Columnist

“บิทคอยน์” สกุลเงินเสมือนจริงแห่งอนาคต ?

“บิทคอยน์” สกุลเงินเสมือนจริงแห่งอนาคต ?

โดย…ธนก บังผล

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ยินคำว่า “บิทคอยน์” Bitcoin ทั้งจากในสื่อโทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต พยายามทำความเข้าใจอยู่นานมาก ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากมันค่อนข้างจะอธิบายได้ยากถึงเงินเสมือนจริงที่ไม่มีตัวตน แต่สามารถซื้อของได้ อีกทั้งราคาพุ่งสูงขึ้นมากนับตั้งแต่บิทคอยน์ได้ถือกำเนิดขึ้นมา การเติบโตอย่างรวดเร็ว

มีนาคม 2553 1 bitcoin : น้อยกว่า 1 เซ็นต์สหรัฐ จนกระทั่งข้อมูลเมื่อ10 พฤศจิกายน 2560 1 bitcoin : 7,600 USD

กล่าวกันว่า เดือนพฤษภาคม 2553 โปรแกรมเมอร์ซอฟต์แวร์ในสหรัฐฯ เสนอให้ 10,000 บิทคอยน์ เพื่อซื้อพิซซ่า 2 ถาดกับเจ้าของร้านพิซซ่า ผ่านทรัมป์ไดรฟ์ หลังจากนั้นเจ้าของร้านซึ่งงงๆกับผู้ซื้อพิซซ่า ก็ไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งมีข่าวเรื่องบิทคอยน์ เขาจึงจำได้และโชคดีที่ทรัมป์ไดรฟ์นั้นยังอยู่ เมื่อเขาเอาไปขึ้นเงินก็พบว่ามันเป็นเงินมหาศาล ต่อมาเขาเลยเปิดร้านพิซซ่าให้โปรแกรมเมอร์กินฟรีทุกคน ราคาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560: จำนวน 10,000 บิทคอยน์ได้พุ่งสูงมีมูลค่า เทียบเท่าพิซซ่า 4.6 ล้านถาด

ด้าน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เดือนตุลาคม 2560 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบิทคอยน์มีมากกว่า 1 พันล้านดอลล่าห์สหรัฐ

ในขณะที่ประเทศไทยราคาพุ่งสูงถึง 1 แสนบาทต่อ 1 บิทคอยน์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2017 เวลา 10 โมง 50 นาที โดยคิดเป็นเงินดอลลาร์ประมาณ 2,920 ดอลลาร์ ซึ่งนำหน้าราคาตลาดโลกอยู่ที่ 2,536 ดอลลาร์

เงินเสมือนจริงจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับโลกในอนาคตได้จริงหรือไม่ อีกทั้งความฝันที่วันหนึ่งโลกจะไม่ใช้เงินและธนบัตร จะเป็นเรื่องไกลเกินไปหรือไม่ ผมต้องขออนุญาตนำข้อมูลจากเว็บไซต์สยามบล็อกเชน มาให้ผู้อ่านที่สนใจลองมาทำความรู้จักกับบิทคอยน์กันครับ

บิทคอยน์ (B TC) คือสกุลเงินในรูปแบบของดิจิทัล หรือที่เรียกว่าสกุลเงินเสมือนจริง ( Virtual Currency ) ที่เอาไว้ใช้ในการทำธุรกรรมบนโลกออนไลน์ เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ

เงินเสมือนจริง ถูกสร้างขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญเงินบาท บิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆกลุ่มหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ๆทั่วโลก โดยระบบของบิทคอยน์ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์

บิทคอยน์ถือเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ถูกเรียกว่าคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency) ด้วยการมีอยู่ของระบบบิทคอยน์ โพรโตคอล ซึ่งเปรียบเสมือนกับผู้คุมกฎแห่งเครือข่ายบิทคอยน์ ได้กล่าวไว้ว่าบิทคอยน์จะสามารถที่จะถูกผลิตขึ้นมาได้เพียงแค่ 21 ล้านบิทคอยน์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามบิทคอยน์สามารถที่จะถูกแบ่งออกเป็นจำนวนย่อยๆได้ โดยหน่วยที่เล็กที่สุดของบิทคอยน์คิดเป็นหนึ่งร้อยล้านต่อ 1บิทคอยน์ โดยหน่วยนี้ถูกเรียกว่า “ซาโตชิ” เพื่อเป็นเกียรติให้กับ“ซาโตชิ นากาโมโต้” ผู้สร้างซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นนั่นเอง และเป็นคนเดียวกับที่เสนอบิทคอยน์จำนวน 10,000 บิทคอยน์เพื่อแลกกับพิซซ่า 2 ถาด เนื่องจากวันนั้นเขาหิวข้าวและไม่มีเงิน

หน่วยเงินที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นมักจะถูกนำมาผูกติดกับราคาของทองหรือเงิน โดยทฤษฎีแล้ว ถ้าเดินไปซื้อทองที่ร้านทองด้วยเงินบาท เราสามารถซื้อทองกลับบ้านได้ แต่สำหรับบิทคอยน์ นั้นไม่ได้ถูกอ้างอิงกับทอง แต่ถูกอ้างอิงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์

ผู้คนทั่วโลกกำลังใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการถอดสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อผลิตบิทคอยน์ โดยสูตรทางคณิตศาสตร์เหล่านี้มีอยู่ให้หาได้แบบไม่คิดเงิน ทำให้แม้แต่คุณก็สามารถเข้าไปตรวจเช็คได้แบบฟรีๆ โดยซอฟต์แวร์ที่ว่านั้นเป็นระบบ open source แปลว่าทุกคนสามารถที่จะตรวจสอบความโปร่งใสได้

บิทคอยน์ มีความพิเศษในตัวมันเองที่ทำให้แม้แต่ค่าเงินของรัฐบาลก็ไม่อาจเลียนแบบได้เครือข่ายของบิทคอยน์ ไม่ได้ถูกควบคุมโดยศูนย์กลางที่ไหนหรือใครคนใดคนหนึ่ง เครื่องขุดบิทคอยน์ทุกๆเครื่องมีส่วนช่วยในการทำธุรกรรมในการจ่ายเงินของบิทคอยน์ และเครื่องขุดเหล่านี้ทำงานด้วยกันทั่วโลก ซึ่งแปลว่าในทางทฤษฎีแล้ว ทางรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจไม่สามารถที่จะเข้ามายึดหรือสั่งทำลายเครื่องขุดบิทคอยน์ เพียงเพื่อหวังให้ระบบเครือข่ายของบิทคอยน์ ล่มสลายได้ หรือแม้แต่พยายามที่จะยึดเอาบิทคอยน์มาเป็นของตัวเองแบบที่ธนาคารกลางแห่งยุโรปเคยพยายามลองทำมาแล้วที่ประเทศไซปรัส ในปี 2013 แต่ก็ล้มเหลว ประเด็นคือถ้าอยากจะทำลายบิทคอยน์ให้หมดไปจากโลกนี้ ทางรัฐบาลอาจต้องไล่ทำลายเครื่องขุดบิทคอยน์ ที่มีกระจายไปอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

ในขณะที่ ธนาคารส่วนใหญ่มักจะพยายามหลอกล่อและเชิญให้คุณมาเปิดบัญชีธนาคารที่มีขั้นตอนการเปิดที่ยุ่งยาก ลืมเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อการค้าขายแบบง่ายๆไปได้เลย เพราะการเปิดใช้งานกระเป๋าบิทคอยน์สามารถที่จะทำให้เสร็จได้ง่ายในระดับวินาที ไม่มีคำถามมาถามให้กวนใจ และไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น

และเนื่องจากผู้ใช้งานสามารถที่จะถือบัญชีบิทคอยน์ได้ทีละหลายๆบัญชี และบัญชีเหล่านั้นก็ไม่ได้มีชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของคุณมาเชื่อมกับมัน แต่มันโปร่งใสแบบ 100% รายละเอียดการเก็บบิทคอยน์นั้นละเอียดในระดับถึงขั้นที่สามารถตรวจจับไปจนถึงการโอนครั้งแรกตั้งแต่มีบิทคอยน์มาเลยทีเดียว โดยสมุดบัญชีการโอนของบิทคอยน์ นั้นเราจะเรียกมันว่าบล็อกเชน (Blockchain) โดยบล็อกเชนที่ว่านี้จะเปรียบเสมือนสมุดบัญชีธนาคารกลางที่สามารถบอกการเคลื่อนไหวของบัญชีบิทคอยน์ทั่วโลก

ถ้าหากคุณมีบัญชี บิทคอยน์ที่เคยใช้ส่งหรือรับบิทคอยน์ ทุกคนสามารถที่จะเข้ามาตรวจได้ว่าแต่ละบัญชีเคยมีการเคลื่อนไหวของจำนวน บิทคอยน์เข้าออกมาแล้วกี่บิทคอยน์แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าอันไหนเป็นของคุณ

มีเทคนิคที่ผู้ใช้บิทคอยน์บางคนนำมาแนะเพื่อเพิ่มความไร้ตัวตนให้คุณด้วยการไม่ใช้กระเป๋าเงินบิทคอยน์ ใบเดียวตลอดหลายๆครั้ง และการโอนบิทคอยน์ ไปทีละเยอะๆกระจายๆไปทีละหลายๆกระเป๋า

นอกจากนี้ยังไร้ในค่าธรรมเนียมในการโอนบิทคอยน์ การโอนที่รวดเร็วมาก คุณสามารถที่จะส่งบิทคอยน์ ไปหาใครก็ได้บนโลกนี้โดยบิทคอยน์ ที่คุณส่งข้ามโลกไปหาอีกคนนั้น จะไปปรากฏที่กระเป๋าเงินของเขาในระดับนาที

สรุปคือบิทคอยน์ นั้นมีข้อดีที่มากอยู่พอสมควรในทางทฤษฎี

ปัจจุบัน ตลาดการแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ในประเทศไทยเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น และมีผู้ให้บริการหลายๆที่เปิดตัวกันมามากขึ้น ทำให้ตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคนั้นก็มีเยอะขึ้นตาม ผู้สนใจสามารถติดตามเข้าไปอ่านได้ใน เว็บไซท์ สยามบล็อกเชน ซึ่งอ้างอิงมาจาก CoinDesk

อย่างไรก็ตาม บิทคอยน์ยังคงเป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับคนไทย ซึ่งในต่างประเทศเองก็ยังมีความเสี่ยงอยู่สูง แต่ระบบการเงินในรูปแบบดิจิตอลนั้น อีกไม่นานอาจจะเข้ามาแทนที่ค่าเงินที่เราใช้อยู่บนโลกนี้

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: