Biznews

ตำนาน18 มงกุฎ!เปิดหน้าเจ้าของ ดารุมะ ‘เมธา ชลิงสุข’ ขายดีจนเจ๊งหรือตั้งใจมาโกง?

หอบเงินมหาศาลบินหนีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ‘เมธา ชลิงสุข’ หรือ ‘บอลนี่’ เจ้าของแฟรนไชส์ ‘ดารุมะซูชิ บุฟเฟต์ แซลมอน’ ที่กำลังโกลาหล หลังโปรยขาย Voucher ในราคาถูกสุด ๆ เพียงใบละ 199 บาท จนมีคนสนใจแห่ซื้อมากมาย ก่อนจะปิดร้านเพจ ปิดเฟซบุ๊กและเว็บไซต์หายไปดื้อ ๆเบื้องต้นขณะนี้มีผู้เสียหายแล้วกว่า 6,000 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

เจ้าของกิจการร้าน ดารุมะ ซูซิ คือ บอลนี่ เมธา ชลิงสุข อายุ 42 ปี ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 27 ในจำนวนนั้น  6 สาขา เป็นของ บอลนี่-เมธา ชลิงสุข และที่เหลือ ของแฟรนไชส์
 
บอลนี่ เมธา ชลิงสุข เคยเล่าว่า หลังจากเดินทางกลับจากประเทศออสเตรเลีย มีความฝันที่จะเปิดร้านอาหารของตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มเปิดร้านดารุมะ สาขาแรก จึงเข้าไปเรียนหลักสูตรการทำซูชิที่โรงแรมดุสิตธานี และเริ่มด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 2 ล้านบาท เปิดร้านดารุมะ ซูชิ ร้านแรกที่อุดมสุขซอย 50 
 
โดยแบรนด์ ‘ดารุมะ ซูชิ’ เป็นแบรนด์ที่ เมธา สร้างขึ้น และตั้งเป้าไว้ว่า จะนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าสาขาอย่างน้อย 50 สาขา
สโลแกนของ ‘ดารุมะ ซูชิ’ คือ ‘กินไม่อั้น ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม’ ซึ่ง บอลนี่ บอกว่า สาเหตุที่ราคาไม่แพง เพราะนำเข้าวัตถุดิบเอง มีซัพพลายเออร์เอง
‘หนุ่ม กรรชัย’ ซึ่งเคยทำแฟรนไชส์ไอศกรีม Monster ตั้งข้อสังเกตว่า การทำแฟรนไชส์ของดารุมะมีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ คือผู้ซื้อแฟรนไชส์จ่าย 2.5 ล้านบาทแค่ครั้งแรก หลังจากนั้นไม่ต้องจ่ายอะไรอีก เมธาจ่ายให้หมดทั้งค่าเช่าสถานที่ เงินเดือนพนักงาน ค่าวัตถุดิบ ผู้ซื้อรอรับเงินปันผล 10% ทุกวันที่ 16 ของเดือนอย่างเดียว
นอกจากนี้  หนึ่งในบุคคลที่ซื้อแฟรนไชส์ดารุมะคือ ‘เพชร กฤชฐารวี’ ทายาทเครื่องครัวจระเข้  ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ เมื่อกันยายน 2564 ถึงเหตุผลที่เลือกลงทุนกับดารุมะเนื่องจากเป็นเพื่อนกับเจ้าของแบรนด์ตั้งแต่ประถม โดยเธอซื้อแฟรนไชส์  6 สาขา
หลังเกิดเหตุ คุณเพชรได้โพสต์ชี้แจงว่า หลังซื้อแฟรนไชส์เจ้าของแบรนด์ดูแลเองทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ตั้งแต่การบริหารจัดการ บัญชีรายรับรายจ่าย ไปจนถึงการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ แล้วปันผลให้เธอเป็นรายเดือน
นอกจากนี้ยังพบว่าเมธาขายแฟรนไชส์สาขาหนึ่งให้กับบุคคล 2 คน โดยทั้งสองคนไม่รู้ว่ามีการขายซ้ำซ้อน เพิ่งมาทราบเมื่อเกิดเรื่องว่าต่างก็ถือสัญญาเป็นเจ้าของสาขาเดียวกัน ทำให้เมธาได้รับเงินในการขายแฟรนไชส์สาขานี้สาขาเดียว 5 ล้านบาท
ด้านนายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่น แนล แฟรนไชส์ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารมอร์เก้น เรสเตอรอง แอนด์คาเฟ่ และไส้กรอกแบรนด์อีซี่ส์ ผู้คว่ำหวอดในธุรกิจ แฟรนไชส์มาอย่างยาวนาน ฉายภาพเบื้องหลังดราม่าครั้งนี้ว่า ‘ดารุมะ ซูชิ’ ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจแฟรนไชส์ตั้งแต่แรก แต่เซ็ทธุรกิจขึ้นมาเพื่อเจตนาหลอกลวงตั้งแต่เริ่ม
 
สุภัค ให้เหตุผลว่า พื้นฐานธุรกิจแฟรนไชส์ ‘ดารุมะ ซูชิ’ ไม่ได้ทำสักเรื่องไ ม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษามาตรฐานการบริหาร ข้อ 1 คือ Franchisor WIN Franchisee WIN ซึ่ง ดารุมะ ซูชิ เล่นเอาผลประโยชน์ไปเทไว้ที่ตัวเองทั้งหมด ข้อที่ 2 ดารุมะ ซูชิ ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำธุรกิจแฟรนไชส์ตั้งแต่แรก แต่ดารุมะ ซูชิ ทำขึ้นมาเพื่อหวังผลหลอกลวงลูกค้า
 
ข้อที่ 3 การทำธุรกิจแฟรนไชส์ที่ดีไม่ควรทำโปรโมชั่นเยอะ บ่อย และแรงมากขนาดนี้ เพราะแคมเปญที่ ดารุมะ ซูชิ ปล่อยออกมาคือบุฟเฟ่ต์ 199 บาท เป็นแคมเปญที่แรงเกินไป แม้ว่าจะสร้างกระแสได้ แต่ในแง่ของการปฏิบัติทำได้ยากและเป็นการสร้างพฤติกรรมของลูกค้าที่ผิด เพราะแคมเปญไม่ได้ทำให้เกิด real customer ขึ้นมา และกลายเป็นลูกค้าที่ชอบโปรมากกว่าที่จะชอบแบรนด์และซื้อซ้ำ การออกคูปองไม่ผิดแต่ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นธุรกิจของการสร้างแบรนด์มากกว่าที่จะอัดโปรแบบนี้
 
 
และข้อสำคัญเรื่องที่ 4 ก็คือ Franchise relationship management เรื่องของการบริหารความสัมพันธ์ระหว่าง Franchisor และ Franchiseeไม่มี เพราะเขาเล่นปิดเพจและหายไปแทนที่จะมานั่งอธิบายและแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะฉะนั้นอันนี้เจตนาเขาชัดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำธุรกิจแฟรนไชส์ แต่เขาตั้งใจที่จะเซ็ตธุรกิจขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินไปเป็นก้อน
 
 ด้วยโครงสร้างของวัตถุดิบต่อให้ปัจุบันราคาวัตถุดิบคือแซลมอนไม่ได้ขึ้นราคา ก็ไม่สามารถขายในราคา199 บาทได้ “เป็นแคมเปญที่ขาดทุนตั้งแต่แรก เพราะปกติแซลมอนเกรดต่ำอยู่ที่ 100 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ส่วนแซลมอนคุณภาพที่พอกินได้ราคาอย่างถูกก็ต้องมีกิโลละ 300 กว่าบาท และด้วยคนที่เป็น target group เฉลี่ย ๆ 1 คนจากสถิติจะกินประมาณ 1.5 กิโลกรัม เพราะฉะนั้นโดยต้นทุนถ้าราคาแซลมอนรับมาอย่างถูกกิโลกรัมละ 120 บาทลูกค้า 1 คนทาน 1 กิโลครึ่งทุนหมดไปแล้ว 180 บาท แต่เขาคิดราคา 199 บาท แค่ถอด VAT ก็ขาดทุนแล้ว ไหนจะค่าแรงพนักงาน ค่าเช่า เพราะฉะนั้นมันก็ขาดทุนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว งานนี้ไม่เกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ งานนี้มันอยู่ที่เขาตั้งใจโกงตั้งแต่แรกเลยจริง ๆ เพราะในแง่ธุรกิจมันเป็นไปไม่ได้เลย
 
ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นตกอยู่ที่คนที่ซื้อแฟรนไชส์และคนที่ซื้อคูปอง ซึ่งเกิดผลกระทบเสียหายในมุมกว้าง ขณะเดียวกันก็เกิดผลกระทบทางอ้อมคือทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจุบันธุรกิจแฟรนไชส์เป็นช่วงที่มีอัตราการเติบโตที่สูงในรอบ 30 ปี เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีช่วงไหนที่มีความต้องการในเรื่องของแฟรนไชส์มากเท่าตอนนี้มาก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจล้ม ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 คนที่พอมีเงินทุนจะมี 2 ทางเลือกระหว่างเป็นสตาร์ทอัพเองหรือซื้อแฟรนไชส์
 
แต่การเป็นสตาร์ทอัพ ที่ต้องสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่จะมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่การซื้อแฟรนไชส์มีความมั่นคงมากกว่าเพราะฉะนั้น กระแสดราม่าของ ดารุมะ ซูชิ ทำให้ความน่าเชื่อถือของธุรกิจแฟรนไชส์ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์ ถ้ารัฐบาลออกกฎหมายในเรื่องของแฟรนไชส์ขึ้นมา ก็จะช่วยในเรื่องนี้ลงไปได้เยอะมาก แต่ปัจุบันมีเพียงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเรื่องการป้องกันการค้าขายที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้นซึ่งโทษยังเบาไป
ปิดท้ายด้วยข้อมูลผลประกอบการของบริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด ในช่วงที่ผ่านมา
ปี 2019 บริษัทมีรายได้ 39 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท
ปี 2020 บริษัทมีรายได้ 43.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.7 ล้านบาท
ปี 2021 บริษัทมีรายได้ 45.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.2 ล้านบาท
 
 
Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: