Biznews

ปิดฉาก“สวนสยามทะเลกรุงเทพ” ตำนานการต่อสู้ของ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ”

ประกาศวางมือด้วยการเกษียณอายุอย่างเป็นทางการสำหรับ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานคณะกรรมการกลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ ในวัย 81 ปี พร้อมส่งมอบการบริหารงานแก่ทายาททั้งสาม อันได้แก่ คุณสิทธิศักดิ์ เหลืองอมรเลิศ คุณวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ และคุณจิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อจากสวนสยามมาเป็น Siam Amazing Park (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) โลกแห่งการผจญภัยสุดอะเมซิ่ง สถานที่แห่งความสนุกและความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว เดินหน้าโครงการใหม่ Bangkok World (บางกอกเวิลด์) เพื่อพร้อมเปิดบริการในปี 2564

Siam Amazing Park เป็นความตั้งใจของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะต่อยอดความสำเร็จเดิมของสวนสยาม ซึ่งอยู่คู่คนไทยมากว่า 39 ปี พร้อมยกระดับการให้บริการภายใต้คอนเซ็ปท์ “Everyday is Amazing” นำเสนอประสบการณ์การผจญภัยแสนสนุกในดินแดนทั้ง 6 กับมาสคอท “Si-Am and Friends” เพื่อพาผู้ใช้บริการหลีกหนีจากความตึงเครียดและวันธรรมดาแบบเดิมๆ มาเพิ่มเติมสีสัน ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ โดย 5 ดินแดนแรกของสวนน้ำสวนสนุกประกอบด้วย

Water World (วอเตอร์เวิลด์) สวนน้ำยอดนิยมเจ้าของสถิติทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส และเครื่องเล่นทางน้ำมากมาย

Extreme World (เอ็กซ์ตรีมเวิลด์) สุดยอดดินแดนแห่งความมันส์ ที่รวบรวมเครื่องเล่นท้าความ เสียวระดับโลกมาไว้ในที่เดียว อาทิ Vortex (วอร์เท็กซ์) รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านแบบห้อยขาที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก, Giant Drop ยักษ์ตกตึก เครื่องเล่นทิ้งดิ่งที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Log Flume ล่องซุงมหาสนุกขนาดยักษ์สัญชาติเยอรมัน และอื่นๆ อีกมากมาย

Adventure World (แอดเวนเจอร์เวิลด์) ดินแดนแห่งการผจญภัยไปกับเครื่องเล่นหลากหลาย อาทิ Jurassic Adventure (ผจญภัยแดนไดโนเสาร์), Twin Dragon (เรือมังกรสองหัว) และเครื่องเล่นอีกหลายชนิด

Family World (แฟมิลี่เวิลด์) ดินแดนของเครื่องเล่นที่เหมาะกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้ได้มีเวลาแห่งความสนุกสนานร่วมกัน ทั้ง Africa Adventure (ท่องป่าแอฟริกา), Si-Am Tower (ไซ-แอมทาวเวอร์) หอคอยชมวิวที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ม้าหมุนสองชั้นสุดคลาสสิก รวมถึง Big Double Shock (บิ๊กดับเบิ้ลช็อค) บ้านผีสิงแบบฉบับของสยามอะเมซิ่งพาร์ค

Small World (สมอลเวิลด์) ดินแดนเครื่องเล่นไซส์มินิสำหรับนักผจญภัยตัวน้อย

พร้อมกันนี้ ได้แนะนำดินแดนที่ 6 ใหม่ล่าสุด ที่จะรวบรวมความอะเมซิ่งของกรุงเทพมหานครมาไว้ในโครงการ “บางกอกเวิลด์” แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขนาดใหญ่ ด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 70 ไร่ บริเวณหน้าทางเข้าสยามอะเมซิ่งพาร์ค ดินแดนที่ยกเอาเสน่ห์และความงดงามของเมืองพระนครในวันวานมารวมไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์นักเดินทางที่มีเวลาจำกัดให้เที่ยวได้ครบ ทั้งได้ชื่นชมและตื่นเต้นไปกับความโอ่อ่าอลังการของงานสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าของเมืองหลวงในยุครุ่งเรือง งดงาม ที่จำลองมารวมไว้ให้ชมแบบจุใจ ไม่ว่าจะเป็นศาลาเฉลิมไทย ศาลาเฉลิมกรุง ห้างแบดแมนแอนด์โก ห้างบี.กริมแอนด์โก เยาวราชไชน่าทาวน์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังรวมที่สุดของเมืองบางกอกทั้งเรื่องชิม ช็อป เที่ยวมาไว้ที่เดียว รวมของดีของเด่นหายากจากวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันนำสินค้าเด่นของแต่ละท้องถิ่นมารวมไว้ นับเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่หลีกหนีจากการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ทั้งยังมอบบรรยากาศในการพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร โครงการ “บางกอกเวิลด์” ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วและจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการในปี พ.ศ. 2564

ทั้งนี้ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” จะทดลองเปิดตัวในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562 นี้เพื่อต้อนรับเทศกาลปิดภาคเรียนที่จะมาถึง และพร้อมจะพร้อมเปิดตัว “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” อย่างเป็นทางการเป็นทางการในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563

เป็นที่รู้กันว่า กว่าจะมาเป็นสวนสยามในวัย 39 ปีวันนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดแต่ก็สามารถหยัดยืนมาได้ถึงทุกวันนี้ ภายใต้มันสมองและสองมือของผู้ชายที่ชื่อว่า “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” ในฐานะผู้ก่อตั้งสวนสยาม สวนสนุก และสวนน้ำที่มีทะเลเทียมใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้สโลแกน “ทะเลกรุงเทพ”

สยาม อเมซิ่ง ปาร์ค เป็นสวนสนุกและสวนน้ำ ตั้งอยู่ที่ถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว บนเนื้อที่ 300 ไร่ มีจุดเด่นที่ภายในโครงการมีทะเลเทียมขนาดใหญ่ อันเป็นที่มาของฉายาว่า “ทะเลกรุงเทพ” โดยทะเลเทียมแห่งนี้เป็นทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยการรับรองของ Guinness World Records

สยาม อเมซิ่ง ปาร์ค ในชื่อเดิมคือสวนสยามเปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2523 ดำเนินงานโดย บริษัท อมรพันธ์นคร-สวนสยาม จำกัด โดย นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เป็น ประธานกรรมการ แรกเริ่มมีเพียงสวนน้ำภายหลังจึงได้ซื้อเครื่องเล่นเดิมจากสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ที่ได้ปิดกิจการมาให้เปิดบริการ สวนสยามจึงเป็นทั้งสวนน้ำและสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

แต่กว่าจะเป็นเจ้าของอาณาจักรสวนสนุกสวนน้ำอันยิ่งใหญ่ได้ทุกวันนี้ ชีวิตผู้ชายคนนี้ผ่านอุปสรรคและความยากลำบากมาไม่น้อยแต่เขาไม่คิดที่จะถอดใจเดินหน้าปลุกปั้นเรื่อยมา

ไชยวัฒน์ วันนี้ ในวัย 81 ปี เล่าว่า ครอบครัวเป็นคนจีนที่เข้ามาตั้งรกราก วัยเด็กรูปร่างเตี้ยคนจึงเรียกว่า “เด็กชายโอ๊ย” จบแค่ป.4

ชีวิตของเด็ชายโอ๊ยผ่านการทำงานรับจ้างมาสารพัดรุูปแบบทั้งกระเป๋ารถเมล์ รับจ้างค้าขายส่งของทุกอย่างผ่านวัยและเวลาเริ่มเติบใหญ่ จากอาชีพรับจ้างจับพลัดจับผลูจนมาถึงจุดพลิกผันมาเป็นพ่อค้าพันธ์ปลา โดยเปิดบริษัทแรกในชีวิตภายใต้ชื่อ หจก.อมรพันธ์ จำหน่ายพันธ์ปลาต่างๆ  ก็ขายดิบขายดี ฐานะล่ำซำขึ้นเรื่อยๆ

จากอาชีพพ่อค้าพันธ์ปลาไชยวัฒน์ เริ่มคิดการใหญ่ด้วยการขยายไปยังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยการจับธุรกิจเกี่ยวกับที่ดิน ปลุูกบ้าน โชคเข้าข้างก็ขายดีอีกเช่นกันมีเงินระดับพันล้าน

จากแค่ห้างหุ้นส่วนจำกัดเล็กๆ ขยายเป็น บริษัท ช.อมรพันธุ์ กลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ภายใต้ชื่อโครงการอมรพันธุ์ และเธียรสวน พร้อมด้วยศูนย์การค้าอมรพันธุ์ที่สามแยกเกษตร

เมื่อก้าวสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ช.อมรพันธุ์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงสังคม เป็นนักธุรกิจตัวอย่างของสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์ เป็นกรรมการเป็นที่ปรึกษาให้หน่วยงานต่างๆ จนมีหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า หนุ่มจัดสรรที่ดินมีเงินเป็นพันล้านบาท แต่ยังไม่แต่งงาน จากนั้นก็เริ่มมีคนสนใจร่วมลงทุนด้วยมากขึ้น

กระทั่ง ชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพในปัจจุบัน และเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อให้โครงการ ช.อมรพันธุ์โดยตลอด มาบอกว่า มีที่ดิน 1,000 ไร่ ย่านมีนบุรี ให้ไปดูว่าพัฒนาอะไรได้บ้าง

ไชยวัฒน์ ลงทุนไปศึกษาดูงานด้วยตัวเองในต่างประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา จนมาจบที่ญี่ปุ่นโดยได้ไอเดียการทำทะเล แต่ทางนายห้างชาตรีทัดทานเขาจึงลงมือทำธุรกิจนี้เพียงคนเดียวเพราะประกาศต่อสาธารณชนไปแล้วว่าจะทำสวนน้ำ หากไม่ทำจะเสียเครดิต ท้ายที่สุดจึงซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดเดินหน้าโครงการลำพังโดยทำสวนน้ำที่มีทะเลเทียมในกรุงเทพฯ

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำจริงจัง ไชยวัฒน์ทยอยขายบริษัทในเครือเพื่อให้ได้เงินมาลงทุนจนสามารถเปิดสวนน้ำได้ แต่ก็ประสบปัญหาเรื่อยมา เป็นหนี้เป็นสินจำนวนมากกว่า 20 ปี

ไชยวัฒน์ ยอมรับว่า ถ้าเป็นคนอื่นอาจแขวนคอตายไปแล้ว แต่เขาไม่ยอม  ตัดขาดจากสังคม เป็นเหมือนกบจำศีล โดนกะลาครอบไว้ไม่ไปไหน สุดท้ายขายบริษัททั้งหมดไปแล้ว สวนสยามก็ยังไม่ฟื้น ผลการดำเนินงานยังไม่ดี จนถูกธนาคารฟ้องล้มละลาย ก็ต่อสู้กับการฟ้องร้องอีก 10 ปี จนตกลงกันได้ ยอมขายสินทรัพย์ที่เหลือเพื่อใช้หนี้ธนาคาร

หลังชำระหนี้ครบ ไชยวัฒน์ เดินหน้าต่อ กู้เงินจากไทยธนาคารในเวลานั้น 3,000 ล้านบาท ซื้อเครื่องเล่นสวนสนุก 36 ชนิด เปิดเป็นสวนสนุกใหญ่สุดในเอเชีย โดยมีลูกชาย 2 คน ลูกสาวอีก 1 คน มาเสริมทัพธุรกิจ ในที่สุดจึงมีสวนสยามที่เริ่มโตอย่างแข็งแกร่งเช่นวันนี้

ไชยวัฒน์ มีปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่ว่า อะไรก็แล้วแต่ถ้าเราทำงานด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความซื่อสัตย์ เคารพหลักเกณฑ์ ตรงไปตรงมา ทุกอย่างชนะหมด เปรียบเทียบได้ว่าเหล็กแข็งแค่ไหนถ้าเอามาลนไฟก็สามารถตีเป็นมีด เป็นหอกได้ เพราะฉะนั้นต้องใจเย็นๆ

การทำธุรกิจแล้วไม่ล้มละลายไม่มี ต้องซื่อสัตย์อย่างเดียว อย่าคิดโกง เครดิตสำคัญมากเปรียบเสมือนมีเงินหลายหมื่นล้านแต่ถ้าไม่มีเครดิต มีเงินหลายหมื่นล้านก็ไม่มีใครเชื่อถือ

บุรุษผู้สร้างอาณาจักรสวนสยามทิ้งท้ายว่า “ให้ระลึกถึงเสมอว่า สวนสนุกแห่งนี้เด็กป.4ชื่อ”นายโอ๊ย แซ่อึ้ง” เป็นคนสร้าง”

 

 

 

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: