Biznews

ถอดบทเรียน’ซีพี’ควบรวมเทสโก้:ใครได้ใครเสีย!!!

ทางคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “ถอดบทเรียนซีพี ควบรวมเทสโก้: ใครได้ใครเสีย” ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เข้าร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการพิจารณาฯ ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ซึ่งเปิดเผยคำสั่งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ในการตัดสินอนุญาตให้มีการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้น จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบไปด้วย 1.คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (Biothai) 2.คุณศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล 3. ผศ.ดร.วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4.อาจารย์กนกนัย ถาวรพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

งานสัมมนาครั้งนี้วิเคราะห์กระบวนการและผลการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ซึ่งได้เปิดเผยคำสั่งอนุญาตให้กลุ่มบริษัท CP ควบรวมกิจการค้าปลีกของบริษัท Tesco Lotus ทั้งหมดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา

โดยปัจจุบันทางสำนักงานฯยังไม่เคยเผยแพร่ผลการศึกษาวิเคราะห์โดยละเอียดถึงเหตุผลการให้อนุญาตฯครั้งนี้ รวมถึงยังไม่ได้มีคำอธิบายว่าเงื่อนไขประกอบการอนุญาตฯนั้นจะสามารถรักษาระดับการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไทยให้เท่าเดิมได้อย่างไร

ข้อสรุปของความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมเสวนาแต่ละท่านมีดังนี้

คุณศิริกัญญา ตันสกุล

กรณีการควบรวมระหว่าง CP และ Tesco Lotus มีผลกระทบกับเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ และเราไม่อาจหวังพึ่งเพียงแค่เงื่อนไขการควบรวมว่าจะสามารถเยียวยาผลกระทบ และป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดที่จะเกิดขึ้นหลังการควบรวมได้ ข้อเสนอในระยะสั้นทางหนึ่ง คืออาจให้ผู้ที่จะได้รับผลกระทบ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในระยะกลาง คือใช้กลไกของกรรมาธิการสภาเพื่อติดตามตรวจสอบการกำกับดูแลตลาดของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าอย่างใกล้ชิด และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่ออุดช่องโหว่ต่างๆ หลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ สร้างกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล กลไกที่จะสนับสนุนการฟ้องคดีโดยประชาชน (class action)

กรณีนี้จะเป็นหมุดหมายที่สำคัญ เป็นเครื่องชี้ว่าการยกเครื่องกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจะเป็นความสูญเปล่าหรือไม่ จะสามารถลบภาพเสือกระดาษ และกู้คืนวิกฤตศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรด้านการแข่งขันทางการค้าในการต่อต้านการผูกขาดของไทยได้หรือไม่

 


อาจารย์กนกนัย ถาวรพานิช

กฎหมายเพื่อควบคุมการควบรวมกิจการเป็นเพราะกลัวว่าเมื่อผู้เล่นในตลาดหายไปและตลาดกระจุกตัวสูง แรงกดดันทางการแข่งขันจะหายไป ผู้ผลิตมีช่องทางจำหน่ายและผู้บริโภคมีตัวเลือกน้อยลง แม้ผลร้ายอาจไม่เกิดทันที แต่กฎหมายสามารถช่วยป้องกันไว้ก่อน การอนุญาตให้ควบรวมที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบมีเงื่อนไข ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยรักษาการแข่งขันหลังการควบรวมให้คล้ายคลึงกับสภาพก่อนการควบรวม แม้การควบรวมระหว่าง CP และ Tesco Lotus อาจทำให้การแข่งขันลดลงอย่างมากและ CP อาจมีอำนาจตลาดเพิ่มขึ้น กรรมการเสียงข้างมากกลับเลือกกำหนดเงื่อนไขทางพฤติกรรมแทนที่เงื่อนไขทางโครงสร้าง เช่น ต้องขายบางสาขาหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องออกไป หรือลดขนาดการควบรวม น่าสงสัยว่าคณะกรรมการใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาและเงื่อนไขที่กำหนดอาจไม่ช่วยรักษาการแข่งขันให้คงอยู่ แตกต่างจากการควบคุมในต่างประเทศซึ่งมักกำหนดเงื่อนไขทางโครงสร้างมากกว่าเพราะช่วยรักษาการแข่งขันในตลาดได้โดยตรง

ผศ.ดร.วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์

ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีหน้าที่เปิดเผยและชี้แจงรายละเอียดของการวิเคราะห์ อันเป็นที่มาของการอนุญาตการควบรวมกิจการฯในครั้งนี้ให้แก่สาธารณชนโดยเร็วที่สุด สำนักงานฯจะต้องชี้แจงเหตุผลที่อนุญาตอย่างละเอียดและเป็นเหตุเป็นผล โดยจะต้องวิเคราะห์ตามประเด็นที่เกี่ยวข้องตามหลักสากล ตัวอย่างเช่น การตีความขอบเขตตลาด การระบุผู้แข่งขันในตลาด การพิจารณาขอบเขตตลาดเชิงพื้นที่ การวิเคราะห์ผลกระทบของการรวมกิจการต่อประสิทธิภาพและระดับการแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นวิเคราะห์ที่ผลต่อระบบเศรษฐกิจและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังควรให้เหตุผลถึงที่มาที่ไปของมาตรการเยียวยาแต่ละมาตรการ อย่างไรก็ดี ยังไม่เห็นว่ามาตรการเยียวยาที่กำหนดจะสามารถรักษาระดับการแข่งขันให้เท่าเดิมได้อย่างไร

 

คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ

การอนุญาตให้ควบรวมกิจการคราวนี้ จะทำให้เกิดการรวมศูนย์ในระบบเกษตรกรรมและอาหารเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะก่อนหน้านี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ก็มีส่วนแบ่งในระบบการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางมากอยู่แล้ว คำวินิจฉัยนี้จะส่งผลกระทบไปถึงเกษตรกรรายย่อยและผู้ประกอบการในระบบอาหาร ทั้งหมด เราไม่อยากเห็นบรรทัดฐานการวินิจฉัยแบบนี้ เพราะจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อการป้องกันการผูกขาดและรวมศูนย์ในอนาคต ขณะนี้มีการหารือกันในเครือข่าย เพื่อพิจารณา ใช้อำนาจศาล ในการฟ้องร้องให้มีการทบทวนคำวินิจฉัยดังกล่าวโดยเร็ว

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: