Columnist

‘ปลาเน่า’ จากรัฐสวัสดิการ(ปลอมๆ) ในวิกฤตโควิด

มีปรากฏการณ์ในประเทศไทยที่ไม่คิดว่าเกิดมาชาตินี้จะได้พบได้เห็นที่สำคัญจากการระบาดของไวรัสโควิด-19ซึ่งแน่นอนครับว่ารัฐบาลในฐานะผู้บริหารต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากเป็นผู้นำนโยบายจากการหาเสียงมาใช้ แม้ว่าเมื่อเราย้อนกลับไปแล้วจะพบว่าที่ผ่านมานโยบายของพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ถูกนำพามาใช้ตามที่ได้หาเสียงไว้ ไม่ต่างจาก “เฟคนิวส์” เลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อมีวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิดตั้งแต่ปีที่แล้ว สิ่งที่เป็นจุดอ่อนที่สุดของวิธีการโดยใช้รัฐสวัสดิการนำหน้านั้นได้เผยให้เห็นจุดอ่อนอย่างมากโดยเฉพาะกระบวนการ “ลงทะเบียน”

จริงอยู่ที่บางคนอาจมองว่าไม่ต่างจาก “ประชานิยม” แต่รัฐสวัสดิการนั้นมีความหมายที่สรุปได้ว่าคือการดำเนินงานด้วยการใช้ภาษีมาอุดหนุนเป็นสวัสดิการเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ในปีที่แล้วการแตกตื่นจากราคา “หน้ากากอนามัย” หลังพ่อค้าแม่ขายกักตุนสินค้าจนทำให้ราคาสูงขึ้น เรากลับพบว่ามีผู้กักตุนรายใหญ่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ

ใครจะไปเชื่อว่าปีนี้ “ฟ้าทะลายโจร” จะกลายเป็นสมุนไพรไทยมาแรง แม้ว่าทางเว็บไซต์โรงพยาบาลเพชรเวชจะออกมาให้ความรู้ว่าฟ้าทะลายโจรไม่ได้ป้องกันโควิด-19 แต่ใช้รักษาอาการเบื้องต้นในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง และเน้นย้ำว่าการป้องกันโควิด-19 ที่ดีที่สุดคือการทำตามมาตรการความปลอดภัยทั้งสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างจากผู้อื่น รวมไปถึงการฉีดวัคซีนประสิทธิภาพสูง

แต่อย่างไรก็ตามการปลุกเร้าราคาให้ฟ้าทะลายโจรสูงขึ้นมากกว่าเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อันเป็นผลกระทบจากความสิ้นหวังจากการไม่ได้รับ “วัคซีน” ตามที่รัฐบาลได้กล่าวอ้างถึงมาตรการ “สร้างภูมิต้านทานหมู่”

บทสรุปจากความล้มเหลวในการจัดหาวัคซีนโควิดมาฉีดให้กับประชาชน ทำให้ประชาชนต้องหันไปพึ่งวัคซีนทางเลือก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ประชาชนต้องจ่ายเงินซื้อเอง

ถามว่ารอวัคซีนหลักที่ฉีดฟรีได้หรือไม่ …รัฐบาลต้องมองสภาพความเป็นจริงในสังคมวันนี้จากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อและสถานการณ์ที่โรงพยาบาลไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยว่า คนไทยสมควรรอวัคซีนหลักหรือไม่

#คนละครึ่ง อีกหนึ่งโครงการที่รัฐภูมิใจว่าประชาชนลงทะเบียนกันล้นหลามจนต้องเปิดเฟส 3 ด้วยจำนวน 31 ล้านสิทธิ โดยปัจจุบันมียอดเหลืออีกกว่า 1.29 ล้านสิทธิ หรือมีผู้ลงทะเบียนในเฟสนี้ไปทั้งสิ้น 29,706,911 สิทธิ มาตรการที่ถูกบางคนกระแนะกระแหนว่าเป็นสวัสดิการแบบชิงโชค โดยที่ผู้ได้รับผลประโยชน์กลับไม่ใช่ประชาชน เนื่องจากหากได้รับสิทธิแล้วก็ยังต้องเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อใช้จ่าย เพราะฉะนั้นหากใครไม่มีเงินเติมเข้าไปก็ไม่ได้ใช้สิทธิ

รัฐบาลอาจจะมองได้ว่าเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในวิกฤตโควิดที่มาตรการของรัฐออกมา เช่น ห้ามรับประทานในร้านอาหาร จนปัจจุบันล็อคดาวน์ต้องปิดร้านสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก
ผลกระทบที่ชัดเจนจากโครงการคนละครึ่งในช่วงก่อนและล็อคดาวน์ยังทำให้ไข่ไก่เบอร์ 1 ขาดตลาด
แม่ค้าร้านของชำที่เข้าร่วมโครงการบอกกับผมว่า ไข่ CP ถึงกับหายากกันเลยทีเดียว จากที่เคยขายราคาฟองละ 4 บาท ปัจจุบันราคาขยับสูงขึ้นเป็น 4.50 บาทแล้ว

หมายความว่าวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิดยังทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นด้วย
หากการบริหารทำให้ประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น มาตรการที่รัฐออกมาทำให้สินค้าในตลาดแพงขึ้น

ผมไม่คิดว่านี่จะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นนโยบาย “รัฐสวัสดิการ”

ขอย้อนความจำกลับไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าทำการรัฐประหารด้วยเหตุผลที่ระบุไว้บางข้อว่า

การชุมนุมทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำให้ประชาชนแตกความสามัคคีการบังคับใช้กฎหมายต่อปัญหาข้างต้น บังคับใช้ไม่ได้ทุกกลุ่ม ทำให้เกิดความหวาดระแวง เกลียดชังกันในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง มีการยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง

การบริหารราชการแผ่นดินไม่สามารถกระทำได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ และความทุกข์ของประชาชนและ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันจนต้องมีผู้เสียชีวิ

 

วันนี้เหตุผลที่ คสช.รัฐประหาร กลับไม่ได้ทำให้ข้ออ้างนั้นฟังขึ้นเลย เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในบ้านเมืองกลับแย่กว่าเดิม ความแตกแยกทางการเมืองเลวร้ายและหยาบคายกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศก็พังพินาศ ความเป็นอยู่ของประชาชนแร้นแค้นขัดสน ความปลอดภัยในชีวิตไม่มี สิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับการดูแลจากรัฐก็ย่ำแย่

การบริหารประเทศในสถานการณ์ระบาดโควิดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังทำให้คนไทยต้องเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 3,200 ราย ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

ในระหว่างที่ประชาชนร้องไห้โศกเศร้า รัฐบาลก็ยังออกประกาศออกมาบอกว่าเป็นเพราะประชาชนบางส่วนไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ซึ่งมันน่าเจ็บใจนะครับในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ดูแลป้องกันตัวเองมาอย่างดีตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีคนไทยคนไหนจะคาดคิดมาก่อนว่าชาตินี้จะได้พบได้เจอนะครับ

ผมไม่ได้จะซ้ำเติมความผิดพลาดแต่อย่างใด

เพียงแค่อยากขอร้องว่ารัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบกับความล้มเหลวจากการบริหารประเทศครับ

(โดย :ธนก บังผล)
ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: