BiznewsEat & Travel

บ๊ายบาย “ดุสิตธานี” อีก 3 ปีเจอกัน

เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานสำหรับโรงแรมชั้นนำของประเทศไทยอย่าง ดุสิตธานี หนึ่งในเครือโรงแรมระดับชั้นนำของเอเชีย ที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2492 ในชื่อว่า “โรงแรม ปริ๊นเซส” ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง โดยท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาคณะกรรมการ ความสำเร็จในการดำเนินกิจการโรงแรม ปริ๊นเซสในครั้งนั้นได้สร้างสรรค์เครือโรงแรมชั้นนำสัญชาติไทยขึ้น ซึ่งปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ได้สั่งสมประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีมาเป็นระยะเวลามากกว่า 60 ปีแล้ว

ล่าสุดวันนี้ (5 มกราคม 2562)  ถือเป็นวันสุดท้ายของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยจะมีการปิดปรับปรุงเพื่อสร้างเป็นดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบประสมขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ภายใต้ชื่อ ดุสิต เซนทรัล ปาร์ค เป็นโครงการรูปแบบผสมขนาดใหญ่ (Mixed-use) ประกอบด้วย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่ ,อาคารที่พักอาศัย ,อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก โดยตัวโรงแรมจะเป็นอาคารทรงแหลม รับแรงบันดาลใจจากยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ เริ่มเปิดให้บริการบางส่วนได้ในปี 64 และเสร็จทั้งโครงการภายในปี 65 ใช้งบลงทุนกว่า 36,700 ล้านบาท

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ จัดพิธีส่งแขกที่เข้าพักชุดสุดท้ายประมาณ 340 ห้อง จากทั้งหมด 517 ห้อง พนักงานเกือบทั้งหมดของโรงแรมที่เสร็จภารกิจในการดูแลแขกแล้ว มาเข้าแถวเรียงกันอำลาเป็นครั้งสุดท้าย สร้างความประทับใจกับแขกที่เข้าพัก ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก


สำหรับพนักงานจำนวน 540 ชีวิตจะยังมีงานทำอยู่ โรงแรมดุสิตฯ จะปรับรูปแบบการบริหารไปเป็นแบบโรงแรมที่ไม่มีห้องพัก แบ่งออกเป็น 4 โมเดลธุรกิจ คือ 1.ดุสิตออนดีมาน บริการพนักงานโรงแรมไปช่วยตั้งแต่โรงแรมขนาดใหญ่ ไปจนถึงลูกค้าทั่วไป เนื่องจากมีพนักงานตั้งแต่ เชฟ ผู้ช่วยเชฟ แม่บ้าน และพนักงานเสิร์ฟ /2.ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านบริหารโรงแรม 3. ดุสิต อีเว้นท์ รับจ้างจัดเลี้ยงนอกสถานที่ และดุสิต เฮ้าส์ ให้บริการอาหารตามเมนูของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ตัวอาคารมีความสูง 23 ชั้น นับเป็นอาคารสูงหลังแรกในประเทศไทย และใช้สถาปัตยกรรมแบบไทยเดิมร่วมสมัยที่ออกแบบโดย โยโซะ ชิบาตะ สถาปนิกชาวญี่ปุ่น ในส่วนของชื่อโรงแรมได้ตั้งตามชื่อเมืองจำลองของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อันแปลว่า “เมืองสวรรค์” ซึ่งแต่เดิมพระองค์เคยมีพระราชประสงค์ที่ต้องการจะสร้างเมืองแห่งประชาธิปไตยและให้ชื่อว่าดุสิตธานีนั่นเอง ซึ่งการตั้งชื่อโรงแรมยังเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไปในตัว เนื่องมาจากพื้นที่ตั้งของโรงแรมตั้งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินี และมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ. 2560 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้เปิดดำเนินการให้กับชาวไทยและชาวต่างประเทศมาได้กว่า 47 ปี จนในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 เครือดุสิตธานีได้ประกาศต่อสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นระยะเวลา 30 ปี พร้อมกับระยะเวลาปลอดหนี้อีก 7 ปี และได้รับสิทธิ์ในการเช่าต่อเนื่องอีก 30 ปี รวมทั้งสิ้น 67 ปี

เครือดุสิตธานีจึงประกาศแผนพัฒนาและยกระดับโรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพ ในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงแรมที่เป็นที่นิยมระดับโลก ด้วยการจับมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบผสมขนาดใหญ่ (Mixed-use)ซึ่งประกอบไปด้วย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่ อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก ขึ้นมาทดแทนเพื่อตอบรับต่อการพัฒนาเมืองและย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร

อีก 3 ปีเจอกัน

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: