดพร้าว 101 8.ซอยปรีดีพนมยงค์ 9.ลานจอดรถฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต และ 10.ลานจอดรถแฟชั่นไอส์แลนด์

ทั้งนี้ หากรถหาย แจ้งได้ที่สายด่วนรถหาย 1192

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: