Biznews

ป.ป.ช.ส่งฟ้องศาลฎีกา “ปิดคดี” “เอ๋ ปารีณา” รุกป่า-ผิดจริยธรรมร้ายแรง!       

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมแถลง ผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณากรณีกล่าวหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บุกรุกที่ดิน ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ส่งสำนวนมายัง ป.ป.ช.เนื่องจากเห็นว่า จงใจที่จะกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมืองบุกรุก ตาม พรบ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่

โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดว่า น.ส.ปารีณา ผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายข้อ เช่น ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ผลประโยชน์ขัดกัน ซี่งจะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกา สำหรับโทษข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรงคือต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อศาลฎีการับฟ้องแล้วจะต้องพิจารณาว่าพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ความคืบหน้าวันนี้ โฆษก ป.ป.ช.จะแถลงเวลา 14.00 น.

ย้อนรอย “ปารีณารุกป่า” คดีอาญาร้ายแรง

 

จุดเริ่มต้นความยืดเยื้อยาวนานในการดำเนินคดี มาจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่าครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ทั้งหมด 57 แปลง รวม 1,706 ไร่ เป็นพื้นที่ทำฟาร์มไก่และเลี้ยงวัว

กรมป่าไม้และ สปก. จึงลงไปตรวจสอบพื้นที่ซึ่ง น.ส.ปารีณา ระบุ พบบางส่วนเป็นพื้นที่ป่าสงวน ขณะที่บางส่วนกรมป่าไม้มอบให้ สปก.เพื่อนำไปปฏิรูปที่ดินแล้ว โดยมีที่ดินแค่ 600 กว่าไร่ จึงทำให้เกิดคามสงสัยว่าจำนวนที่เหลืออีกพันกว่าไร่นั้นมาจากไหน  

หลังจากนั้นไม่นาน น.ส.ปารีณา ได้ขอแก้ไขข้อมูลกับ ป.ป.ช. ว่าจำนวนที่ดินไม่ใช่ 1,700 กว่าไร่ตามที่ได้แจ้งแต่แรก และยืนยันว่ามีแค่ 600 กว่าไร่เท่านั้น

กรมป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา เฉพาะในส่วนที่ยังเป็นของกรมป่าไม้ โดยกล่าวหาว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกป่า 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา กับ อยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 จำนวน ไร่ งาน 81 ตารางวา

เมื่อถูกกรมป่าไม้แจ้งความ น.ส. ปารีณา จึงทำเรื่องคืนพื้นที่ให้กับ สปก. ซึ่งต่อมาทาง สปก.มีการระบุว่า เมื่อคืนที่ดินแล้วก็ถือว่าเรื่องจบ ไม่สามารถเอาผิดทางอาญาได้

กรมป่าไม้ในฐานะผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับ น.ส.ปารีณา จึงส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ สรุปว่า พื้นที่ส่วนที่กรมป่าไม้มอบให้ สปก.ไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกร แต่ยังดำเนินการไม่เสร็จ ถือว่ายังเป็นพื้นที่ป่าสงวน กรมป่าไม้ยังมีอำนาจไปดำเนินคดีต่อผู้ทำผิดได้

15 ก.พ. 2563 กรมป่าไม้ จึงเข้าแจ้งความกับ บก.ปทส. อีกครั้ง หลังสำรวจอย่างละเอียดในส่วนที่ดินอีกประมาณ 682 ไร่ ซึ่งพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 665 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา

รวมทั้งสิ้น 3 คดี คือ พื้นที่ฟาร์มไก่ 387 ไร่ 80 ตารางวา , พื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ 207 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา และ พื้นที่ปลูกต้นยูคาลิปตัส 70 ไร่ งาน 32 ตารางวา

พนักงานสอบสวน บก.ปทส. มีความเห็นส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ จ.ราชบุรี สั่งฟ้อง น.ส.ปารีณา กรณีครอบครองที่ดิน ฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711 ไร่

รวม 4 ข้อหา นอกเหนือจากความผิดตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ แล้ว ยังต้องดำเนินคดีในฐานะบุคคลและนิติบุคคลผู้มีอำนาจเต็มอีกด้วย

 

ระหว่างนี้ น.ส.ปารีณา ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยใช้สิทธิจากความเป็น ส.ส. คุ้มครอง ทำให้คดีถูกยื้อยาวนานข้ามปี

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผู้บังคับการ ปทส. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ทาง น.ส.ปารีณา ใช้เอกสิทธิ์ความเป็นส.ส.ขอเลื่อนเข้าพบอัยการ และยังได้ขอความเป็นธรรมให้พนักงานสอบสวน บก.ปทส.สอบพยานเพิ่มเติมอีก 9 ปาก ซึ่งทางตำรวจก็ได้ให้ความเป็นธรรมตามที่ น.ส.ปารีณา ร้องขอ

“จากการสอบสวนเพิ่ม ก็ยังคงยืนยันความเห็นเดิมคือ ให้สั่งฟ้องใน 4 ข้อหา แต่ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการนำตัว น.ส.ปารีณาไปส่งให้อัยการ เนื่องจากอ้างเอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.ขอเลื่อนการไปพบพนักงานอัยการ รอให้ปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งทาง ปทส. ได้ทำหนังสือผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นผ่านกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ขึ้นไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาในการทำหนังสือเรียกตัว น.ส.ปารีณา มาพบพนักงานอัยการจ.ราชบุรี” พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ สำนวนที่สรุปสั่งฟ้องมีทั้งหมด แฟ้ม กว่า 2,408 หน้า พบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิด ใน ข้อหา ประกอบไปด้วย ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 และม.31 “ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนชาติ โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ความผิดทางอาญานี้ มีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 4-20 ปี ,ปรับ 2 แสนบาท ถึง 2 ล้านบาท 

ส่วนการดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ในฐานะบุคคลและนิติบุคคล เนื่องจากมีผู้กล่าวหา ราย ประกอบด้วย

นายวีระ สมความคิด

นายพัฒนะ ศิริมัย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการสำนักป่าไม้ จ.ราชบุรี 

นายสุรเชษฐ์ ศรีแดงรักษา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้อำนวยการป่าไม้ จ.ราชบุรี

นายวัชระ ละอออ่อน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10

นายสมชาย เลขาวิวัฒน์ ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ราชบุรี

ทั้ง 5 คน ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ บริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด ของ น.ส.ปารีณา ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว หลังพบว่าบุกรุกที่ เขาสนฟาร์ม หมู่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 711 ไร่ งาน 93 ตารางวา

นอกจากนั้น ปทส. ก็ได้ออกหมายเรียกนายทวี ไกรคุปต์ บิดา ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดเดียวกันกับ น.ส.ปารีณา คือ บุกรุกที่ดินรัฐ กว่า พันไร่ พื้นที่หมู่ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

 

เปิดกฎหมายคดีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

การพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 219 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2561 ระบุว่า

ให้ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนและมีความเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แล้วเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ซึ่งผลของการต้องคำพิพากษาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ต้องพ้นจากตำแหน่ง ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดไปและไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีบทบัญญัติใหม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 235 ระบุว่าการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ให้นําสํานวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้ศาลมีอํานาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

และนั่นอาจทำให้ น.ส.ปารีณา ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: