Biznews

ผอ.’ทีดีอาร์ไอ’ ​ไล่เรียง 9 ข้อ กระบวนการจัดหา‘วัคซีน​โควิด-19​

นายสมชัย​ จิตสุชน​ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง​ สถาบัน​วิจัย​เพื่อ​การพัฒ​นาประเทศ​ไทย​ (ทีดีอาร์​ไอ)​ โพสต์​เฟซบุ๊ก “Somchai Jitsuchon” แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็น​เรื่องจัดหา “วัคซีน​โควิด-19”​ มีเนื้อหาดังนี้…

ช่วงนี้มีการตั้งประเด็นมากมายเรื่องความเหมาะสมหรือความโปร่งใสในนโยบายการจัดหาวัคซีนของประเทศไทย ขออนุญาตให้ความเห็นในฐานะที่ใกล้ชิดระดับหนึ่งกับกระบวนการนี้ในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา

1. มีความพยายามมาตั้งแต่แรกในการพิจารณาทางเลือกต่างๆไม่ว่าจะเป็นซื้อวัคซีนจากใคร ซื้อเมื่อไหร่ ซื้อเท่าไหร่ หรือกระทั่งทางเลือกในการผลิตวัคซีนเองในประเทศ แต่ละทางเลือกมีการพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างค่อนข้างถี่ถ้วน ระมัดระวัง โดยคำนึงถึงบริบทในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการผลิต ระดับการระบาดและรูปแบบการระบาด

2. นำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์คู่ขนาน คือยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาวัคซีนและผลิตเองในประเทศ และยุทธศาสตร์การจัดหาวัคซีนจากต่างประเทศ

3. ในยุทธศาสตร์การจัดหาวัคซีนจากต่างประเทศ มีการติดต่อเจรจากับหลายราย หลายประเทศ ตั้งแต่ตอนที่บริษัทเหล่านั้นยังอยู่ในขั้นการทดลอง

4. หากเราจะตัดสินใจสั่งจองวัคซีนจากบริษัทที่อยู่ในระหว่างการทดลองก็สามารถทำได้ แม้จะต้องฝ่าด่านกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐซึ่งทำให้ปวดหัวอยู่หลายเดือน แต่ถ้าจองเลยก็จะมีความเสี่ยงว่าเงินที่จองอาจจะสูญเปล่าถ้าวัคซีนนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่การระบาดของประเทศไทยไม่ได้รุนแรงไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตอย่างขนานใหญ่เช่นในหลายประเทศ ความจำเป็นที่จะต้องได้วัคซีนมาโดยเร็วและใช้อย่างฉุกเฉินจึงน้อยกว่าประเทศเหล่านั้นมาก ในขณะที่หากรอต่อไปก็จะสามารถติดตามพัฒนาการว่าวัคซีนว่ามีประสิทธิผล มีความปลอดภัยเท่าไหร่ โดยให้ประเทศที่สั่งซื้อมาฉีดก่อนตามความจำเป็นของเขาเป็นหนูทดลองให้ก่อน

5. ข้อเสียของการไม่จองเร็วคือทำให้เราต้องจ่ายค่าวัคซีนแพงขึ้น เพราะแน่นอนถ้าเราจองเร็วบริษัทที่ได้เงินจากเราก็พร้อมจะคิดราคาถูกกว่าเพราะเราไปช่วยรับความเสี่ยงที่การทดลองอาจจะล้มเหลวพร้อมกับเขาด้วย

6. อีกประการที่ราคาวัคซีนที่เราจ่ายในที่สุดแพงกว่าหลายประเทศที่เขาจองเร็ว เพราะราคาวัตถุดิบในระยะหลังแพงกว่าในตอนแรกมาก เพราะมีการกว้านซื้อจากบริษัทผลิตวัคซีนเพื่อนำไปผลิตจำนวนมากในระยะหลัง

7. แต่ยังโชคดีที่บริษัทที่เราตัดสินจองเป็นจำนวนมากที่สุดคือจาก astrazeneca มีราคาวัคซีนที่ถูกกว่าบริษัทก่อนหน้าหรือกระทั่งจากจีนหลายเท่าตัว ดังนั้นถึงแม้เราจะจ่ายค่าวัคซีนจากบริษัทนี้แพงกว่าประเทศที่จองก่อนหน้าเรา แต่ก็ไม่เป็นภาระงบประมาณมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผลดีของความรอบคอบในการดำเนินการที่ผ่านมา ผู้วิจารณ์ประเด็นเรื่องเราจ่ายแพงกว่าจึงต้องคำนึงถึงเหตุผลเบื้องหลังเหล่านี้ให้ครบถ้วน

8. ส่วนเรื่องการคัดเลือกโรงงานผลิตให้กับบริษัท astrazeneca ผมไม่รู้มากนัก แต่เท่าที่สัมผัสได้ไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าเป็นการให้อภิสิทธิ์กับเอกชนรายเดียว การรีบโยงกับการเมืองจึงน่าจะเป็นการด่วนสรุป เพราะก็สามารถอธิบายจากหลากหลายแง่มุมว่าทำไมถึงเป็นบริษัทนี้

9. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการพัฒนาและการผลิตในประเทศก็ยังคงดำเนินการต่อไป มีองค์กรภาครัฐและเอกชนในประเทศหลายแหล่งที่ได้รับการส่งเสริมงบประมาณ เรื่องนี้จะมีประโยชน์ทั้งในระยะกลางและระยะยาว ไม่ว่าเราจะผลิตวัคซีนโควิดได้ในที่สุดหรือไม่ก็ตาม เพราะอย่างน้อยก็เป็นการสร้างศักยภาพในการพัฒนาวัคซีนในอนาคตซึ่งยังไม่แน่นอนสูง

 

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: