Biz PR

‘ท็อปส์’ประสาน 4 ฝ่าย ยก’สุรินทร์โมเดล’ต้นแบบ ทางรอดช่วยเกษตรกรไทย

บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กลุ่มธุรกิจฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประสานความร่วมมือ 4 ฝ่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเกษตร และ ภาคประชาชน ชูตลาดจริงใจ Farmers’ Market สู่ยุทธศาสตร์โมเดลต้นแบบ  

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มศักยภาพกลุ่มเกษตรกรไทย  ผ่านมาตรการสร้างอาชีพ เสริมรายได้ เติบโตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์มุ่งเน้นความรับผิดชอบสังคม ตามนโยบายกลุ่มเซ็นทรัล ตั้งเป้าสิ้นปี 2563 เปิดตลาดจริงใจ Farmers’ Market ครบ 29 สาขา ครอบคลุม 27 จังหวัด ภายใต้แนวคิด “สุขใจ ภูมิใจ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”  ล่าสุดเปิดอย่างเป็นทางการพร้อมกัน  3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี  สุรินทร์ และ ลำปาง พร้อมยกตลาดจริงใจ Farmers’ Market จังหวัดสุรินทร์ เป็นโมเดลต้นแบบ ยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เกษตรอินทรีย์

 

นางสาวเมทินี พิศุทธิ์สินธพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ กลุ่มเซ็นทรัลและท็อปส์เปิดตลาดจริงใจ Farmers’ Market แห่งแรกเมื่อปี 2561 ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี เป็นตลาดชุมชนรูปแบบใหม่ให้เกษตรกรมาจำหน่ายสินค้า มุ่งเน้นผักผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน ปัจจุบันเปิดตลาดไปแล้ว 18 สาขา ใน 16 จังหวัด  พร้อมตั้งเป้าสิ้นปี 2563 จะขยายตลาดจริงใจ Farmers’ Market  ครบ 29 สาขา ครอบคลุม 27 จังหวัด โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤติการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบให้เกษตรกรขาดรายได้และขาดช่องทางจำหน่ายสินค้า

 

ตลาดจริงใจ Farmers’ Market มิตรแท้ที่ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน  และในเดือนมิถุนายน เราเปิดตลาดอย่างเป็นทางการพร้อมกัน  3 สาขา ได้แก่ สาขาโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จ.กาญจนบุรี, สาขาโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จ.สุรินทร์, และสาขาเซ็นทรัลพลาซา จ.ลำปาง ในรูปแบบ New Normal เน้นย้ำมาตรการปกป้องความปลอดภัยทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย โดยตลาดจริงใจแต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำกัน  ทั้งผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ของดีขึ้นชื่อ ผัก ผลไม้ ได้แก่

 

 ตลาดจริงใจ กาญจนบุรี มีแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นพื้นที่ราบลุ่มลำน้ำแควน้อย แควใหญ่ มีดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตอร่อยมีเอกลักษณ์ เช่น ทุเรียน เงาะ ใน อ.ทองผาภูมิ และเป็นแหล่งเห็ดโคนธรรมชาติขึ้นชื่อ ซึ่งภายในตลาดมีเกษตรกรจาก 11 ชุมชน 52 ตำบล 13 อำเภอ นำสินค้าของดีประจำจังหวัดมาจำหน่าย อาทิ ทุเรียนทองผาภูมิ, มะม่วงน้ำดอกไม้, สับปะรดปัตตาเวีย, ข้าวหอมกาญจน์, เห็ดโคนธรรมชาติ เป็นต้น

ตลาดจริงใจ สุรินทร์ มีพันธุ์ข้าวพื้นบ้านหลากหลาย เป็นแหล่งผลิตข้าวและปลูกข้าวอินทรีย์แหล่งใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกำหนดให้เกษตรอินทรีย์เป็นยุทธศาสตร์จังหวัด ภายในตลาดมีเกษตรกรจาก 12 ชุมชน 25 ตำบล 9 อำเภอ นำสินค้าของดีประจำจังหวัดมาจำหน่าย อาทิ ผักพื้นบ้านจาก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารพืชผักบ้านสำโรง, ข้าวปกาอำปึล-ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (สินค้า GI) โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่คอโค, เนื้อวัววากิวจากสบายใจ  พรีเมี่ยมบีฟ, หมูหลุมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมแบบครบวงจร, กุนเชียง, กาละแม, มะพร้าวน้ำหวาน, ขนุนพันธุ์ไทยเหรีญบาท, แตงโมโกลเด้นคิง, บักแงว, เห็ดจากฟางข้าว (สินค้า GI) เป็นต้น

 

 ตลาดจริงใจ ลำปาง แม้จะเป็นเมืองรถม้า แต่ก็มีสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่โดดเด่นขึ้นชื่อจากเกษตรกร 7 ชุมชน 22 ตำบล 7 อำเภอ มาจำหน่าย อาทิ สับปะรดภูงาวจากกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดลำปาง(สวนภูมิคำ), ผักสลัดสุขใจฟาร์ม,  ข้าวหอมใบเตยลำปางวิสาหกิจชุมชนแววมณี, ข้าวแต๋นน้ำแตงโมวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านทุ่งม่านเหนือเป็นต้น

โดยเฉพาะตลาดจริงใจ Farmers’ Market  จังหวัดสุรินทร์ ได้ถูกหยิบยกเป็นโมเดลต้นแบบรับยุทธศาสตร์จังหวัด ยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานรัฐและเกษตรกรในพื้นที่

ตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายในตลาดจริงใจ Farmers’ Market  

นายโฆษิต  แสวงสุข ประธานกลุ่มกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารพืชผักบ้านสำโรง ซึ่งปัจจุบันยกระดับศักยภาพของกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท จำกัด แต่เดิมเกษตรกรในพื้นที่กว่า 80 ครัวเรือน ประสบปัยหาราคาผลผลิตตกต่ำ ในปี 2558 จึงได้รวมตัวจัดตั้งกลุ่มเพื่อทำการเกษตรปลอดสารจนสามารถพลิกฟื้นแปลงเกษตรกว่า 45 ไร่ปลูกพืชผักที่ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (ระยะปรับเปลี่ยน) และนำมาขายในชุมชน ร้านอาหาร โรงเรียนในจังหวัด จนกระทั่งสถานการณ์โควิด -19 เมื่อสถานที่ที่เคยส่งต้องปิดชั่วคราวทำให้ผลผลิตไม่มีช่องทางระบาย จนกระทั่งได้รับโอกาสจากท็อปส์ มาร์เก็ต สุรินทร์ เปิดพื้นที่พิเศษให้นำสินค้ามาจำหน่าย และล่าสุดคือการเปิดตลาดจริงใจ Farmers’Market ซึ่งเป็นตลาดชุมชนถาวร ทำให้สมาชิกในกลุ่มดีใจมากเพราะจะได้มีช่องทางที่ดีขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรงและ ตั้งเป้าภายในระยะเวลา 5 ปีตำบลหนองสนิทจะเป็นพื้นที่ปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งตำบล และจะสามารถส่งสินค้าออกไปจำหน่ายในร้านท็อปส์สาขาอื่นๆ อีกด้วย

อารีย์ เฉลยสุข เจ้าของสวน Wild Rabbit  อดีตข้าราชการผู้บริหารเรือนจำ ทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสารมานานกว่า 20 ปี บนพื้นที่ 200 ไร่ รู้สึกดีใจมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้นำสินค้าเข้ามาขายในห้าง เป็นช่องทางใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนขอบคุณท็อปส์ที่เปิดโอกาสเพราะได้ช่วยเหลือสมาชิกในไร่อีกมากมาย อยากให้คนในจังหวัดได้บริโภคของดีในจังหวัดตนเองสำหรับผลผลิตไฮไลท์ของสวนคือทุเรียนหมอนทองทองผาภูมิอินทรีย์ จุดเด่นคือเนื้อละเอียด กลิ่นไม่ฉุน แก๊สน้อย รสชาติหวานมัน และเงาะทองผาภูมิ ลักษณะพิเศษคือลูกไม่ใหญ่ มีความกรอบ หวาน ไม่มีน้ำแฉะ ใครชิมต้องติดใจ เนื่องจากดินบนพื้นที่ทองผาภูมิจะมีโปแทสเซียมสูง จึงทำให้ผลไม้ทุกชนิดมีความอร่อย และน้ำมาจากเทือกเขาตะนาวศรี เป็นน้ำที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ และมี มะนาวเลม่อน สามารถทานเปลือกได้ ไม่ขม รสชาติไม่เปรี้ยวจัด ซึ่งท็อปส์จะนำไปจำหน่ายในสาขาอื่น ๆ ด้วย

จันทร์แรม พุทธเสน เจ้าของไร่ธัญวลัย ต.ห้วยกระเจ้า อ.ห้วยกระเจ้า กล่าวว่า “เมื่อก่อนเป็นพนักงานบริษัทแต่เมื่อคุณพ่อมีปัญหาด้านสุขภาพจึงกลับมาประกอบอาชีพทางการเกษตร และดูแลพ่อแม่ ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเกษตรมาแล้ว 4 ปี มีพื้นที่ 12 ไร่ ผลผลิตที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่ไร่คือ ไข่ไก่อินทรีย์ ไข่เป็ดอินทรีย์ ของเราจะแตกต่างจากที่อื่นคือเราใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทั้งหมดมาเป็นอาหารไก่, เป็ด ไม่ใช้สารเร่งสี และผลผลิตอีกอย่างคือบัตเตอร์นัท ความเด่นคือมีรสชาติมัน เนื้อแน่นหนึบ ไม่แข็ง สามารถนำไปประกอบอาหาร หรือทำขนมก็อร่อย การที่เรานำผลผลิตมาขายที่ตลาดจริงใจก็จะทำให้ไร่ธัญวลัยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นค่ะและทำให้เรามีช่องทางการขายที่ดีขึ้นอีกด้วย”

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: