Columnist

ปรากฏการณ์สื่อ 2017 ไหลตามแบบ Walking Dead

ปรากฏการณ์สื่อ 2017

ไหลตามแบบ Walking Dead

โดย…ธนก บังผล

ในยุคที่สื่อมวลชนผุดขึ้นมาเกลื่อนเมืองเหมือนดอกเห็ด และความเชื่อแบบผิดๆที่ว่า “ใครก็เป็นสื่อได้” ทำให้ระบบการแข่งขันเปลี่ยนจากถูกต้องรอบด้าน มาเน้นความเร็วเพียงอย่างเดียว จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นข่าวขยะได้ในทุกช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์และอินเตอร์เนต

ไม่ใช่เพราะการทำข่าวโทรทัศน์ในปัจจุบันเละ ด้วยสาเหตุจากการเกิดของทีวีดิจิตอลหลายแห่งแข่งขันกันเองเพียงอย่างเดียว ผู้บริหารบางสถานีเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยไม่มีความรู้ความสามารถสร้างวัฒนธรรมแบบ “ของกู” ที่คิดว่า “กูถูก” ขึ้นมา และไม่ยี่หระต่อเรตติ้งที่นิ่งสนิท หลอกตัวเองว่ามาถูกทาง

ปัจจัยจาก “อินเตอร์เน็ต” และโซเชียลมีเดีย ยังทำให้การแข่งขันด้านความเร็วละเลยการตรวจสอบที่ถูกต้องแม่นยำ ละเลยความใส่ใจบนพื้นฐานของจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน

การไหลตามแบบ Walking Dead และการมีอยู่ของ Page Dark ในบริบทการรายงานข่าวของสื่อหลักปัจจุบัน

เทคโนโลยีอาจทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายกว่าในอดีต แต่ในแง่คุณภาพของข่าวกลับลดลงและเป็นไปในทางเดียวกัน เป็นไปในแนวที่ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อสังคม ไม่มีความหลากหลาย ไม่มีความลึก ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งเป็นไปตามกระแส และกระแสนี้กลายเป็นกระแสที่บังคับทิศทางข่าวแบบลวกๆให้ไหลไปในทางเดียวกัน หรือที่เราเรียกกันว่า Walking Dead

คือเมื่อเกิดผีดิบขึ้น 1 ตัว และแพร่ขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ทุกคนแม้กระทั่งสื่อหลักเองกลายเป็นผีดิบตามๆกันไป แต่ยังมีสื่อและคนข่าวจำนวนน้อยมากที่พยายามเอาตัวรอดจากกระแส Walking Dead เพื่อสร้างคอนเทนต์ของตัวเองในเชิงลึก

กรณี Page Dark ในที่นี้หมายถึง “สื่อเถื่อน” เนื่องจากใช้โซเชียลมีเดียเผยแพร่ข่าวสารโดยไม่มีองค์กรวิชาชีพควบคุม ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เผยแพร่ภาพของผู้ต้องหา รวมทั้งมีผู้นำไปแชร์ต่อจนเข้าข่ายละเมิดสิทธิ แต่กลับได้รับความนิยม

สื่อมวลชนย่อมไม่ยินดียินร้ายในสื่อเถื่อน และไม่เคยมีปรากฏว่า ผู้ที่ทำงานด้านข่าว จะยินดี “แชร์” ข้อมูลของสื่อเถื่อนมาก่อน เนื่องจากมีระบบการจ้างงาน ได้เงินเดือน มีบริษัท มีสวัสดิการ มีอุปกรณ์ มีช่องทางสื่อสาร แต่กลับเลือกที่จะแชร์ข้อมูลของสื่อเถื่อน

ซึ่งสามารถทำให้เห็นได้ว่าใครตั้งอยู่บนหลักการของสื่อมวลชน ไม่ใช่ Walking Dead

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็น Walking Dead ฝักใฝ่ในสื่อเถื่อนจะได้ปฏิบัติผิด เพราะไม่มีคำว่าผิดหรือถูกสำหรับรสนิยมการเสพสื่อ

ในการนำเสนอที่อยู่บนความฉาบฉวยของสื่อเถื่อนนั้นย่อมไม่ยั่งยืนยาวนาน เช่นเดียวกับ Walking Dead ที่ละทิ้งวิชาชีพ จริยธรรมสื่อมวลชน ไร้หลักก็อยู่ได้ไม่นาน ถึงอยู่ได้ก็ไร้เกียรติ

วัฒนธรรมนี้ถูกส่งต่อไปยัง “นักข่าว” รุ่นใหม่ๆ ที่อายุการทำงานในวงการสื่อสารมวลชนน้อยกว่า 10 ปี ตีความสำคัญของ “คอนเทนต์” ผิดไป หลงคิดว่า สื่อเถื่อนเป็นแหล่งป้อนข้อมูลเชิงลึก

ซึ่งในความเป็นจริง สื่อหลักที่มีสิทธิทุกประการตามฐานันดร 4 มองข้ามไปว่า สื่อเถื่อนไม่สามารถนัดแหล่งข่าวสัมภาษณ์พิเศษ ไม่สามารถนำข้อมูลที่ได้มาตัดต่อเผยแพร่ได้ในช่องทางที่มีอยู่ แต่นักข่าวรุ่นใหม่กลับชื่นชมและหลงไปกับการเกิดขึ้นมาของสื่อเถื่อน

ถ้าสื่อเถื่อนปราศจากลูกเพจที่คอยป้อนข้อมูลให้ สื่อเถื่อนก็ไม่ต่างอะไรไปจากสื่อง่อย ลอกข่าวชาวบ้าน ใส่ความคิดเห็น ใส่อารมณ์หยาบคายให้คนอื่นมามากดแชร์

ส่วนหนึ่งที่ทำให้สื่อหลักอ่อนแอ คือการเข้ามาทำงานของนักข่าวสมัยใหม่ และการที่ผู้บริหารไม่มีวิสัยทัศน์ จนทำให้หลายคนทำนายไว้ว่าในอนาคตทีวีดิจิตอลจะทยอยล้มหายตายจาก

ถ้าการทำงานที่ผ่านมาตั้งอยู่บนจรรยาบรรณและแข็งแกร่งจริง ทำไมจึงมีคนคิดเช่นนี้

ท่ามกลาง Walking Dead ย่อมมีผู้รอดตายที่พยายามอยู่ดิ้นรนในหนทางที่เหมาะสม ระหว่างที่สื่อมวลชนที่ฝักใฝ่สื่อเถื่อนจะค่อยๆถูกกลืนหายไปกับกระแส

โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรม ที่การนำภาพของผู้ต้องหามาเผยแพร่นั้นเป็นการละเมิดระเบียบข้อตกลงขององค์กรสื่อสารมวลชน

“เปรี้ยวหั่นศพ” ไม่ใช่คดีแรกที่เกิดเหตุการณ์สื่อหลักแชร์สื่อเถื่อน สื่อเถื่อนลอกลูกเพจไม่ให้เครดิต สื่อหลักลดตัวไปแข่งกับสื่อเถื่อนด้านความเร็วโดยไม่อยู่บนจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน

ในอนาคตหากมีใครสักคนพูดถึง “จรรยาบรรณ” นักข่าวคงหัวเราะเยาะใส่ เพราะไม่รู้จัก

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: