BiznewsColumnist

ถ้า”หนังไทย” จะไปถึงรางวัลออสการ์

ถ้า”หนังไทย” จะไปถึงรางวัลออสการ์

‘ธนก บังผล’

ภาพยนตร์เรื่อง​ Parasite​ (ชนชั้นปรสิต)​ จากประเทศเกาหลีใต้​สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม​ ในการประกาศผลรางวัลออสการ์​ ปี2020​ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่​ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ภาษาอังกฤษที่ได้รางวัลนี้
คอหนังทราบกันดีครับว่ารางวัลออสการ์แต่ละปีนั้น​ ถ้าไม่เจ๋งจริงก็กระเด็นตกแรกตั้งแต่ส่งไปประกวดเลย​ เพราะนี่คือการการันตีผลงานภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซระดับโลก​ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่​ 92

Parasite​ ไม่ใช่แค่ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมนะครับ​ แต่ยังได้​ ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และ​ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม

 

 

4​ สาขาบนเวทีออสการ์​ ผลงานการผลิตจากเกาหลีใต้​ จึงทำให้​ Parasite​ ได้รับความสนใจจากคนทั้งโลก​ โดยเฉพาะคอหนังที่ชอบเสพงานคลาสสิค

Parasite กำกับโดย​ บอง​ จุน​ โฮ​ ที่เคยมีผลงานมาแล้วเช่น​ The Host, Snowpiercer, Mother, Okja ก่อนหน้านี้ก็เคยสร้างประวัติศาสตร์​ เป็นภาพยนตร์จากประเทศเกาหลีใต้เรื่องแรก ที่สามารถคว้ารางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) ครั้งที่ 72 ณ​ ประเทศฝรั่งเศส​ มาแล้ว​ ซึ่งเข้าฉายในไทยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ปีที่แล้ว

ทำไม​ Parasite​ ถึงโดดเด่นบนภาพยนตร์ระดับโลก​ คำตอบคือพล็อตเรื่องที่นำเอา​ความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมเกาหลีใต้​มาเค้นอารมณ์​ ตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบ

และอารมณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่สะท้อนชนชั้นของคนในเกาหลีใต้​จนถึงขนาดที่ว่าคนละชนชั้นกลิ่นตัวต่างกัน​ ทำให้​ Joker​ ที่เข้าชิงมากที่สุด​ 11​ สาขาก็ต้องยอม

ส่วนประเทศไทยเองก็ส่งภาพยนตร์เข้าประกวดด้วยเช่นกันครับ​ เรื่อง​ “แสงกระสือ”

 

ส่วนตัวผมเองจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ดูหนังไทยในโรงนั้นเมื่อไหร่​ ไม่ได้ใจดำถึงกับไม่อุดหนุน​ แต่หลังจากกัดฟันฝืนไปแล้วหลายๆครั้ง​ ผมก็ไม่ได้สังเกตุว่าวงการภาพยนตร์ของไทยเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือไม่

ในฐานะที่สมัยยังวัยรุ่น​ ช่วง 20​ ปีที่แล้ว​ผมหมกมุ่นกับภาพยนตร์เป็นอย่างมาก​ ทั้งซื้อหนังสือมาอ่าน​ สะสมแฮนด์บิล​ มีโปสเตอร์หนังมากมาย​ หลงถึงขั้นส่งจดหมายตอบคำถามเพื่อร่วมชิงรางวัลของแจกจากภาพยนตร์ต่างประเทศ

ผมคงไม่โทษผู้อำนวยการสร้าง​ หรือผู้ผลิตหนังไทย​ เพราะแม้แต่ละครก็ยังรีเมคบ้าง​ รีรันบ้าง​ อะไรเคยดังคนไทยก็ติดอย่างนั้น​ ในขณะที่คนดูก็พร้อมจะอินกับฉากเข้าพระเข้านาง​ หรือไม่ก็ตบแหลกแย่งพระเอก​

สภาพสังคมของไทยอาจยัดเยียดความน้ำเน่าเข้าเส้นเลือดโดยที่เราไม่รู้ตัว

เมื่อเจอหนัง​ เจอซีรี่ย์เกาหลีเข้าไป​… เป็นไงครับ​ บางคนถึงกับอดหลับอดอดนอนกันเลย

เราเห็น​ เราดู​ เราอิน​ แต่เราไม่สน​ ไม่คิด​ ไม่สร้าง​

พระเอกนางเอกของไทยต้องหล่อต้องสวยตามกระแสค่าตัวสุดแพงแต่แสดงเหมือนเอาหลักกิโลม่าตั้ง​ ทั้งๆที่นักแสดงคุณภาพมีอยู่มากมาย​ แต่อายุ​ 30​ แสดงเป็นพ่อ​ พออายุ​ 40​ เอามาย้อมผมเป็นปู่แล้ว​

ทิ้งคุณภาพของนักแสดงให้เสียของแล้วเอาความสวยๆสดๆไร้เสน่ห์มาขาย​

ผู้กำกับเก่งๆของเราต้องไปสร้างชื่อต่างประเทศ

ในขณะที่ใครก็ไม่รู้ที่ได้เงินไปสร้างหนังยังไปชวนกุ๊ยข้างถนนที่เป็นไวรัลในโซเชียลมาแสดงเพราะคิดว่าจะทำเงิน
ทำให้ผู้กำกับและนักเขียนบทคนเก่งๆส่วนหนึ่งไม่สนใจวงการหนังไทยไปโดยปริยาย​

เรายังมีหนังผีที่เอาตลกมาเล่นกันอยู่หรือเปล่าครับ​ อารมณ์เหมือนได้ดูหนังกำลังภายในของจีนเมื่อสัก30ปีที่แล้วเลย

 

ถ้าเราจะไปออสการ์​ ต้องไม่ใช่แค่​ “แก้ม​ เดอะสตาร์” ที่ได้รับเชิญไปร้องเพลงในงานภาพยนตร์​ แล้วก็ภาคภูมิใจเพราะสามารถไปเดินพรมแดง

ใช่ครับ​ น้องแก้มนั้นความสามารถของเธอได้รับการยอมรับระดับอินเตอร์​ เธอจึงคู่ควรทุกประการที่ต่างประเทศจะหาใครสักคนไปโชว์พลังเสียง

น้องแก้มไปได้ทุกงานบนโลกใบนี้ครับ

แต่นี่มันงานประกาศผลภาพยนตร์​ มันก็อดคิดไม่ได้ว่าแล้วหนังไทยละครับเมื่อไหร่จะโกอินเตอร์บ้างเสียที​ ​

บอง​ จุน​ โฮ​ ผู้กำกับหนังชาวเกาหลีใต้​ ซึ่งสร้าง​ Parasite​ ดังทั่วโลก​ พูดไว้ว่า
“สมัยที่ผมเรียนภาพยนตร์มีคำกล่าวหนึ่งที่ฝังลึกลงไปในใจของผมซึ่งนั่นก็คือ สิ่งที่เฉพาะตัวที่สุดก็คือสิ่งที่สร้างสรรค์ที่สุด ซึ่งกล่าวโดยมาร์ติน สกอร์เซซี่ผู้ยิ่งใหญ่”

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: