Foreign news

ถ้า’ทรัมป์’ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี เศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร!

การเลือกตั้งสหรัฐ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะไม่ว่าใครได้เป็นประธานาธิบดี การดำเนินนโยบายต่อจากนี้จะส่งผลกระทบไปทั่วโลกในฐานะประเทศมหาอำนาจ เห็นได้จากสี่ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ
วิเคราะห์กันว่า ธุรกิจและเศรษฐกิจโลกต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าทรัมป์ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี  โดย
อ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ประธานหลักสูตร Master in Branding and Marketing (English) Chulalongkorn Business School  มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล ผู้ประกาศข่าว TNN ช่อง 16รายการ #BizGenius  ออกอากาศวันจันทร์ 16.30 น. FM 101.5 MHz

 

อ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กล่าวว่า  ในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา ขณะที่ทรัมป์นั่งตำแหน่งประธานาธิบดีส่งผลกระทบต่อโลกมากมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกำแพงภาษี หลายประเทศที่ไม่สามารถฝ่าไปได้ก็ต้องนำสินค้ามาลงที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งฮับคือ ไทยแลนด์ จริงอยู่ภาคการขนส่งได้ประโยชน์ แต่บางสินค้าก็โดนสินค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่สนนราคาถูกกว่าอย่างมากเล่นงาน การเพิ่มระมัดระวังเรื่องบุคลากรคนไปทำงาน การเดินทางไม่ได้ บุคลากรไหลเข้า ไหลออก

ที่เห็นชัดเจนคือ แบรนด์หัวเว่ย  (Huawei) ไปต่อไม่ง้อจริงๆ ประกาศตัด แอนดรอยด์ (Android) ของ กูเกิล (Google) และเตรียมใช้ HarmonyOS ในสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อื่นๆ ในปีหน้า

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประกาศในงานประชุมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประจำปี ที่ประเทศจีนว่า จะนำระบบปฏิบัติการ Harmony 2.0 มาใช้ติดตั้งในอุปกรณ์ของหัวเว่ยในปีหน้า หลังจากที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไม่เพียงใช้ในสมาร์ทโฟน แต่ยังติดตั้งในสมาร์ทวอชต์ แล็ปท็อปอีกด้วย โดยหัวเว่ยจะเปิดเวอร์ชัน Beta ให้นักพัฒนาได้ทดสอบในผลิตภัณฑ์สมาร์ททีวี สมาร์ทวอชต์ และระบบในรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. และมีแผนจะเปิดให้ทดสอบในสมาร์ทโฟนเดือนธันวาคมนี้

งานนี้ถือเป็นวิธีหนึ่งในการฮึดสู้ โต้กลับของหัวเว่ย ที่อาจส่งผลต่อสินค้าบริการจากสหรัฐอเมริกา อย่างกูเกิล หลังจากสหรัฐอเมริกาขึ้นบันชีดำทางการค้า ห้ามบริษัทสหรัฐอเมริกาทำธุรกิจ หรือสนับสนุนกับหัวเว่ยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และลุกลามไปอีกบางประเทศในยุโรปที่แบนหัวเว่ย ที่จะทำให้หัวเว่ยเสี่ยงมียอดขายลดลง แต่การแก้เกมนี้จะมีรายได้จากในประเทศจีนเองมากขึ้น โดยปีที่แล้ว หัวเว่ย มียอดขายทั่วโลก 240 ล้านเครื่อง เป็นอันดับ 2 รองจากซัมซุง.

อย่างไรก็ตาม   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้  มีโอกาสออก 3 หน้า คือ 1 ทรัมป์แพ้ และยอมรับกติกา 2 ทรัมป์แพ้ แต่ไม่ยอมรับ  3  โจ ไบเดน แพ้ ซึ่งเป็นไปได้ยากหน่อย

 

ทั้งนี้  อะไรก็เกิดขึ้นได้กับทรัมป์ ว่าจะสามารถยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่  ในกรณีที่แพ้แล้วยอมรับ  น่าสนใจเพราะนโยบายจะเปลี่ยนไปอย่างมาก  การดำเนินธุรกิจแบบผูกขาดการแข่งขันจะหายไป แต่จะนำระบบพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจจะเกิดขึ้นแทนที่ รูปแบบการทำธุรกิจจะเอื้อประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โลกจะสงบมากขึ้น เพราะระบบของไบเดนเป็นระบบเดียวกับที่อดีตประธานธิบดีมารัคโอบามาใช้มาก่อน

นอกจากนี้   เมื่อโลกสงบมากขึ้น  การแข่งขันมีความเป็นธรรมมากขึ้นก็จะทำให้สถานการณ์โลกนิ่งมากขึ้น แตกต่างจากช่วงที่ทรัมป์ครองอำนาจ ยุคทรัมป์ซึ่งเป็นยุคที่คนให้สมญานามว่าเป็นยุคแห่งการทวิต อะไรๆ  ก็ทวิต ความนิ่ง คงที่ของเศรษฐกิจไม่ดีเลยในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หากโจไบเดนได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 จริง การบริหารงานก็ไม่ง่ายเนื่องจากที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ใช้อำนาจแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดเป็นพรรคพวกตัวเองถึง  6 คนใน 9 คนเรียบร้อย  ซึ่งตามหลักโดยมารยาทของผู้ที่จะอำลาตำแหน่งที่ดีจะไม่มีใครทำ  แตไม่ใช่ทรัมป์  …

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: