Biznews

ผลวิจัยชี้ชัด เศรษฐีไทยจ่ายไม่อั้น “ซัมซุง”ส่งจอใหญ่บุกตลาด

ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ นีลเส็นเคยเผยแพร่พบว่าจำนวนผู้บริโภคคนไทยที่มีกำลังซื้อสูงแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มพรีเมียมแลักลุ่มลักชูรี่พรีเมียม ซึ่งกลุ่มหลังนี้พบว่ามีการเติบโตสูงเป็นที่น่าสนใจของเหล่าผู้ประกอบการที่ต้องการฉีกไปจับกลุ่มนี้ซึ่งไม่มีปัญหาทางด้านการเงินและที่สำคัญพร้อมจ่ายหากสินค้าโดนใจและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ปัจจัยดังกล่าวเข้าตา ซัมซุง อีกหนึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศไทยที่เรียกได้ว่ามีไลน์สินค้าที่แทบจะคลอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคทั้งกลุ่มทีวี สินค้าเครือ่งใช้ภายในบ้าน กลุ่มดิสเพลย์ เป็นต้น

ล่าสุด ซัมซุงเห็นโอกาสจากกลุ่มผู้บริโภคระดับลักชัวรี่พรีเมียม หรือกลุ่มเศรษฐีที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจับจ่ายซิ้อสินค้าต่อเนื่อง จึงได้พัฒนา เดอะวอลล์ (The Wall) หน้าจอโมดูลาร์ขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลายทั้งอัตราส่วนและขนาด ตั้งแต่ขนาด 73 นิ้ว (2K) ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สุดถึง 292 นิ้ว (8K) สามารถแสดงรายละเอียดสีดำได้ดำสนิท ด้วยเทคโนโลยีการสะท้อนสีดำแบบ ultra-low reflection ประสานการทำงานร่วมกับนวัตกรรมชิป Micro LED แสดงทุกเฉดสีได้อย่างสมจริง พร้อมประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภาพ HDR 10+ บนหน้าจอแบบอินฟินิตี้ไร้ขอบ และพื้นผิวหน้าจอแบบเรียบเนียนไร้รอยต่อ กลมกลืนเข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว เหมาะสำหรับพื้นที่สไตล์หรูหรา หรือใช้งานในภาคธุรกิจ ช่วยให้บรรยากาศภายในพื้นที่มีความสวยงาม ตั้งแต่ 98 นิ้ว ราคา 3 ล้นบาท ไปจนถึงจอภาพขนาด  146 นิ้ว ราคาเบาะๆ ที่ 12 ล้านบาท

เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด มั่นใจว่าสินค้าดังกล่าวจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเศรษฐีคนไทยได้เป็นอย่างดี เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ไม่สนใจเรื่องราคา หากฟังก์ชั่นการใช้งานตอบโจทย์ก็พร้อมควักกระเป๋าซื้อทันที  โดยวางจำหน่ายในงาน InfoComm Southeast Asia งานจัดแสดงเทคโนโลยีภาพและเสียงครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15  17 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค 

ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในตลาดภูมิภาคนี้แล้ว ยังเป็นการนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีจอภาพดิจิทัลอันโดดเด่นของซัมซุงที่สามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบและความต้องการที่แตกต่างของภาคธุรกิจทุกระดับในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหารแบบฟาสต์ฟู้ด สื่อโฆษณาดิจิทัลนอกบ้าน (DOOH) ลูกค้าองค์กร ธุรกิจบันเทิง โรงพยาบาล และธุรกิจรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ได้แสดงนวัตกรรมจอภาพใหม่ๆ ของปีนี้ ให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งระดับผู้ใช้งาน และหน่วยงาน องค์กรธุรกิจต่างๆ ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ธุรกิจกลุ่มจอภาพของซัมซุงจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ แอลอีดีไซเนจ เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรและลูกค้าระดับลักชัวรี่ด้วยเดอะวอลล์, สมาร์ทแอลอีดี เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร ค้าปลีก ปั้มน้ำมัน เป็นต้น, กลุ่มฮอสพิทอลลิตี้ ทีวี เจาะกลุ่มโรงแรม โรงพยาบาล และกลุ่มมอนิเตอร์ เจาะลูกค้ากลุ่มเกมมิ่ง ดิไซเนอร์ เป็นต้น

จากรายงานของ IHS Markit ซัมซุงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาด Digital Signage ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 (2552-2561) โดยเป็นแบรนด์ที่นำเสนอโซลูชั่นจอภาพดิจิทัลที่หลากหลาย ทั้งนี้ตลาดจอดิจิทัลเชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation และมีแนวโน้มที่น่าสนใจแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น ตลาด LED Signageจะเติบโตขึ้นถึง 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2 แสนล้านบาท) ในปี 2565 โดยจะเปลี่ยนไปสู่จอที่มีความละเอียดเพื่อการใช้งานภายในอาคาร (Indoor LED) มากขึ้น และจะมีสัดส่วนสูงถึง 71% ของ LED Signageทั้งหมดในปี 2565

ส่วนตลาด Smart Signage หรือ LFD (Large Format Display) ในปี 2565 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านเหรียญฯ (ราว 5 แสนล้านบาท) โดยหน้าจอขนาด 65 นิ้วขึ้นไปจะครองสัดส่วนมากถึง 60% ในขณะที่เป็นหน้าจอสัมผัสมากกว่าครึ่งของตลาด (54%)

สำหรับตลาดประเทศไทย นางจีรภา คงสว่างวงศา ผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์จอภาพเพื่อธุรกิจองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยปัจจัยจาก Digital Transformation ที่ภาคธุรกิจมีการลงทุนอย่างมากเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านดิจิทัล ทั้งนี้ Smart Signage เป็นตลาดสำคัญที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยผลิตภัณฑ์หน้าจอสัมผัสและ Video Wall คือกลุ่มที่โตเร็วที่สุด ซึ่งมีความต้องการเพื่อทดแทนเครื่องฉายโปรเจคเตอร์แบบเดิม และการใช้งานในสถานที่ทำงานรูปแบบใหม่หรือ Co-working space ซึ่งซัมซุงก็เป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี เช่นเดียวกับ ตลาดทีวีสำหรับโรงแรม (Hospitality TV) และจอมอนิเตอร์ในกลุ่มพรีเมี่ยม โดยกลยุทธ์ของซัมซุงในปีนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ของลูกค้าภาคธุรกิจ ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือความจำเป็นที่จะต้องมี (Must Have)”

ในงาน InfoComm Southeast Asia ครั้งนี้ นอกจาก “เดอะวอลล์” (The Wall) โมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี ขนาดใหญ่ สุดยอดนวัตกรรมจอภาพระดับโลก มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในภูมิภาค พร้อมนำเสนอจอภาพแบบใหม่ QLED 8K Signage ขนาด 82 นิ้ว ที่ได้รับรางวัลการันตีจากหลายสถาบัน รวมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์หน้าจอแสดงผลเชิงพาณิชย์รุ่นล่าสุดอย่าง 2019 4K UHD signage, Semi-Outdoor OMN/OMN-D Series, Full-Outdoor OHN/OHN-D Series รวมทั้ง Flip ดิจิทัลฟลิปชาร์ทอัจฉริยะ ได้ถูกนำมาจัดแสดงภายในงานด้วยเช่นกัน

“ความได้เปรียบของซัมซุงอยู่ที่การมีสินค้าและโซลูชั่นที่สามารถพัฒนาได้หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด โดยเราจะให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการบริการเพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นและย้ำความเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง”นายเฉลิมพงษ์กล่าว

ทั้งหมดนี้ ซัมซุงหมายมั่นปั้นมือที่จะยึดความเป็นผู้นำตลาดจอภาพอย่างเบ็ดเสร็จและต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% หลังจากที่ปีก่อนหน้านี้เติบโตสูงถึง 40% 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: