Biznews

ตลาดยาดมมีสะเทือน “เซียงเพียว” เตรียมรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 61 ปี

ทราบหรือไม่ว่า ยาหม่องน้ำ ที่มีรูปอากงแปะอยู่หน้าขวด คือ ยาหม่องน้ำในตำนานที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 60 ปี และมียอดขายมากกว่าปีละพันล้านบาท

“เซียง เพียว อิ๊ว” ผลิตโดยบริษัท เบอร์แทรม เคมิคอล ก่อตั้งโดยคุณบุญเจือ เอี่ยมพิกุลลูกศิษย์ซินแสถัง ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ยาจีนโบราณที่อพยพมาจากซัวเถาที่คอยช่วยรักษาผู้คนย่านสวนพลู โดยเฉพาะอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อย และ แมลงสัตว์กัดต่อย อย่างได้ผลชะงัด เมื่อซินแสถังก้าวเข้าสู่วัยชราจึงถ่ายทอดเคล็ดวิชาสมุนไพรให้ลูกศิษย์บุญเจือ ทดลองปรับปรุงจนได้ยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว ขึ้นมา

 

เซียงเพียงอิ๊ว แปลว่า น้ำมันหอมยี่ห้อที่เหนือกว่า (‘เซียง’ = ดีกว่า เหนือกว่า ‘เพียว’ = ยี่ห้อ)หรือในอีกนัยหนึ่ง “เซียง” คือชื่อคุณพ่อของคุณบุญเจือ เพราะฉะนั้น เซียงเพียวอิ๊ว ก็คือ ยาหม่องน้ำยี่ห้อนายเซียง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงมีรูปชายจีนผู้นี้อยู่บนหน้าขวดนั่นเอง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทโตแบบก้าวกระโดด คือการก้าวเข้ามารับช่วงต่อของทายาทรุ่นที่ 2 คือ สุวรรณา เอี่ยมพิกุล ลูกสาวคนสุดท้อง ที่ได้ทำการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ สร้างการกระจายสินค้า และออกแบรนด์ใหม่ขยายฐานไปสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น

การอยู่ยั่งยืนในตลาดมาได้ถึง 60 ปี ถือเป็นหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเป็นตัวจริงในเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อยุคเปลี่ยน การตลาดเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ทำให้เบอร์แทรมจำต้องปรับเปลี่ยนตามอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเตรียมประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของแบรนด์เซียงเพียวในปี 2563  โดยจะขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มอายุ 30 ปี จากปัจจุบันลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

ปัจจุบัน เซียงเพียว จัดเป็นกลุ่มสินค้าที่ทำรายได้สูงถึง 70% ขณะที่  เป๊ปเปอร์มินท์ฟิลด์ เน้นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา มีสัดส่วนรายได้ 30%

ส่วนตลาดยาดม จากการประเมิน พบว่า ประชากรไทยราว 70 ล้านคนใช้ยาดมอย่างน้อย 10% และเดือนหนึ่งใช้ประมาณ 2 หลอดหรือคิดเป็นมูลค่าราว 40 บาท ทำให้คาดการณ์ว่า ตลาดยาดมมีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 3,300 ล้านบาทต่อปี โดย ‘ยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์’ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราว 20%

ล่าสุด ก่อนที่จะรีแบรนด์เซียงเพียว สินค้าเรือธง เบอร์แทรม (1958)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้าที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งแรกในรอบ 14 ปี ด้วย “ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์” (Black Inhaler) ฉีกทุกกฎภาพลักษณ์ของยาดม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง หวังเจาะตลาดวัยรุ่นผ่านพรีเซนเตอร์คนใหม่ขวัญใจเด็กแนว ทุ่มงบลงทุนด้านการตลาดและโปรโมทสินค้าเฉพาะช่วงปลายปี 2562 กว่า 15 ล้านบาท พร้อมชูนวัตกรรม 3 More คาดการณ์ยอดขายของปี 2562 อยู่ที่ 187 ล้านบาท ซึ่งจะโตขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นางสุวรรณา เอี่ยมพิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์” และทิศทางการตลาดของแบรนด์ในปี 2563 ว่า เริ่มต้นแบรนด์ เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ครั้งแรกเมื่อปี 2548 ด้วยยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ สูตรออริจินัลซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากในยุคนั้น ด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากที่สุดในท้องตลาด ก่อนจะมีการออกยาดมส้มซึ่งเป็นรุ่น ลิมิเต็ดอิดิชันสร้างสีสันให้ตลาดช่วงนั้น

และในปีนี้ ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยาดมด้านความทันสมัย เข้าใจในความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันด้วย ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์ ด้วยแพคเกจ ‘สีดำ’ ฉีกทุกภาพลักษณ์ของยาดมในท้องตลาดในตอนนี้ ที่ให้ลุคสุดคูล เท่ สมาร์ท และกลิ่นที่เข้มกว่าเดิม เพื่อตีตลาดคนเมืองทั้งวัยรุ่นและ วัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงใช้นวัตกรรม 3 More ได้แก่ “More Cool : ด้วยดีไซน์ ยาดมสีดำ สุดเท่ โดดเด่นไม่เหมือนใคร, More Fresh : ด้วยส่วนผสมของ เป๊ปเปอร์มิ้นท์ออยและ น้ำมัน ยูคาลิปตัส ที่มากกว่าเดิมถึงเท่าตัว ผสมด้วยสูตรเฉพาะเพื่อให้ได้กลิ่นที่เข้มขึ้น สดชื่นขึ้น ในแบบแบล็คอินเฮเลอร์ และ More Safe : เป็นมิตรกับจมูก ดมได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Lifestyle Marketing ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และทำการโฆษณาสินค้าให้สอดคล้องไปกับเนื้อหาที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ อาทิ สุขภาพ แฟชั่น ไอเท็มใหม่ ดนตรีและเกมส์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่าน Transit Media ทั้ง BTS MRT หรือ Office Building  โดยใช้เดอะทอยส์ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์

ด้านตัวเลขผลประกอบการของเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ปิดยอดขายในประเทศที่ 162 ล้านบาท คาดการณ์ว่าในปี 2562 จะสามารถปิดยอดขายที่ 187 ล้านบาท หรือโตขึ้นประมาณ 15% ซึ่งในปีที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้ของเบอร์แทรมแบ่งเป็นในประเทศ 50% ต่างประเทศ 50% โดยแบรนด์เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ มีมูลค่าส่วนแบ่งในตลาดยาดมแบบแท่งเป็นอันดับสอง และในปีนี้ยังมีการเปิดตัวผู้เล่นรายใหม่ในตลาดยาดม ซึ่งน่าจะสร้างสีสันได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้  ตั้งเป้ายอดขาย  “ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์” ในปีแรกไว้ที่ 1 ล้านขวด  

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: