Biznews

ฝันใหญ่ “ตำมั่ว”

กว่า 27 ปี ที่ “ตำมั่ว” ได้ให้บริการร้านอาหารอีสานภายใต้สโลแกน “อาหารรสจัด ถนัดเรื่องตำ” ซึ่งเกิดจากการนำภูมิปัญญาในการประกอบอาหารของท้องถิ่นอีสานซึ่งเน้นรสชาติที่ถูกปากคนในครอบครัว และสะอาดบวกกับวัตถุดิบชั้นเลิศในท้องถิ่น มาปรุงในรูปแบบและรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย จึงเป็นที่มาของสูตรอาหารที่ได้รับความนิยมกว่า 138 สาขา ในทุกภูมิภาค ตลอดช่วงเวลากว่า 27 ปี และเรายังจะคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอาหารไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของชาวโลก

ตำมั่ว ย่างกุ้งด้วยความใฝ่ฝันที่ต้องการนำแบรนด์อาหารไทยออกไปให้ต่างชาติได้ลิ้มลอง คงไม่มีวิธีใดที่จะสามารถแปรเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริงได้รวดเร็วไปกว่าการมองหาพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ตำมั่วพร้อมด้วยอีก 5 แบรนด์ จึงตัดสินใจเข้าควบรวมกิจการกับบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัดอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เปิดให้บริการมาไล่เลี่ยกันคือมากว่า 25 ปีเจ้าของร้านอาหาร ZEN , AKA และแบรนด์ On the Table ที่มีสาขารวมมากกว่า 80 สาขา เพื่อส่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยต้นตำรับที่โดนใจ และตอบรับกับการเติบโตของตลาดร้านอาหาร โดยมีเป้าหมายคือ ขยายแฟรนไชส์ไปสู่ตลาดโลก

วันนี้เราไปทำความรู้จักกับเจ้าของแบรนด์ตำมั่ว ซึ่งเป็นชายหนุ่มวัยเพียง 40 ปีเท่าน้ัน อย่าง “ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์” หรือหนุ่มเบสกันดีกว่า ว่าเขารู้สึกอย่างไรและที่มาที่ไปของการควบรวมกิจการในครั้งนี้ พร้อมทั้งเป้าหมายที่ได้ตั้งใจไว้หลังจากนี้

ตำมั่ว” เริ่มต้นมาจากความมุ่งมั่นของศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจร้านอาหารไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (ตำแหน่งปัจจุบัน) ที่ต้องการรีแบรนด์ร้าน “นครพนมอาหารอีสาน” ซึ่งเป็นร้านของคุณแม่และเปิดให้บริการมานานกว่า 27 ปี เพื่อให้เป็นร้านอาหารอีสานระดับให้พรีเมียมเจ้าแรกในตลาด นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ร้านอาหารในเครืออีก 5 แบรนด์ ได้แก่ ลาวญวน แจ่วฮ้อน เฝอ by ตำมั่ว ข้าวมันไก่คุณย่า และครัวไทย by ตำมั่ว

โดยทั้ง 6 แบรนด์นี้มีสาขาแฟรนไชส์รวมกันกว่า 138 สาขาทั่วประเทศ และยังมีสาขาแฟรนไชส์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ ทั้งนี้การขยายสาขาแฟรนไชส์ จะเลือกจากทำเลที่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจและมีศักยภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ ระบบควบคุมมาตรฐานคุณภาพวัตถุดิบ สินค้า การบริการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักและสร้างความจงรักภักดีในแบรนด์ รวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและให้ผู้ลงทุนได้มั่นใจว่า ธุรกิจจะประสบความสำเร็จ และได้รับความพึงพอใจสูงสุด

จุดเริ่มต้นที่สำคัญของสาขาแฟรนไชส์ร้านตำมั่วในต่างประเทศ เกิดจากนักธุรกิจต่างประเทศได้มารับประทานส้มตำที่ร้านตำมั่วสาขาเซ็นทรัลฯ อุดร และเกิดประทับใจในรสชาติและความอร่อย จึงมาติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของร้านตำมั่วในต่างประเทศแห่งแรกณ นครเวียงจันทน์

ด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปี กับอาหารอีสาน และความตั้งใจ ที่คุณแม่น้อย (คุณแม่ของคุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์) บรรจงสร้างสรรค์อาหารชั้นเลิศ จากวัตถุดิบชั้นดี เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงรสชาติของอาหารจากแดนอีสานแท้ๆ จวบจนปัจจุบัน ได้มีการสืบทอดความตั้งใจและการสรรสร้างอาหารอีสานรสเลิศ จนทำให้ร้าน “ตำมั่ว” สามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ ของรสชาติอาหารอีสานได้อย่างดี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ตำมั่ว มีสาขากว่า 119 สาขาทั่วประเทศ และมีสาขาในต่างประเทศอีก 4 สาขา ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพและความอร่อย ในการเป็นผู้นำด้านร้านอาหารไทย-อีสานที่นำเสนออาหารรสชาติอร่อยที่หลากหลาย และคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพมารังสรรค์อาหารจานโปรดให้แก่ลูกค้าภายใต้บรรยากาศอันแสนสบายตลอดมา

ปัจจุบันตลาดร้านอาหารไทย-อีสานมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการของผู้บริโภคที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ติดใจอาหารรสชาติจัดจ้านตามแบบฉบับบของอาหารไทย ร้านตำมั่วจึงมีการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วเพื่อให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น โดยร้านตำมั่วได้เปิดให้บริการในชุมชน อาคารสำนักงาน หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวใจกลางเมือง เน้นเอกลักษณ์ของความเป็นอาหารไทย-อีสานและอาหารไทยรสจัด ที่ผู้บริโภคสามารถรื่นรมย์กับอาหารในเมนูภายใต้บรรยากาศการตกแต่งที่ใช้แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมไทยที่กลมกลืนและสอดคล้องกับวิถีการบริโภคของคนไทย

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาดูแลกิจการของครอบครัวนั้น”ศิรุวัฒน์ ” ทำงานในแวดวงครีเอทีฟโฆษณามานับสิบปีเมื่อเห็นว่าธุรกิจของครอบครัวไปได้สวยเขาจึงตัดสินใจเข้ามาช่วยแม่อย่างเต็มตัวด้วยการพลิกโฉมร้านใหม่ใช้ชื่อใหม่ว่า ตำมั่ว (tummour)เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว

แม้เป็นเอสเอ็มอีเล็กๆ ในขณะนั้นแต่ผู้ชายคนนี้คิดการใหญ่เริ่มต้ังแต่เรียนรู้วิธีสร้างแบรนด์แบบบริษัทใหญ่อย่างเป็นระบบและครบวงจร เห็นได้จากการตั้งชื่อและโลโก้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ โดยใช้เม็ดพริกเป็นสัญลักษณ์แบรนด์ เพื่อสื่อไปยังลูกค้าทั้งคนไทยและต่างประเทศในอนาคต นั่นคือ การคิดเผื่อ

ศิรุวัฒน์ มุ่งมั่นเกินร้อยที่จะนำพาธุรกิจครอบครัวให้ขยายไปยังวงกว้างด้วยการเลือกใช้รูปแบบแฟรนไชส์เป็นตัวช่วยในการสปริงบอร์ดแบบก้าวกระโดดในวันที่เขามีความพร้อมโดยใช้เวลาถึง 3 ปีเต็มกว่าจะตัดสินใจขายแฟรนไชส์ พร้อมกับมองหาโอกาสในการแตกแบรนด์ใหม่ๆ โดยคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ ตลาดแมส ที่ใครๆ ก็ทานได้

ฝันของคนหนุ่ม คือนำพาร้านอาหารไทย ไปกระจายความแซ่บอยู่ทั่วโลก เหมือนกับหลายแบรนด์ดังได้ทำไว้ ฝันใหญ่ของเขา ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน หลังขายแฟรนไชส์ไปที่ สปป.ลาว, เมียนมา และกัมพูชา ทั้งในแบรนด์ ตำมั่ว และเฝอ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา และกำลังจะเปิดอีกสาขา ที่เวียงจันทน์ โดยมีเป้าหมาย ‘โกลบอลแบรนด์’

เมื่อคำว่า โกลบอลแบรนด์ปรากฏในสมองเขาจึงคิดการใหญ่อีกครั้ง คราวนี้ตัดสินใจดับเบิ้ลสปริงบอร์ดด้วยการควบรวมกับบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัดที่มีอายุอานามไล่เลี่ยกันแต่ธุรกิจอาหารคนละประเภทเพื่อมาเสริมซึงกันและกันให้แข็งแกร่งโดยหมายมั่นปั้นมือให้แบรนด์ตำมั่วไปไกลถึงยุโรปในสเต็ปต่อไปหลังจากที่ปักหมุดในอาเซียนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเทศต่อไปคือมาเลเซีย และออสเตรเลีย

ปีที่ผ่านมา เซ็นกรุ๊ปก่อนควบรวมกิจการกับตำมั่วมีแบรนด์ในเครือ 6 แบรนด์ จำนวนสาขาของบริษัทเอง 88 สาขา แฟรนไชส์ในประเทศ 114 สาขา ต่างประเทศอีก 6 สาขา รวม 208 สาขา เมื่อควบรวมตำมั่วและแบรนด์ในเครือแล้วภายในสิ้นปีนี้จะมีสาขาของบริษัท 105 สาขา แฟรนไชส์ในประเทศ 159 สาขา ต่างประเทศ 10 สาขา รวมเป็น 274 สาขา

ด้วยเทรนด์การรับประทานอาหารนอกบ้าน การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารทั้งในไทยและต่างประเทศ และกลยุทธ์ที่ทางเซ็นกรุ๊ปวางแผนไว้ โดยเริ่มมุ่งเน้นการต่อยอดธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ คาดหวังการเติบโตไว้ที่ร้อยละ 20 ในปี 2560 ด้วยจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น 60 สาขา โดยจะเปิดสาขาในต่างประเทศ 4 – 5 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะช่วยต่อยอดความสำเร็จของเซ็นกรุ๊ปให้ก้าวสู่ผู้นำธุรกิจร้านอาหารอย่างแข็งแกร่งต่อไป

ก้าวแรกของการควบรวมกิจการในครั้งนี้คือ การจูงมือยกระดับธุรกิจไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารตำมั่วและแบรนด์อื่นๆ ในเครือทั้งหมด เข้าร่วมงาน THAIFEX 2017 ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและนักลงทุนในไทย แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับร้านอาหารในเครือทั้งหมด 12 แบรนด์ และก้าวสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัวอีกด้วย

ศิรุวัฒน์ มั่นใจว่า จากความมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจและแสดงศักยภาพของแบรนด์ไทย แก่ผู้ประกอบการที่ซื้อแฟรนไชส์ไปยังต่างประเทศ ได้สิทธิ์เป็นแฟรนไชส์หลัก หรือ Master Franchisee ในประเทศนั้นๆ ด้วย และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการและนักลงทุนภายในงาน ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งขยายฐานผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศอย่างเต็มที่

ในปีที่ผ่านมาที่คนพ้อว่าเศรษฐกิจแย่ๆ แต่ธุรกิจของพวกเขา กลับทำรายได้สูงถึง 850 ล้านบาท! ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าจะขยายสาขาเพิ่มอีก 30 สาขา และจะเติบโตให้ได้ถึง 40% และนั่นหมายความว่านี่จะเป็นปีแรกที่ธุรกิจไปสู่หลัก “พันล้านบาท!” หลังทำมาแค่ 7 ปีเท่านั้น

เมื่อถามว่าเขามีตัวเลขในใจเล่นๆ หรือไม่ว่าต้องการเห็นจำนวนสาขาทั้งหมดเท่าไหร่ ศิรุวัฒน์ ตอบอย่างมั่นใจว่า 1,000 สาขา เมื่อถามต่อว่าอีกสักกี่ปี เขาตอบกลับทันทีว่าชั่วชีวิต เมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น เพราะมีอีกหลายอย่างที่เขาอยากทำทั้งขยายไปร้านข้าวแกง ,ร้านผัดกระเพรา ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแต่ยังขาดผู้เล่นที่มีสกิล

แม้ว่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผ่านมาจะเติบโตสูงแต่การแข่งขันก็สูงตามไปด้วย ขณะที่อาหารไทยเป็นตลาดที่กว้างใหญ่กว่า โอกาสในการเติบโตก็มีสูง

อยู่ที่ว่าจะเจาะได้หรือไม่ เท่านั้นเอง ……

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: