Biznews

ผชช.เตือนสหรัฐฯ ระวังจีน ‘หนามยอกเอาหนามบ่ง’ ปมสงคราม ‘ติ๊กต็อก’

ขณะที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ขู่ว่าจะแบนแอปพลิเคชันยอดนิยมหลายราย ซึ่งรวมถึงติ๊กต็อก (TikTok) และวีแชท (WeChat) ก็มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า “สหรัฐฯ อาจต้องแพ้พ่ายในสงครามติ๊กต็อกของทรัมป์”

ความเห็นของศาสตราจารย์เว่ยซ่างจิ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์จากบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจและวิทยาลัยการต่างประเทศและการสาธารณะ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้รับการเผยแพร่โดยโปรเจกต์ ซินดิเคต (Project Syndicate) องค์กรสื่อไม่แสวงหากำไร เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) โดยเขากล่าวว่าการบังคับติ๊กต็อกขายกิจการในราคาถูกให้กับผู้ซื้อ “ชาวอเมริกันที่มีความเป็นอเมริกันสูง” จะเป็นอันตรายต่อบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ หลายรายที่อยู่ในตลาดจีน

“หากจีนเลียนแบบกลวิธีของทรัมป์บ้าง ซึ่งก็คือการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ว่าบริษัทข้ามชาติบางรายของสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ จีนอาจบังคับให้พวกเขาขายกิจการให้กับผู้ซื้อ ‘ชาวจีนที่มีความเป็นจีนสูง’ แม้ว่ารัฐบาลจีนจะยังไม่ทำเช่นนั้น แต่ขณะนี้ความเสี่ยงได้เพิ่มมากขึ้น” เว่ย ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารพัฒนาเอเชียช่วงปี 2014-2016 กล่าว

เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้บริษัทของสหรัฐฯ ห้ามทำธุรกรรมใดๆ กับไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทเทคโนโลยีจีนเจ้าของแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ภายใน 45 วันข้างหน้า

 

ติ๊กต็อกได้รับการดาวน์โหลดมากกว่า 175 ล้านครั้งในสหรัฐอเมริกา และมากกว่า 1 พันล้านครั้งในทั่วโลก โดยคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่าแอปพลิเคชันนี้ได้รวบรวม “ข้อมูลจำนวนมหาศาล” จากผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ยังมีการออกคำสั่งประธานาธิบดีที่คล้ายกันกับวีแชท แอปพลิเคชันส่งข้อความและสื่อสังคมของบริษัทเทนเซ็นต์ (Tencent) ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีนด้วย

แม้ว่าการกระทำของทรัมป์อาจสร้างผลประโยชน์ระยะสั้นให้กับสหรัฐฯ แต่ได้นำมาซึ่งความเสี่ยงอันรุนแรงที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ยังไม่นับถึงผลกระทบที่มีต่อกฎระเบียบทางการค้าระหว่างประเทศและในประเทศ ศาสตราจารย์เว่ย กล่าวพร้อมตั้งคำถามว่า “ท้ายที่สุดแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับความเชื่อมั่นทางธุรกิจ หากรัฐบาลมองว่าตนสามารถรีดไถองค์กรเอกชนได้ตามใจชอบ”

เว่ยแสดงความเห็นว่า โดยเนื้อแท้แล้ว ทรัมป์กำลังทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เคยกล่าวหาว่าจีนทำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการไม่เคารพในทรัพย์สินส่วนตัวของผู้อื่น, สันนิษฐานความผิดไว้ก่อนโดยไร้หลักฐาน, บ่อนทำลายสิทธิอันชอบธรรมของบริษัทต่างชาติโดยปราศจากการชดเชย ตลอดจนการใช้กฎเกณฑ์ที่ไม่โปร่งใสและกระทำตามอำเภอใจ เพื่อสกัดกั้นบริษัทต่างชาติเหล่านี้ไม่ให้ดำเนินกิจการในสหรัฐฯ

“ยังพอมีเวลาสำหรับทีมบริหารของทรัมป์ ในการเปลี่ยนวิถีทางและหลีกเลี่ยงการทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เอง แต่อย่าลืมว่านาฬิกานั้นเดิน ‘ติ๊กต็อกๆ’ ไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา” เว่ยกล่าวทิ้งท้าย

ที่มา  สำนักข่าวซินหัว

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: