Biznews

‘ตั้งงี่สุน’ ซัดรัฐงดถุงพลาสติก ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ผลักภาระประชาชน-ผู้ค้าปลีก!!!

‘ตั้งงี่สุน’ ซัดรัฐงดถุงพลาสติก เกาไม่ถูกที่คัน ผลักภาระประชาชน-ผู้ค้าปลีก แนะรณรงค์ ปลูกจิตสำนึก จัดหาภาชนะอื่นใส่ของทดแทน ด้านสคบ.เรียกผู้ประกอบการถกด่วน 12 กุมภาพันธ์นี้

กลายเป็นประเด็นร้อน วิพากษ์วิจารณ์ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สำหรับโครงการ “งดแจกถุงพลาสติก” ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ต้องการกระตุ้นให้ประชาชนงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วอย่างจริงจัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา จนเกิดกระแสดราม่าเกลื่อนโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ หอการค้าไทย ได้เปิดเผยข้อมูลพบว่า ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก จนทำให้ยอดขายลดลง เพราะผู้บริโภคลดการซื้อสินค้าให้น้อยชิ้นลง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้นำถุงผ้าติดตัวมาด้วย

จากเดิมผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้วางแผนว่าจะซื้ออะไร เดิมเมื่อเข้าร้านค้าหรือห้าง หากเห็นอะไรที่ชอบก็จะซื้อตอนนั้นเลย แต่หลังจากรณรงค์อย่างเข้มข้นให้เลิกแจกถุงพลาสติก ทำให้ลูกค้าลดจำนวนการซื้อ ดังนั้น ภาคเอกชนคงต้องร่วมกันหามาตรการจูงใจผู้บริโภคซื้อสินค้ากันต่อไป

ล่าสุด ผู้ประกอบการท้องถิ่นเจ้าดังในจังหวัดอุดรธานี เจ้าของ ตั้งงี่สุน ออกโรงวิพากษ์วิจารย์ถึงมาตรการดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน

นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาล ออกมาตรการงดแจกถุงพลาสติกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อนั้น เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เนื่องจากเป็นการผลักภาระให้ประชาชนในการจัดหาภาชนะมาใส่สิ่งของ และส่งผลกระทบกับผู้ค้าปลีกในแง่ของการให้บริการลูกค้าซึ่งอาจส่งผลกระทบกับยอดขายได้

นอกจากนี้ ยังเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการค้าปลีก จากปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และประเทศไทยยังเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน เช่น ไวรัสโคโรนา ที่กระทบภาคท่องเที่ยวและค้าปลีก ส่งผลให้คาดว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปีนี้ จะเติบโตต่ำกว่าปี 2562 ที่ผ่านมา

“แม้จะมีมาตรการชิมช้อปใช้ออกมากระตุ้นกำลังซื้อ และเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้ แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น โดยไม่ได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างตรงจุด ทำให้ปีนี้จะเป็นปีที่ค้าปลีกเหนื่อยกว่าปีที่ผ่านมา”

ดังนั้น จึงอยากเสนอแนะไปยังภาครัฐว่า ควรหามาตรการอื่นที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เช่น การจัดแคมเปญประกวดหาภาชนะอื่นใส่ทดแทนโดยไม่ทำลายทำลายสิ่งแวดล้อม และแจกให้ทดลองใช้ เป็นต้น

 

จากปัญหางดแจกถุงพลาสติกดังกล่าว ยังส่งผลให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแจ้งว่า สมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่า ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

เมื่อห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อจำนวนมากได้งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยไม่ได้มีการจัดหาภาชนะอื่นใดมาทดแทนให้กับผู้บริโภคที่มาซื้อสินค้า จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อที่จะได้ลดต้นทุนในการจัดเตรียมถุงพลาสติกไว้ให้บริการแก่ลูกค้าและเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค สมาคมฯ จึงขอให้สำนักงานดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจึงขอให้ผู้ค้าปลีกที่งดแจกถุงพลาสติก มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวพร้อมแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ยังได้ส่งหนังสือเชิญผู้ประกอบการค้าปลีกเข้าร่วมประชุมหารือกรณีการงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.30 นถึง 16.00 นณห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา  ถนนแจ้งวัฒนะ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: