Biznews

ปราบชุมนุมฮ่องกง คนไทยร่วมแบน “หลิวอี้เฟย”

เกาะกระแสโชเชียลกับ BizPrompt เช้าวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. มีปมดราม่าติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ บอยคอต “มู่หลาน” ซึ่งเป็นผลงานการแสดงของ  “หลิวอี้เฟย” ดาราชาวจีนที่ก้าวสู่เวทีระดับโลกกับวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเป็นเรื่องแรก

หลังจากภาพยนตร์เรื่อง “มู่หลาน” ที่ดัดแปลงจากการ์ตูนของดิสนีย์ประกาศเลื่อนฉายทั่วโลกแม้จะมีการเปิดรอบปฐมทัศน์ในสหรัฐอเมริกาและได้รับคำชมจากนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่กระแสต่อต้าน “หลิวอี้เฟย” นักแสดงสาวซึ่งมีข่าวว่าว่าเธอให้สัมภาษณ์กับสื่อ สนับสนุนการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

ล่าสุดมีภาพเผยแพร่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ชุมนุมในฮ่องกง และจับกุมชาวฮ่องกงที่ออกมารวมตัวกัน มีภาพการใช้ความรุนแรงโดยตำรวจจับผู้หญิงที่ร่วมชุมนุมกดลงกับพื้น กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที

นั่นทำให้ “หลิวอี้เฟย” กลายเป็นเป้าของการโจมตีระลอกใหม่อีกครั้ง พร้อมกับการปั่นแฮชแท็ก #BoycottMulan เนื่องจากหลิวอี้เฟยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เธอเป็นคนเอเชีย” ซึ่งทำให้ชาวจีนที่เข้าใจว่า เธอหลีกเลี่ยงการพูดถึงชาติกำเนิดที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา หลิวอี้เฟยได้ไปให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Variety โดยเธอตอบคำถามเมื่อถูกให้พูดถึงคติประจำใจของตัวละครมู่หลานว่า “ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และจริงใจต่อครอบครัว” ซึ่งเธอยังบอกว่าเป็นคติประจำใจของตัวเธอด้วยเช่นกัน

“ฉันภูมิใจที่เป็นคนเอเชียค่ะ และฉันก็ภูมิใจที่ได้รับโอกาสจะแสดงความสามารถ ซึ่งฉันจะทำออกมาให้ดีที่สุดค่ะ” หลิวอี้เฟย กล่าว

หลังจากบทสัมภาษณ์ถูกแปลงเป็นคลิปและถูกเผยแพร่ออกเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ก็เริ่มมีกระแสต่อต้านจากชาวจีนทันที บางคนให้ความเห็นผ่านสื่อโซเชียลในประเทศจีนว่า

“ถ้าเธอจะอายที่จะเป็นคนจีนขนาดนั้นละก็ ฉันขอแนะนำให้หลิวอี้เฟยไม่ต้องกลับมาทำมาหากินที่จีนอีกต่อไปเลยก็ดีนะ”

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะแบนผลงานภาพยนตร์ของเธอ ทำให้ชาวจีนที่เคยสนับสนุนหลิวอี้เฟยเพราะออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ยุติการประท้วงในฮ่องกง กลายมาเป็นผู้ต่อต้านในขณะนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เคยมีกระแส #boycottMulan หลังจากมีผู้นำข้อความว่า “ฉันสนับสนุนตำรวจฮ่องกง พวกคุณมาตีฉันได้เลย”

ซึ่งต่อมาได้ถูกพบว่าเป็นคำพูดที่ของนักข่าวที่ชื่อ “ฟู่กั๋วเฮ่า” จากหนังสือพิมพ์ Global Times

ในขณะที่ชาวเน็ตเมืองไทยติดแฮชแท็ก #boycottMulan จนได้รับความนิยมในทวิตเตอร์ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงเช้าของวันนี้ (ก.ค.) โดยกล่าวหาว่าหลิวอี้เฟย เป็นเหมือน “สลิ่มการเมืองในไทย”

ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการะแสต่อต้านก็ยังไม่มีการยืนยันได้ว่าหลิวอี้เฟยเคยให้สัมภาษณ์อย่างที่ตกเป็นข่าวจริงหรือไม่

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: