Foreign news

นายกฯ จีนย้ำ ‘อาเซียน’ คือคู่ค้ารายใหญ่สุดของจีน

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (12 พ.ย.) หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนได้ย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่แน่นแฟ้นและมั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมกล่าวว่าอาเซียนได้กลายมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน ขณะร่วมการประชุมผู้นำจีน-อาเซียนครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีผ่านวิดีโอลิงก์

เขากล่าวว่าเมื่อต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างไม่คาดคิดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จีนและอาเซียนได้ร่วมมือกันต่อสู้กับไวรัส ยกระดับความร่วมมือ และแบ่งปันประสบการณ์ในการควบคุมการแพร่ระบาด

หลี่กล่าวว่าจีนและอาเซียนเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เปิด “ทางด่วน” และ “ช่องทางสีเขียว” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การเคลื่อนที่ของผู้คนและสินค้า และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมเสริมว่าแม้ต้องเจอกับการค้าโลกที่หดตัวลง เศรษฐกิจถดถอย และการเดินทางที่หยุดชะงักอย่างรุนแรง ทว่าการค้าสองทางระหว่างจีน-อาเซียนยังคงเพิ่มขึ้นช่วงสามไตรมาสแรก อีกทั้งการลงทุนของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียนยังเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 70 เมื่อเทียบปีต่อปี

 

หลี่เน้นย้ำว่าการทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานของจีนและอาเซียนเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังแรงผลักดันที่แข็งแกร่งของความร่วมมือจีน-อาเซียน และบทบาทสำคัญของความร่วมมือจีน-อาเซียน ในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

ทั้งสองฝ่ายได้เดินตามเส้นทางแห่งความสมัครสมานและการพัฒนามาโดยตลอด ด้วยการรักษาความเป็นเพื่อนบ้านและมิตรภาพอันดี หลี่กล่าวพร้อมเสริมว่าในโมงยามแห่งความทุกข์ยาก ตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินสองครั้งจนถึงภัยธรรมชาติครั้งใหญ่เช่นสึนามิและโรคซาร์ส รวมถึงการจู่โจมอย่างกะทันหันของโรคโควิด-19 ทั้งสองฝ่ายต่างยืนหยัดเคียงข้างและดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด

นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่าความร่วมมือจีน-อาเซียนนั้นมีลักษณะเปิดกว้างและไม่แบ่งแยกและส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่าย
ทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นว่าการพัฒนาของอีกฝ่ายคือโอกาสอันสำคัญ จึงได้ประสานแผนพัฒนาและเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน พร้อมทั้งสนับสนุนระบบพหุภาคีและการค้าเสรี หลี่กล่าวเสริมว่าความพยายามร่วมกันเหล่านี้ไม่เพียงเอื้อต่อการพัฒนาของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งแก่การพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่นคงของภูมิภาคและพื้นที่อื่นๆ ด้วย

สุดท้ายนี้ หลี่ชี้ว่าสันติภาพและเสถียรภาพเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาและความมั่งคั่ง โดยกล่าวว่า “จีนและอาเซียนเชื่อว่านานาประเทศควรเคารพซึ่งกันและกัน แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง แก้ปัญหาความแตกต่างและยุติข้อพิพาทผ่านการปรึกษาหารืออย่างเป็นมิตร ซึ่งพันธสัญญาร่วมกันเช่นนี้นั่นเองที่ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: