Biznews

ปิดตำนานแลนด์มาร์คสิงคโปร์ “เซ็นโตซาเมอร์ไลอ้อน”

สังเกตกันไหมว่า ในทุกๆเมืองต่างก็ต้องมีจุดเด่นที่ใครๆ เห็นก็ถือได้ว่า “ไปถึง” หรือเรียกว่า สัญลักษณ์ แลนด์มาร์ก ก็ได้ที่ต้องเินทางไปเยือนพร้อมกับเซลฟี่ไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาเยือน และสำหรับ ประเทศสิงคโปร์ นี่คือ ที่ที่สำคัญที่ต้องไปชมนั่นคือ “เซ็นโตซาเมอร์ไลอ้อน”  1 ใน 7 รูปปั้นเมอร์ไลอ้อน ที่ได้รับการอนุมัติจากการท่องเที่ยวสิงคโปร์ และเป็นรูปปั้นจำลองที่ใหญ่และสูงที่สุดในสิงคโปร์

ทว่า สถานที่ดังกล่าวกำลังจะเหลือเพียงความทรงจำเมื่อไปเยือน เมื่อ วันนี้ (20 ตุลาคม 2562) จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เห็นรูปปั้นทรงเสน่ห์แห่งนี้เมื่อทางการสิงคโปร์ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเซ็นโตซาเมอร์ไลอ้อน หรือ รูปปั้นสิงโตทะเลบนเกาะเซ็นโตซา เป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดถาวรและเตรียมทุบทำลายทิ้งในช่วงปลายปีนี้ เพื่อสร้างโครงการทางเดินเชื่อมระหว่างรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซา ไปยังตอนใต้ของเกาะ

สำหรับ“เซ็นโตซาเมอร์ไลอ้อน” สร้างเมื่อปี พ.ศ.2538 โดยศิลปินชาวออสเตรเลีย James Martin เป็น 1 ใน 7 รูปปั้นเมอร์ไลอ้อน ที่ได้รับการอนุมัติจากการท่องเที่ยวสิงคโปร์ และเป็นรูปปั้นจำลองที่ใหญ่และสูงที่สุดในสิงคโปร์ มีความสูงถึง 37 เมตร หรือเท่ากับตึก 12 ชั้น และจะมีอายุ 24 ปี ในวันที่ถูกทุบทิ้ง

ทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์ มีรูปปั้นเมอร์ไลอ้อน 7 ตัว ที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ โดยรูปปั้นเมอร์ไลอ้อนต้นแบบ 2 ตัวแรก คือสิงโตทะเลพ่นน้ำแม่ลูก ซึ่งเมอร์ไลอ้อนตัวแม่ เดิมตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำสิงคโปร์ ก่อนย้ายมาที่สวนเมอร์ไลอ้อน ห่างจากที่ตั้งเดิมราว 100 เมตร ปั้นและก่อสร้างโดยช่างฝีมือชาวสิงคโปร์

ส่วนอีก 5 ตัว เป็นรูปปั้นเมอร์ไลอ้อนจำลอง ได้แก่ เซ็นโตซาเมอร์ไลอ้อน บนเกาะเซ็นโตซา, เมาท์เฟเบอร์เมอร์ไลอ้อน, เมอร์ไลอ้อนที่การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และเมอร์ไลอ้อนฝาแฝดที่อังโมกิโอ

ถือเป็นข่าวที่สร้างความเสียดายให้กับนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชาวสิงคโปร์ที่รู้สึกเศร้ากับการรื้อถอน สิงโตเมอร์ไลอ้อน รูปปั้นอันสูงตระหง่านที่เป็นที่รู้จักมาเป็นเวลา 24 ปี

งานนี้คงต้องบอกคำเดียวว่า  บ๊ายบาย  “เซ็นโตซาเมอร์ไลอ้อน”

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: